Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องทั้งสามเข้าร่วมประชุมและทราบถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ของคณะอนุญาโตตุลาการมาโดยตลอด การประชุมในวันที่ 27 มีนาคม 2558 ผู้ร้องทั้งสามแถลงรับข้อเท็จจริงและแถลงไม่คัดค้านที่คณะอนุญาโตตุลาการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อพิพาทในคดีนี้มีข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ให้งดสืบพยาน นอกจากนี้ คู่พิพาทมิได้ตกลงกันกำหนดอำนาจคณะอนุญาโตตุลาการไว้เป็นอย่างอื่น คณะอนุญาโตตุลาการจึงมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควรตามที่ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 25 และ 30 ให้อำนาจไว้ การวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่คู่พิพาทแถลงรับ ไม่ปรากฏว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ส่วนการที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทเสร็จเด็ดขาดโดยให้ยุติกระบวนพิจารณาตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 38 วรรคสอง (3) ก็เป็นอำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการที่เห็นว่าสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนมีคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทได้ ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ของคณะอนุญาโตตุลาการจนกระทั่งมีคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทจึงเป็นไปตามขอบเขตของกฎหมาย คำร้องของผู้ร้องทั้งสามไม่ต้องด้วย พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ค) และ (2) (ก) (ข) ที่ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 57/2543 หมายเลขแดงที่ 74/2558 สถาบันอนุญาโตตุลาการ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์โต้แย้งว่า ผู้ร้องที่ 1 กับผู้ร้องที่ 3 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันและผู้ร้องที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ส่วนผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 290 มีวัตถุประสงค์ในการสร้างหรือจัดให้มีทางพิเศษด้วยวิธีใด ๆ ตลอดจนบำรุงรักษาทางพิเศษ ผู้ร้องทั้งสามได้รวมเข้ากันเป็นกิจการร่วมค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการรับจ้างเหมาและก่อสร้างทางพิเศษ (ทางด่วน) ใช้ชื่อว่า "กิจการร่วมค้า บีบีซีดี" เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2538 ผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านโดยนายศิวะ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ได้ลงนามในสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง บริเวณเกาะกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (บางนา - ตราด) โดยตกลงราคาจ้างเหมาซึ่งรวมถึงเงินกำไร ค่าภาษี ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นเงินจำนวน 25,192,950,000 บาท ซึ่งเรียกว่า ราคาคงที่ กำหนดแล้วเสร็จภายใน 42 เดือน นับจากวันที่ผู้คัดค้านมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ร้องทั้งสามเริ่มดำเนินการ ระหว่างสัญญามีการก่อสร้างของบริษัทอุบลสหธรรมขนส่ง (1983) จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาของกรมทางหลวง ทำการก่อสร้างอยู่ในเขตทางเดียวกัน ส่งผลกระทบถึงการปฏิบัติงานของผู้ร้องทั้งสามและบริษัทอุบลสหธรรมขนส่ง (1983) จำกัด ต่อมาระหว่างวันที่ 6 มีนาคม 2541 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2541 ผู้ร้องทั้งสามชำระเงินชดเชยให้แก่บริษัทอุบลสหธรรมขนส่ง (1983)

จำกัด จำนวน 44,000,000 บาท และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2541 ผู้คัดค้านมีหนังสือยืนยันที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องทั้งสามได้เบิกจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาของกรมทางหลวงตามเงื่อนไขของสัญญา แต่ผู้คัดค้านไม่ดำเนินการ ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 ผู้ร้องทั้งสามเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ สำนักงานอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เรียกร้องให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 44,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี คืนแก่ผู้ร้องทั้งสาม วันที่ 19 มีนาคม 2544 และวันที่ 20 กรกฎาคม 2544 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้าน ปฏิเสธข้อเรียกร้องขอผู้ร้องทั้งสาม คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดประเด็นข้อพิพาท โดยความเห็นชอบของผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านว่า 1.

คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจรับข้อพิพาทนี้ไว้พิจารณาหรือไม่ 2. ผู้คัดค้านมีความรับผิดต้องชำระเงินจำนวน 44,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ร้องทั้งสามตามที่ผู้ร้องทั้งสามเรียกร้องเพียงใด คณะอนุญาโตตุลาการโดยความเห็นชอบของผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านได้กำหนดกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการพร้อมนัดสืบพยานของผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้าน หลังจากสืบพยานผู้ร้องทั้งสามบางส่วนแล้ว วันที่ 27 มีนาคม 2546 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้าน คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านคณะอนุญาโตตุลาการต่อศาลชั้นต้น คณะอนุญาโตตุลาการให้รอการดำเนินกระบวนพิจารณาในข้อพิพาทดังกล่าว จนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา

