Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รถคันเกิดเหตุเป็นรถของผู้มีชื่อเอามาวิ่งร่วมวิ่งรับคนโดยสารในเส้นทางสัมปทานของจำเลยที่ 2 โดยแบ่งส่วนได้ให้จำเลยที่ 2 แต่เจ้าของรถต้องโอนรถให้มีชื่อบริษัทจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของในทะเบียนรถ คนขับ คนเก็บเงินต้องแต่งเครื่องแบบของบริษัท และรถก็ต้องทาสีของบริษัทด้วย ถือว่าจำเลยที่ 2 ได้มีและใช้รถคันเกิดเหตุในกิจการของจำเลยที่ 2 แล้ว ต้องถือว่าจำเลยที่ 2เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิด (อ้างฎีกาที่1576/2506) โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า เงินค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์เรียกร้องโจทก์ได้เรียกร้องในฐานะที่จำเลยละเมิดต่อร่างกายโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 แม้โจทก์จะไม่ได้ บรรยายรายละเอียดอันจะถือเป็นเกณฑ์คำนวณค่าเสียหายก็ดี หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ศาลมีอำนาจที่จะกะค่าสินไหมทดแทนให้ตามสมควรแก่รูปคดีได้ จำเลยขอระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อสืบพยานโจทก์ฝ่ายที่ต้องนำสืบเสร็จแล้ว โดยอ้างว่าเป็นพยานสำคัญที่จำเลยจำเป็นจะต้องนำมาสืบเพื่อประโยชน์ในคดีของจำเลย หากศาลเห็นว่าแม้จะอนุญาตให้จำเลยสืบพยานตามที่ระบุไว้นั้น ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น จะไม่อนุญาตให้จำเลยอ้างพยานเพิ่มเติมก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังด้วยความเร็วมากเกินสมควร เป็นเหตุให้รถคว่ำ โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส เป็นอัมพาตพิการไปตลอดชีวิต โจทก์ได้ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย แต่จำเลยก็เพิกเฉยจึงขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 มิใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 มิได้ขับรถโดยประมาทรถเกิดอุบัติเหตุเป็นเหตุสุดวิสัยโจทก์ได้รับบาดเจ็บเพราะนั่งยื่นออกนอกรถเอง และโจทก์เป็นอัมพาตอยู่ก่อนแล้ว โจทก์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ค่าเสียหายโจทก์ฟ้องมากเกินความจริง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะไม่ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิอันใดที่จะให้จำเลยชำระเงิน

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยที่ 2 ยอมให้จำเลยที่ 1 ทำตัวเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 รถคว่ำเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายให้โจทก์ 33,330 บาทจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์นั้นสมควรแล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นระบุพยานเพิ่มเติมนั้น เห็นว่าไม่ควรอนุญาต พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า รถคันเกิดเหตุนี้เป็นของนายผัน นายผันได้เอามาร่วมวิ่งรับคนโดยสารในเส้นทางสัมปทานของจำเลยที่ 2 โดยแบ่งส่วนได้ให้จำเลยที่ 2 แต่นายผันต้องโอนรถคันนี้ให้มีชื่อบริษัทจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของในทะเบียนรถ คนขับ คนเก็บเงินต้องแต่งเครื่องแบบของบริษัท และรถก็ต้องทาสีของบริษัทด้วย

ดังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้มีและใช้รถคันเกิดเหตุในกิจการของจำเลยที่ 2 แล้ว ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ดังนัยฎีกาที่ 1576/2506 ส่วนเรื่องค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยฎีกาขึ้นมาว่า ฟ้องโจทก์กล่าวอ้างเรียกค่าเสียหายมารวม ๆ เป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่า เงินค่าสินไหมทดแทนจำนวนนี้ โจทก์ได้เรียกร้องในฐานที่จำเลยละเมิดต่อร่างกายโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446แม้โจทก์จะไม่ได้บรรยายรายละเอียดอันจะถือเป็นเกณฑ์คำนวณค่าเสียหายตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมาก็ดี หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ศาลมีอำนาจที่จะกะค่าสินไหมทดแทนให้ตามสมควรแก่รูปคดีได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า

โจทก์รับราชการเป็นศึกษาธิการอำเภอออกรับบำนาญแล้วและได้ทำสวนของตนเอง เมื่อเกิดเหตุแล้วโจทก์กลายเป็นอัมพาตทำอะไรไม่ได้ ที่ศาลล่างกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้ 30,600 บาทนั้น เห็นว่าพอสมควรแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาจำเลยที่ขอให้ศาลฎีกาสั่งอนุญาตให้จำเลยอ้างและสืบพยานเพิ่มเติมนั้น เห็นว่า แม้จะอนุญาตให้จำเลยสืบพยานตามที่ระบุไว้นั้น ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานเช่นว่านั้นพิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศริ มลิลา · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้