Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 84081)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในฟ้องโจทก์ระบุไว้ชัดว่า ห้องพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ได้กล่าวอ้างถึงสิทธิอื่น เป็นการยืนยันว่ามีอำนาจให้เช่าเพราะโจทก์เป็นเจ้าของแต่อย่างเดียวจำเลย จึงชอบที่จะยกข้อที่ว่าห้องพิพาทตกเป็นของราชพัศดุแล้ว ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ ว.เช่าที่ดินราชพัศดุมาเพื่อปลูกสร้างอาคารให้เช่า โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่า เมื่อสัญญาสิ้นกำหนดแล้ว บรรดาสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของรัฐบาลทั้งสิ้น โจทก์เช่าช่วงที่ดินที่ ว.เช่ามาจากทางราชการนั้นอีกต่อหนึ่งแล้วปลูกสร้างห้องพิพาทขึ้นให้จำเลยเช่า สัญญาเช่าที่ดินราชพัศดุระหว่าง ว.กับทางราชการสิ้นกำหนดในวันที่ 31 ธันวาคม 2506 โจทก์ทราบถึงข้อตกลงสัญญาระหว่าง ว.กับทางราชการดี และรู้ล่วงหน้าตามข้อสัญญาแล้วว่าโจทก์จะมีอำนาจให้เช่าได้ภายในกำหนดเวลาเพียงเท่าที่ ว.จะพึงมีตามสัญญาเช่าจากทางราชการ และอาคารที่ ว.ปลูกสร้างลงในที่พิพาทจะตกเป็นของราชพัศดุเมื่อสิ้นกำหนดสัญญาเช่าด้วย ดังนี้ แม้โจทก์จะเป็นผู้ปลูกสร้างห้องพิพาทก็ตาม ก็ปลูกโดยสวมสิทธิ ว. ต้องอยู่ในบังคับแห่งสัญญาระหว่าง ว. กับทางราชการด้วย เมื่อสัญญาเช่าที่ดินระหว่าง ว. กับทางราชการสิ้นกำหนด และทางราชการได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทก็ตกเป็นของราชพัศดุตามสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2507 ว. หมดสิทธิในที่พิพาท กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทและอำนาจการให้เช่าของโจทก์ก็สิ้นสุดลงด้วย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 20-23/2509)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสามสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องทำนองเดียวกัน ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องที่เช่า กับเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าห้องเป็นของโจทก์ซึ่งเป็นสามีภริยากัน

จำเลยให้การทำนองเดียวกันว่า ห้องพิพาทนี้โจทก์ปลูกสร้างขึ้นโดยอาศัยสิทธิการเช่าที่ดินจากนายวิบูลย์ อูณากูส ซึ่งเช่ามาจากราชพัศดุ ห้องพิพาทตกเป็นของราชพัศดุตามสัญญาตั้งแต่วันสิ้นกำหนดสัญญาเช่าระหว่างนายวิบูลย์กับราชพัศดุ (๑ มกราคม ๒๕๐๗) โจทก์ไม่ใช่เจ้าของห้องพิพาทไม่มีอำนาจให้จำเลยเช่า โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ ถ้าโจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยยอมแพ้ และยอมใช้ค่าเสียหายให้ตามที่ฟ้อง ถ้าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง โจทก์ยอมแพ้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์ทั้งสามสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์จำเลยเป็นคู่สัญญากัน จำเลยจะเถียงสิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายวิบูลย์เช่าที่ดินราชพัศดุมาเพื่อปลูกสร้างอาคารให้เช่า โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่านายวิบูลย์จะไม่เอาที่รายนี้ทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปให้ผู้อื่นเช่าแทนหรือเช่าต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าเสียก่อน และเมื่อสัญญาสิ้นกำหนดแล้ว บรรดาสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของรัฐบาลทั้งสิ้น โจทก์ได้เช่าช่วงที่ดินที่นายวิบูลย์เช่ามาจากทางราชการนั้นอีกต่อหนึ่ง แล้วโจทก์ปลูกสร้างห้องพิพาทขึ้นให้จำเลยเช่า สัญญาเช่าที่ดินราชพัศดุระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการสิ้นกำหนดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๖ และทางราชการได้บอกเลิกสัญญาเช่าต่อนายวิบูลย์แล้ว จำเลยผู้เช่าห้องพิพาทจากโจทก์จึงงดส่งค่าเช่าให้โจทก์ตั้งแต่นั้นมา

โจทก์จึงฟ้อง ดังนี้ ตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญา จะอ้างสิทธิภายนอกมายันโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะในฟ้องโจทก์ระบุไว้ชัดว่าห้องพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ได้กล่าวถึงสิทธิอื่น เป็นการยืนยันว่ามีอำนาจให้เช่าเพราะโจทก์เป็นเจ้าของแต่อย่างเดียว จำเลยจึงชอบที่จะยกข้อที่ว่าห้องพิพาทตกเป็นของราชพัศดุแล้ว ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าที่ดินราชพัศดุระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการนั้นทำกันเปิดเผย ณ ที่ว่าการอำเภอ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นายวิบูลย์ปลูกอาคารให้เช่า เมื่อนายวิบูลย์เช่ามาแล้วก็ให้โจทก์เช่าที่ดินรายนี้ทำการปลูกสร้างให้คนเช่าและโจทก์ถือเอาประโยชน์คือเก็บค่าเช่าจากผู้เช่าห้องที่โจทก์ปลูกสร้างขึ้น ตรงตามวัตถุประสงค์ของสัญญาระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการตลอดมา ประกอบกับข้อที่โจทก์รับว่าได้เช่าช่วงที่ดินราชพัศดุมาจากนายวิบูลย์ ซึ่งนายวิบูลย์เช่ามาจากทางราชการและรับว่าสัญญาเช่าระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการสิ้นอายุการเช่าแต่วันที่สิ้นปี พ.ศ. ๒๕๐๖ แล้ว เช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้ทราบถึงข้อสัญญาระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการดี และรู้ล่วงหน้าตามข้อสัญญาแล้วว่าโจทก์จะมีอำนาจให้เช่าได้ภายในกำหนดเวลาเพียงเท่าที่นายวิบูลย์จะพึงมีตามสัญญาเช่าจากทางราชการ และอาคารใดที่นายวิบูลย์ปลูกสร้างลงในที่ดินที่พิพาทจะต้องตกเป็นของราชพัศดุเมื่อสิ้นกำหนดสัญญาเช่าด้วย ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า

แม้โจทก์จะเป็นผู้ปลูกสร้างห้องพิพาทก็ตาม ก็ปลูกโดยสวมสิทธินายวิบูลย์ต้องอยู่ในบังคับแห่งสัญญาระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการนั้นด้วย เมื่อสัญญาเช่าที่ดินระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการสิ้นกำหนดและทางราชการได้บอกเลิกสัญญาเช่านั้นแล้ว กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทก็ตกเป็นของราชพัศดุตามสัญญาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๐๗ นายวิบูลย์หมดสิทธิในที่พิพาท กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทและอำนาจการให้เช่าของโจทก์ก็สิ้นสุดลงด้วย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายวีระ มณีดิษฐ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้