ระหว่างนั้น เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ศาลฎีกามีคำพิพากษาฎีกาที่ 7277/2549 ระหว่างผู้ร้องทั้งสามกับผู้คัดค้าน ซึ่งพิพาทกันตามสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ในเรื่องอื่นว่า การทำสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ดังกล่าว ของผู้ร้องทั้งสาม ผู้ร้องทั้งสามใช้สิทธิโดยไม่สุจริต สัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนดังกล่าว เกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีผลผูกพันผู้คัดค้าน ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2553 ศาลฎีกามีคำพิพากษาฎีกาที่ 2231 - 2233/2553 ให้ความเป็นอนุญาโตตุลาการของนายวัลลภ

ประธานคณะอนุญาโตตุลาการในข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 57/2543 สิ้นสุดลง นายกนกได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการคนใหม่ และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ต่อมาวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำคัดค้านและขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายว่า ในการทำสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ของผู้ร้องทั้งสามเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต สัญญาดังกล่าวเกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่มีผลผูกพันผู้คัดค้านตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7277/2549 ผู้ร้องทั้งสามจึงไม่อาจอาศัยสิทธิใด ๆ ตามสัญญาดังกล่าว และผู้คัดค้านก็ไม่มีภาระผูกพันใด

ๆ ที่จะต้องรับผิดตามข้อเรียกร้องของผู้ร้องทั้งสามอันเนื่องมาจากสัญญาดังกล่าว คณะอนุญาโตตุลาการนัดประชุมเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2558 ในวันดังกล่าว คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 1. คำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมาย ฉบับลงวันที่ 10 มิถุนายน 2554 สอบถามผู้ร้องแล้ว แถลงให้เป็นดุลพินิจของคณะอนุญาโตตุลาการ จึงมีคำสั่งให้รวมไว้พิจารณาในการทำคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการ 2. คำร้องขอเพิ่มเติมคำคัดค้าน ครั้งที่ 2 ฉบับลงวันที่ 10 มิถุนายน 2554 สอบถามผู้ร้องแล้ว แถลงไม่คัดค้าน จึงมีคำสั่งอนุญาต คณะอนุญาโตตุลาการได้สอบถามคู่พิพาททั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผ่านมาทั้งหมดว่าคู่พิพาททั้งสองฝ่ายเห็นชอบในการรับรองกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการที่ผ่านมาทั้งหมดหรือไม่

คู่พิพาททั้งสองฝ่ายแถลงว่าการพิจารณาเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น เพื่อให้เป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอระยะเวลาในการตัดสินใจ โดยขอให้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในนัดหน้า นัดพร้อมครั้งต่อไปวันที่ 27 มีนาคม 2558 เวลา 9.00 นาฬิกา ในวันนัดประชุมเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2558 คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงกันโดยความเห็นชอบของคณะอนุญาโตตุลาการ ดังนี้ 1. รับรองการดำเนินกระบวนพิจารณากำหนดประเด็นข้อพิพาท และการสืบพยานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนพิจารณาและการสืบพยานของคณะอนุญาโตตุลาการนี้โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาและสืบพยานใหม่ 2. หากมีการยื่นสำเนาเอกสารโดยที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่คัดค้านความถูกต้องของเอกสาร

สำเนาเอกสารนั้น ให้รับฟังสำเนาเอกสารนั้นได้ 3. คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันให้ใช้ข้อบังคับสำนักงานศาลยุติธรรมว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ บังคับแก่การดำเนินการอนุญาโตตุลาการ เพื่อระงับข้อพิพาทนี้และให้อยู่ภายใต้การจัดการของสถาบันดังกล่าว ฝ่ายผู้ร้องทั้งสามแถลงยอมรับข้อเท็จจริงว่า ศาลฎีกาได้พิพากษาตามคดีหมายเลขแดงที่ 7277/2549 ระหว่างผู้ร้องทั้งสามกับผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ผู้ร้องที่ 3 ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7277/2549 เป็นนิติบุคคลเดียวกันกับผู้ร้องที่ 3 ในข้อพิพาทนี้ และฝ่ายผู้ร้องได้ฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีหมายเลขดำที่ 721/2551 เรื่องลาภมิควรได้

คณะอนุญาโตตุลาการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อพิพาทในคดีนี้มีข้อเท็จจริงต่าง ๆ พอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานของฝ่ายผู้ร้องและผู้คัดค้าน ทั้งนี้คู่พิพาททั้งสองฝ่ายแถลงไม่คัดค้าน นัดพร้อมคณะอนุญาโตตุลาการ เพื่อปรึกษาทำคำชี้ขาดในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดว่า ผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านเป็นคู่ความเดียวกันกับคู่ความในคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7277/2549 ผลของคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความคือ ผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านตามมาตรา 145 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่า สัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง เกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีผลผูกพัน

