Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาได้มีบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าต้องเป็นหนี้ที่ก่อขึ้นต้องตามที่บัญญัติไว้ 4 ประการ จึงให้ถือว่าเป็นหนี้ร่วมกัน ไม่มีบทกฎหมายบัญญัติว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ในระหว่างที่จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นสามีภริยากัน ต้องสันนิษฐานว่าจำเลยกู้เงินโจทก์มาเพื่อใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นหนี้ร่วมกันอันผู้ร้องขัดทรัพย์จะต้องชำระหนี้ด้วยเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ได้หย่าขาดจากสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายและแบ่งทรัพย์สินกันเสร็จเรียบร้อย โจทก์ก็ไม่มีอำนาจจะยึดห้องแถวอันตกเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์ได้จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ได้หย่าขาดจากสามีภริยากันโดยจดทะเบียนการหย่าโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ย่อมมีผลใช้ยันบุคคลภายนอกได้ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องผิดสัญญากู้ยืมเงิน ต่อมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยชำระเงินแก่โจทก์เป็นงวดต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ห้องแถว 2 ห้อง ผู้ร้องร้องว่า ห้องแถวเลขที่ 132/13 ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง เพราะเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2507 จำเลยกับผู้ร้องซึ่งเดิมเป็นสามีภริยากันได้จดทะเบียนหย่าจากการเป็นสามีภริยาได้ตกลงแบ่งปันทรัพย์กันเสร็จเด็ดขาดไปแล้วโดยจำเลยได้ห้องเลขที่ 132/12 ผู้ร้องได้ห้องเลขที่ 132/13 ขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาทคือห้องแถวเลขทะเบียนที่ 132/13โจทก์ให้การว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์เมื่อครั้งเป็นสามีภริยากับผู้ร้อง กู้เพื่อใช้จ่ายในครอบครัวของจำเลย เพื่อประโยชน์ของจำเลยและผู้ร้องร่วมกัน

ผู้ร้องทราบเรื่องจึงไม่ได้คัดค้านการกู้เงิน การที่จำเลยและผู้ร้องจดทะเบียนหย่าและแบ่งทรัพย์กันเป็นการสมยอมเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ มิให้ทรัพย์ถูกบังคับชำระหนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยกับผู้ร้องมิได้หย่ากันจริง ไม่น่าว่าผู้ร้องอยู่รู้เห็นในเวลาจำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ พิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดคือห้องเลข 132/13โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้องจำเลยเป็นหนี้โจทก์ ในระหว่างที่จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากันต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยกู้มาเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างจำเลยกับผู้ร้องจะต้องชำระด้วยกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาได้มีบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าต้องเป็นหนี้ที่ก่อขึ้นตามที่บัญญัติไว้ 4 ประการ จึงให้ถือว่าเป็นหนี้ร่วมกัน ไม่มีบทกฎหมายบัญญัติว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ในระหว่างที่จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นสามีภริยากันต้องสันนิษฐานว่าจำเลยกู้มาเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นหนี้ร่วมกันผู้ร้องขัดทรัพย์จะต้องชำระหนี้ด้วยตามที่โจทก์ฎีกานั้นเลย ดังนั้นเมื่อจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ได้หย่าขาดจากสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายและแบ่งทรัพย์กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจจะยึดห้องแถวเลขทะเบียนที่ 132/13 อันเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์ได้ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการหย่าร้างระหว่างจำเลยกับผู้ร้องเป็นการส่วนตัว ไม่กระทบถึงสิทธิของบุคคลภายนอกที่มีอยู่เหนือทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสของบุคคลทั้งสอง ฯลฯ

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ได้หย่าขาดจากสามีภริยากันโดยจดทะเบียนการหย่าโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1499 บัญญัติไว้แล้ว ย่อมมีผลใช้ยันบุคคลภายนอกได้ด้วยดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1511พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์ · วงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้