Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยระบุห้ามใช้เวลาหรือทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปทำงานส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาต การที่โจทก์ขายสินค้าบริษัทอื่นให้แก่ลูกจ้างจำเลยสองคน คนหนึ่งซื้อยาสระผมและครีมนวดผมอีกคนหนึ่งซื้อลิปสติกการซื้อขายสิ่งของจำนวนเล็กน้อยโดยปกติใช้เวลาเพียงครู่เดียวทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใดการกระทำของโจทก์จึงมิใช่การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีที่ร้ายแรง จำเลยไม่เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อนจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ การที่โจทก์ขายสินค้าบริษัทอื่นแก่ลูกจ้างจำเลยย่อมเป็นเหตุให้ทั้งโจทก์และลูกจ้างต้องหยุดการทำงานเพื่อเจรจาและส่งมอบสินค้าที่โจทก์นำมาขาย ถือได้ว่าเป็นการกระทำการอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่การงานของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 22,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน 22,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและเบี้ยขยันจำนวน 600 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่จงใจให้จำเลยได้รับความเสียหาย และฝ่าฝืนข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน การกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยเสียหาย โจทก์ควรปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้องและสุจริต หัวหน้างานของโจทก์ได้ตักเตือนแล้ว แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยจึงบอกเลิกจ้างโจทก์การกระทำของโจทก์เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย โจทก์ได้ขายสินค้าของบริษัทอื่นให้แก่ลูกจ้างของจำเลยสองคน คนละหนึ่งครั้ง แต่การกระทำของโจทก์มิได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน สินค้าของจำเลยและสินค้าของบริษัทอื่นที่โจทก์ขายไม่มีความเกี่ยวข้องกันและไม่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกันไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายการกระทำของโจทก์เป็นเพียงการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีที่ไม่ร้ายแรง พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 22,000 บาท และค่าชดเชยจำนวน22,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและให้จำเลยชำระเบี้ยขยันจำนวน 600 บาท แก่โจทก์ด้วยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

"ที่จำเลยอุทธรณ์ข้อสองว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น เห็นว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ส่วนที่ 9 ระเบียบวินัยข้อ 1(6) ระบุว่า ห้ามใช้เวลาหรือทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปทำงานส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาตการที่โจทก์ขายสินค้าบริษัทอื่นให้แก่ลูกจ้างของจำเลยสองคน คนหนึ่งซื้อยาสระผมและครีมนวดผมส่วนอีกคนหนึ่งซื้อลิปสติก การซื้อขายสิ่งของที่มีจำนวนเล็กน้อยดังกล่าวโดยปกติก็ใช้เวลาเพียงครู่เดียว ทั้งข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด การกระทำของโจทก์ดังกล่าวจึงมิใช่การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีที่ร้ายแรง

จำเลยไม่เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อนจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยอุทธรณ์ข้อสามว่า การกระทำของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่การงานของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านั้น เห็นว่า การที่โจทก์ขายสินค้าของบริษัทอื่นให้แก่ลูกจ้างของจำเลยดังกล่าวข้างต้นย่อมเป็นเหตุให้ทั้งโจทก์และลูกจ้างของจำเลยดังกล่าวต้องหยุดการทำงานเพื่อเจรจาและส่งมอบสินค้าที่โจทก์นำมาขาย การกระทำของโจทก์ถือได้ว่าเป็นการกระทำการอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่การงานของตนในลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 22,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในเงินดังกล่าวแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6609/2561

การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4110/2561

โจทก์เป็นผู้จัดการแผนกคลังสินค้ามีหน้าที่จัดทำเอกสารใบควบคุมการส่งสินค้าเพื่อจ่ายสินค้า ออกจากคลังสินค้าและจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ก่อนนำสินค้าขึ้นรถขนส่งจะต้องมีการตรวจสอบรายการสินค้าให้ครบถ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้