ดังนั้น ข้อเรียกร้องของผู้ร้องทั้งสามที่ขอให้คณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระเงินทดรองให้แก่ผู้ร้องทั้งสามที่ชำระเงินแทนผู้คัดค้านไปจำนวน 44,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ดังกล่าว จึงไม่มีผลผูกพันผู้คัดค้านที่จะต้องชำระเงินแทนตามข้อเรียกร้อง เมื่อได้ความข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าว คณะอนุญาโตตุลาการจึงไม่อาจชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระเงินตามข้อเรียกร้องให้แก่ผู้ร้องทั้งสามได้ ประเด็นข้อพิพาทอื่นไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้องทั้งสาม ผู้ร้องทั้งสามได้รับสำเนาคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ต่อมาวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ผู้ร้องทั้งสามว่า คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ค) เนื่องจากไม่มีการแจ้งให้คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้าโดยชอบถึงการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ คณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้ดำเนินการพิจารณาประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ให้ถูกต้องตามลำดับเป็นการไม่ชอบ คณะอนุญาโตตุลาการมิได้ปฏิบัติตาม มาตรา 38 วรรคสอง (3) เรื่องการมีคำสั่งให้ยุติกระบวนพิจารณา หากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป หรือไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ และการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ก) (ข) คดีนี้เมื่อผู้ร้องทั้งสามเสนอข้อพิพาทตามสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ระหว่างผู้ร้องทั้งสามกับผู้คัดค้านต่อคณะอนุญาโตตุลาการตามข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการย่อมผูกพันคู่พิพาท ผู้ร้องทั้งสามจะให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม เท่านั้น โดยผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องอ้างว่า คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 40 วรรคสาม (1) (ค) เนื่องจากไม่มีการแจ้งให้คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้าโดยชอบถึงการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ และการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 40 วรรคสาม (2) (ก) (ข) ซึ่งมาตรา 40 วรรคสาม (1) (ค) และ (2) (ก) (ข)

บัญญัติว่า "ให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดสามารถพิสูจน์ได้ว่า... (ค) ไม่มีการแจ้งให้คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้าโดยชอบ ถึงการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการหรือการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ หรือบุคคลดังกล่าวไม่สามารถเข้าต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการได้เพราะเหตุประการอื่น... (2) มีกรณีปรากฏต่อศาลว่า (ก) คำชี้ขาดนั้นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการ ได้ตามกฎหมาย หรือ (ข) การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" นอกจากนี้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการนั้น

วิธีพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 25 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่คู่พิพาทมิได้ตกลงกันหรือกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควร อำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการนี้ให้รวมถึงอำนาจวินิจฉัยในเรื่องการรับฟังพยานหลักฐานและการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงด้วย" วรรคสาม บัญญัติว่า "เพื่อประโยชน์แห่งหมวดนี้ คณะอนุญาโตตุลาการอาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยพยานหลักฐานมาใช้โดยอนุโลม" และมาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่คู่พิพาทมิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้คณะอนุญาโตตุลาการเป็นผู้กำหนดว่าจะสืบพยานหรือฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือ หรือจะดำเนินกระบวนพิจารณาโดยรับฟังเพียงเอกสารหรือพยานหลักฐานอื่นใดก็ได้"

จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นได้ความว่า ในวันนัดประชุมวันที่ 2 และ 27 มีนาคม 2558 คู่พิพาทต่างเข้าร่วมประชุมตามที่ได้รับแจ้งทุกครั้ง ในการนัดประชุมวันที่ 2 มีนาคม 2558 คณะอนุญาโตตุลาการได้สอบถามฝ่ายผู้ร้องทั้งสามเกี่ยวกับคำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายและคำร้องขอเพิ่มเติมคำคัดค้านของผู้คัดค้าน ฝ่ายผู้ร้องทั้งสามแถลงให้เป็นดุลพินิจของคณะอนุญาโตตุลาการและไม่คัดค้านคำร้องขอเพิ่มเติมคำคัดค้าน รวมทั้งสอบถามคู่พิพาทเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผ่านมาทั้งหมดโดยคณะอนุญาโตตุลาการชุดก่อนว่า คู่พิพาทเห็นชอบในการรับรองกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการที่ผ่านมาทั้งหมดหรือไม่ คู่พิพาทแถลงว่าการพิจารณาเกี่ยวกับการรับรองกระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น เพื่อให้เป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขอระยะเวลาในการตัดสินใจ โดยขอให้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในนัดหน้าและตกลงให้นัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 27 มีนาคม 2558 เวลา 9.30 นาฬิกา ถึงวันนัดคู่พิพาทมาประชุมตามนัด คู่พิพาทตกลงกันโดยความเห็นชอบของคณะอนุญาโตตุลาการ ดังนี้ 1. รับรองการดำเนินกระบวนพิจารณา กำหนดประเด็นข้อพิพาท และการสืบพยานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนพิจารณาและการสืบพยานของคณะอนุญาโตตุลาการนี้โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาและสืบพยานใหม่ 2. หากมีการยื่นสำเนาเอกสารโดยที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่คัดค้านความถูกต้องของเอกสารสำเนาเอกสารนั้น ให้รับฟังสำเนาเอกสารนั้นได้ 3. คู่พิพาทตกลงร่วมกันให้ใช้ข้อบังคับสำนักงานศาลยุติธรรมว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

