Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยทั้งสองกับ น. ต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ทั้งห้าในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาโจทก์ทั้งห้าย่อมมีสิทธิเลือกบังคับชำระหนี้ทั้งหมดเอาจากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสามคนร่วมกันก็ได้หากบังคับชำระหนี้ได้ไม่ครบหรือไม่ได้เลยและอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะฟ้องให้ลูกหนี้คนใดล้มละลายได้โจทก์ทั้งห้าก็มีสิทธิฟ้องให้ล้มละลายได้ด้วยการที่โจทก์ทั้งห้าเลือกฟ้องจำเลยที่2ให้ล้มละลายหาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่ เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวแต่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยทั้งสองล้มละลายจำเลยที่2ไม่ได้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์จึงฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวและวินิจฉัยเฉพาะปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่ามีเหตุไม่ควรพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายหรือไม่ที่จำเลยที่2ฎีกาว่ามิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยที่2อ้างว่ามีรายได้เดือนละ200,000-300,000บาทแต่ไม่ปรากฏว่าเคยชำระหนี้ให้โจทก์ทั้งห้าเลยข้ออ้างจึงเลื่อนลอยไม่น่าเชื่อถือไม่พอฟังว่าจำเลยที่2มีรายได้ที่อาจชำระหนี้ได้ทั้งหมดจึงไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยที่2ล้มละลาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ของ จำเลย ทั้ง สอง เด็ดขาดและ พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สอง เป็น บุคคล ล้มละลายจำเลย ที่ 1 ไม่ยื่น คำให้การ และ ขาดนัดพิจารณาจำเลย ที่ 2 ให้การ ขอให้ ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ ทั้ง ห้า อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ พิทักษ์ทรัพย์ ของ จำเลย ทั้ง สองเด็ดขาดจำเลย ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์ แล้ว ข้อเท็จจริง เบื้องต้นฟังได้ ว่า ศาลแพ่ง ได้ พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สอง และ นาย นที สุทินชัยยะ หรือ กรุง ศรีวิไล ร่วมกัน ชดใช้ ค่าเสียหาย ให้ แก่ โจทก์ ที่ 1เป็น เงิน 18,220 บาท โจทก์ ที่ 2 และ ที่ 3 เป็น เงิน 308,000 บาทโจทก์ ที่ 4 เป็น เงิน 127,210 บาท และ

โจทก์ ที่ 5 เป็น เงิน 14,350บาท พร้อม ดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อ ปี ของ ต้นเงิน ที่ จำเลย ทั้ง สองและ นาย นที จะ ต้อง ร่วมกัน รับผิด ชดใช้ แก่ โจทก์ แต่ละ คน ตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 2522 จนกว่า จะ ชำระ เสร็จ กับ ค่าฤชาธรรมเนียมและ ค่า ทนายความ 7,500 บาท แทน โจทก์ ตาม คดี หมายเลขแดง ที่ 7608/2524คดีถึงที่สุด แล้ว คิด ดอกเบี้ย ถึง วันฟ้อง คดี นี้ เป็น จำนวน หนี้ทั้งสิ้น 900,731.74 บาท ปัญหา ที่ ต้อง วินิจฉัย ตาม ฎีกา ของ จำเลย ที่ 2ประการ แรก มี ว่า โจทก์ ฟ้องคดี นี้ เป็น การ ใช้ สิทธิ โดย ไม่สุจริตหรือไม่ เห็นว่า การ ที่ จำเลย ทั้ง สอง กับ นาย นที ต้อง ร่วมกัน รับผิด ต่อ โจทก์ ทั้ง ห้า ใน ฐานะ เป็น

