Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8412/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พวกของจำเลยได้ร่วมกับจำเลยหามผู้เสียหายขึ้นไปในห้องบนชั้นสองเพื่อที่จะข่มขืนกระทำชำเรามาตั้งแต่แรก ครั้นจำเลยข่มขืนกระทำชำเราเสร็จและออกจากห้องลงไปชั้นล่าง พวกของจำเลยเดินขึ้นมาและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่อทันทีในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน แสดงว่าจำเลยกับพวกรู้กันโดยให้จำเลยข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนแรก พวกของจำเลยเป็นคนที่สอง ถือได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 276, 310

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสาม, 310 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 20 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่าเหตุเกิดในเวลากลางวัน แม้จะได้ความว่าผู้เสียหายดื่มเบียร์ที่บ้านเพื่อน 2 ขวด และมีอาการมึนเมา แต่การที่ผู้เสียหายสามารถขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อเบียร์ที่ร้านของนายสรายุทธิ์ได้ ย่อมบ่งชี้ว่าผู้เสียหายมิได้มึนเมามาก ที่ผู้เสียหายเบิกความว่า หลังจากรถล้ม จำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนเข้าช่วยเหลือโดยช่วยกันหามไปนอนที่ลังใส่น้ำแข็ง ครู่หนึ่งจำเลยกับพวกหามผู้เสียหาย โดยจำเลยหามส่วนขา พวกของจำเลยหามส่วนบน แล้วพาเข้าไปในห้องบนชั้นสองและให้นอนลงบนผ้าห่มผืนหนาสีขาวๆ โจทก์มีนายสรายุทธิ์เบิกความสอดคล้องกันว่า พยานบอกให้จำเลยกับพวกช่วยกันยกผู้เสียหายไปล้างหน้าที่หน้าร้าน โดยจำเลยกับพวกช่วยกันหาม

จำเลยก็ให้ปากคำต่อพันตำรวจโทอติชาติตามบันทึกคำให้การ หลังจากรถของผู้เสียหายล้ม จำเลยวิ่งเข้าไปพยุงกอดคอแล้วประคองผู้เสียหายกลับมาที่ร้านให้นั่งบนลังน้ำแข็ง จำเลยสังเกตว่าผู้เสียหายนั่งโอนเอนไปมา จึงประคองผู้เสียหายให้ลุกขึ้นและพาขึ้นชั้นบนเข้าไปในห้องด้านที่ติดกับระเบียงสามารถมองเห็นถนนได้ แล้วให้ผู้เสียหายนอนลงบนพื้นโดยเอาผ้าห่มสีขาวปูรอง โดยจำเลยเบิกความรับว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ให้การไว้ดังกล่าวอันเป็นการเจือสมกับคำเบิกความของผู้เสียหาย แสดงว่าผู้เสียหายยังคงรู้ตัว รับรู้และจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ดี ซึ่งพฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายที่อยู่ในสภาพมึนเมาเข้าไปยังห้องบนชั้นสองและยังปูผ้าให้นอนเช่นนี้

ย่อมมีเหตุที่เชื่อได้ว่าเพื่อที่จะกระทำชำเราผู้เสียหายนั่นเอง ที่ผู้เสียหายเบิกความว่า จำเลยอยู่ในห้องกับผู้เสียหาย ส่วนพวกของจำเลยออกไปจากห้อง จำเลยจูบใบหน้าและลำตัว ผู้เสียหายดิ้นรนขัดขืน จำเลยกอดและถอดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในของผู้เสียหายออก แล้วจำเลยถอดกางเกงของจำเลยลงระดับเข่า ขึ้นคร่อมและสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย กระทำชำเราประมาณ 1 ถึง 2 นาที จำเลยก็สวมกางเกงและออกจากห้องไป นับว่าสมเหตุสมผล ทั้งหากจำเลยกับพวกเพียงแต่เข้าช่วยเหลือพาผู้เสียหายไปนอนพักโดยมิได้กระทำความผิดในทางเพศต่อผู้เสียหาย ย่อมไม่มีเหตุที่ผู้เสียหายต้องปรักปรำจำเลย ที่ผู้เสียหายเบิกความว่า

หลังจากจำเลยออกไปจากห้อง เมื่อผู้เสียหายเข้าห้องน้ำเสร็จและจะเดินลงไปชั้นล่างพวกของจำเลยที่ช่วยหามผู้เสียหายเดินขึ้นมาอุ้มผู้เสียหายไปวางไว้บนที่นอนแล้วกอดจูบลูบคลำ ผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครช่วย พวกของจำเลยถอดกางเกงผู้เสียหายออกแล้วกระทำชำเรา ผู้เสียหายบอกว่ามีสามีแล้วและมีประจำเดือน พวกของจำเลยจึงหยุดและออกจากห้องไป ผู้เสียหายใส่เสื้อผ้าเดินลงมาชั้นล่างและพบจำเลยกับพวก นายสรายุทธิ์ก็เบิกความตอนหนึ่งสนับสนุนว่า พยานเห็นผู้เสียหายเดินร้องไห้ลงมาจากชั้นสอง โดยมีนายแซมเดินตามมา ผู้เสียหายพูดว่า "มันทำหนู" ซึ่งพยานเข้าใจว่านายแซมน่าจะพาผู้เสียหายไปกระทำชำเรา ตรงกับที่นายสรายุทธิ์ให้ปากคำไว้ในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การ

หลังจากผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านผู้เสียหายก็เล่าให้นายวัชระสามีฟังในทันที และเข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกในวันรุ่งขึ้น ทั้งผลการตรวจร่างกายของผู้เสียหายซึ่งพบตัวอสุจิและน้ำอสุจิ ก็เป็นหลักฐานที่สนับสนุนว่าผู้เสียหายถูกกระทำชำเรามาภายใน 3 วัน ก่อนแพทย์ตรวจร่างกาย และในชั้นสอบสวนผู้เสียหายก็ชี้ยืนยันจำเลยเป็นคนร้าย ตามบันทึกการชี้รูปผู้ต้องหา ที่นายวัชระเบิกความว่า ผู้เสียหายบอกว่าคนร้ายมี 2 คน แต่จำได้ 1 คน โดยผู้เสียหายเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า คนที่อุ้มขึ้นห้องบนชั้นสอง ผู้เสียหายจำได้ 1 คน อีกคนหนึ่งจำไม่ได้ ก็มิได้แตกต่างกัน และผู้เสียหายยังเบิกความตอบทนายจำเลยยืนยันว่า

จำเลยเป็นคนที่ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนแรก ส่วนพันตำรวจโทอติชาติก็เบิกความว่า ผู้เสียหายแจ้งว่าจำหน้าคนร้ายได้ 1 คน แม้จะเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ขณะมาแจ้งความผู้เสียหายไม่ยืนยันว่าจำหน้าคนร้ายได้แต่บอกว่ามีคนหนึ่งในสองคนผมยาว รวมทั้งการที่พันตำรวจโทอติชาติจัดให้ผู้เสียหายชี้ตัวคนร้ายซึ่งคือจำเลยตามภาพถ่าย หลังเกิดเหตุแล้วหลายวัน ก็มิได้เป็นสาระสำคัญอันจะเป็นข้อพิรุธถึงกับทำให้น่าสงสัยว่าผู้เสียหายมึนเมามากจนถึงกับจำหน้าคนร้ายไม่ได้ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้หลบหนีนั้น

ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ แม้ได้ความว่าขณะจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายมีเพียงจำเลยที่อยู่ในห้อง หลังจากจำเลยข่มขืนกระทำชำเราเสร็จพวกของจำเลยจึงเข้ามาและลงมือกอดปล้ำแล้วข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แต่พวกของจำเลยก็ได้ร่วมกับจำเลยหามผู้เสียหายขึ้นไปในห้องบนชั้นสองเพื่อที่จะข่มขืนกระทำชำเรามาตั้งแต่แรก ครั้นจำเลยข่มขืนกระทำชำเราเสร็จและออกจากห้องลงไปชั้นล่าง พวกของจำเลยก็เดินขึ้นมาและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่อทันทีในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกันนั้นเอง แสดงว่าจำเลยกับพวกรู้กันโดยให้จำเลยข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนแรก พวกของจำเลยเป็นคนที่สอง ถือได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงแล้ว จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · ประทีป ดุลพินิจธรรมา · อิสสระ นิ่มละมัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชุมพร - นายธนชัย ปัญจมณี
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1352/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ383/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1785/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2568

ปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจโทหญิง ก. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก้งคร้อ ว่า หลังจากโจทก์ร่วมเข้าแจ้งความต่อพยานให้ดำเนินคดีแก่ ท. และจำเลยทั้งหกกับพวก พยานสอบปากคำโจทก์ร่วมและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3861/2565

จำเลยข่มขืนใจผู้เสียหายที่ 2 ให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจ และบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริมให้ผู้เสียหายที่ 2 ปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3326/2563

พฤติการณ์ที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันมา การที่ผู้เสียหายอาศัยอยู่กับจำเลยมาตั้งแต่อายุได้เพียง 2 ปี และเป็นบุตรบุญธรรมจำเลยด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายโดยปกติย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4683/2562

แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 ออกใช้บังคับ โดยมาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (18) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา "(18) "กระทำชำเรา"…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2559

แม้โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1461 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการร่วมประเวณีกันบ้าง แต่การร่วมประเวณีต้องเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หากอีกฝ่ายไม่ยินยอมก็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้