สถาบันอนุญาโตตุลาการ บังคับแก่การดำเนินการอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาทนี้ และให้อยู่ภายใต้การจัดการของสถาบันดังกล่าว ฝ่ายผู้ร้องทั้งสามแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ศาลฎีกาได้พิพากษาตามคดีหมายเลขแดงที่ 7277/2549 ระหว่างผู้ร้องทั้งสาม กับผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ผู้ร้องที่ 3 ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7277/2549 เป็นนิติบุคคลเดียวกันกับผู้ร้องที่ 3 ในข้อพิพาทนี้ และฝ่ายผู้ร้องทั้งสามได้ฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีหมายเลขดำที่ 721/2551 เรื่องลาภมิควรได้ คณะอนุญาโตตุลาการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อพิพาทในคดีนี้มีข้อเท็จจริงต่าง ๆ พอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานของฝ่ายผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้าน

ทั้งนี้คู่พิพาททั้งสองฝ่ายต่างแถลงไม่คัดค้าน นัดพร้อมคณะอนุญาโตตุลาการเพื่อปรึกษาทำคำชี้ขาดในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสามเข้าร่วมประชุมและทราบถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ของคณะอนุญาโตตุลาการมาโดยตลอด การประชุมในวันที่ 27 มีนาคม 2558 ผู้ร้องทั้งสามแถลงรับข้อเท็จจริงและแถลงไม่คัดค้านที่คณะอนุญาโตตุลาการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อพิพาทในคดีนี้มีข้อเท็จจริงต่าง ๆ พอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานของฝ่ายผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้าน นอกจากนี้การใช้อำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการในการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ นั้น คู่พิพาทไม่ได้ตกลงกันกำหนดอำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการไว้เป็นอย่างอื่น คณะอนุญาโตตุลาการจึงมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใด

ๆ ได้ตามที่เห็นสมควรตามที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 25 และ 30 ให้อำนาจไว้ การวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่คู่พิพาทต่างแถลงรับกันอันเนื่องมาจากสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ระหว่างผู้ร้องทั้งสามกับผู้คัดค้าน รวมทั้งไม่ปรากฏว่าคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทไม่สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการได้ตามกฎหมาย และการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ส่วนการที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทเสร็จเด็ดขาดโดยให้ยุติกระบวนพิจารณาตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ.2545 มาตรา 38 วรรคสอง (3) นั้น เป็นอำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการที่เห็นว่าสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนมีคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทได้ ประกอบกับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยคำร้องของผู้ร้องทั้งสามโดยให้เหตุผลและรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ชอบแล้ว ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ของคณะอนุญาโตตุลาการจนกระทั่งมีคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทเป็นไปตามขอบเขตของกฎหมาย กรณีคำร้องของผู้ร้องทั้งสามจึงไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ค) และ (2) (ก) (ข) ที่ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประยูร ณ ระนอง · สมพงษ์ เหมวิมล · กึกก้อง สมเกียรติเจริญ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางนพมาศ ดุลภัทร ปิ่นกระจาย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.688/2560
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ3749/2558
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ4216/2559
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2568

การที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ ป. และผู้ตาย โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีส่วนประมาทด้วยกันโดยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการในการชั่งน้ำหนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696282)

ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทกล่าวอ้างว่าผู้ร้องปฏิบัติผิดสัญญาจ้างงานบริการวิศวกรรมที่ปรึกษาอันถือเป็นสัญญาจ้างทำของ และเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุที่ปฏิบัติผิดสัญญาดังกล่าว ซึ่งไม่มีกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696280)

คำให้การของผู้คัดค้านในคดีแพ่งที่ผู้ร้องยื่นฟ้องก่อนเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่ว่าต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเพียงการอ้างว่าสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำฟ้องล้วนมีข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้