ลูกหนี้ ร่วม ตาม คำพิพากษา ของ ศาลแพ่งดังกล่าว โจทก์ ทั้ง ห้า ย่อม มีสิทธิ เลือก บังคับ ชำระหนี้ ทั้งหมดเอา จาก ลูกหนี้ คนใด คนหนึ่ง หรือ ทั้ง สาม คน ร่วมกัน ก็ ได้ หาก บังคับชำระหนี้ ได้ไม่ ครบ หรือไม่ ได้ เลย และ อยู่ ใน หลักเกณฑ์ ที่ จะ ฟ้องให้ ลูกหนี้ คนใด ล้มละลาย ได้ โจทก์ ทั้ง ห้า ก็ มีสิทธิ ฟ้อง ให้ ล้มละลายได้ ด้วย ดังนั้น การ ที่ โจทก์ ทั้ง ห้า เลือก ฟ้อง จำเลย ที่ 2 ให้ล้มละลาย ใน คดี นี้ หา เป็น การ ใช้ สิทธิ โดย ไม่สุจริต ไม่ ปัญหา ต่อไปที่ จำเลย ที่ 2 ฎีกา ว่า มิได้ มี หนี้สินล้นพ้นตัว นั้น เห็นว่าเมื่อ ศาลชั้นต้น วินิจฉัย ว่า จำเลย ทั้ง สอง มี หนี้สินล้นพ้นตัว แต่ มีเหตุ ที่ ไม่ควร ให้

จำเลย ทั้ง สอง ล้มละลาย จำเลย ที่ 2 ไม่ได้ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ จึง ฟัง ข้อเท็จจริง เป็น ยุติ ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น ว่าจำเลย ทั้ง สอง มี หนี้สินล้นพ้นตัว และ วินิจฉัย เฉพาะ ปัญหา ตาม อุทธรณ์ของ โจทก์ ว่า มีเหตุ ไม่ควร พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สอง ล้มละลาย หรือไม่ที่ จำเลย ที่ 2 ยก ปัญหา ดังกล่าว ขึ้น มา ฎีกา จึง เป็น ข้อ ที่ มิได้ยกขึ้น ว่า กัน มา แล้ว โดยชอบ ใน ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ไม่รับ วินิจฉัยปัญหา สุดท้าย มีเหตุ ที่ ไม่ควร ให้ จำเลย ที่ 2 ล้มละลาย หรือไม่เห็นว่า แม้ ก่อน ฟ้องคดี นี้ โจทก์ ทั้ง ห้า ได้ บังคับคดี ยึดทรัพย์ของ นาย นที มา ก่อน แต่ ต่อมา โจทก์ ทั้ง ห้า ก็ ได้ ถอน การ ยึดทรัพย์ ไป แล้ว

เพราะ ทรัพย์ ติด จำนอง ธนาคาร ที่ จำเลย ที่ 2 อ้างว่า มี รายได้เดือน ละ 200,000 ถึง 300,000 บาท ก็ ไม่ปรากฏ ว่า เคย ชำระหนี้ให้ โจทก์ ทั้ง ห้า เลย ข้ออ้าง เกี่ยวกับ รายได้ จึง เลื่อนลอยไม่น่าเชื่อถือ ยัง ไม่พอ ฟัง ว่า จำเลย ที่ 2 มี รายได้ ที่ อาจ ชำระหนี้ ได้ ทั้งหมด จึง ไม่มี เหตุ ที่ ไม่ควร ให้ จำเลย ที่ 2 ล้มละลายศาลอุทธรณ์ พิพากษา ชอบแล้ว ฎีกา ของ จำเลย ที่ 2 ทุก ข้อ ฟังไม่ขึ้น "

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต เพชรปลูก · สมาน เวทวินิจ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6756/2538

ฎีกาจำเลยที่4ที่ว่าศาลไม่ชอบที่จะรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาเพราะโจทก์เป็นเจ้าหนี้มีประกันได้บรรยายฟ้องโดยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา10(2)แม้จำเลยที่4มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2203/2531

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 7 ฟ้องคดีล้มละลาย โจทก์ที่ 7 ในฐานะตัวแทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 จึงไม่มีอำนาจมอบให้โจทก์ที่ 10 ฟ้องคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2519

คำพิพากษาในคดีแพ่งที่พิพากษาให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันชำระหนี้ตามฟ้องให้โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 รับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ค้ำประกัน หากไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาด ถ้าได้เงินไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2561

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 5 จะบัญญัติว่า "ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต" แต่มาตรา 6 ก็บัญญัติต่อไปว่า "ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต" โจทก์ที่ 1 จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 643651)

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับผิดเป็นการส่วนตัวในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้