Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องคดีนี้ในขณะที่คดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองกับนิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินและจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ทั้งหมด อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์อ้างเหตุและมีคำขอท้ายฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 เป็นอย่างเดียวกันกับคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ จึงเป็นการฟ้องเรื่องเดียวกัน ฟ้องคดีนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 เป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์และขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 และ10625 โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงถึงที่สุดและย่อมผูกพันโจทก์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 เมื่อการขายทอดตลาดที่ดินไม่ได้ถูกเพิกถอน ผู้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดย่อมมีสิทธิรับโอนที่ดินดังกล่าวตามคำสั่งศาลและมีสิทธิโอนต่อไปได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี และโฉนดเลขที่ 106205 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร นิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 และเลขที่ 106204 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ นิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ระหว่างจำเลยที่ 3 และที่ 4 กับจำเลยที่ 5 นิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ระหว่างจำเลยที่ 5 กับจำเลยที่ 6 นิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 106205 ระหว่างจำเลยที่ 7 กับจำเลยที่ 8 และระหว่างจำเลยที่ 8 กับจำเลยที่ 9 ให้เจ้าพนักงานที่ดินเพิกถอนนิติกรรมที่เป็นโมฆะทั้งหมด แล้วจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินทั้งสองแปลง ให้จำเลยที่ 6 และที่ 9 ส่งมอบโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 6 และที่ 9 ไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และจำเลยที่ 8, ที่ 9 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 7 ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ จำเลยที่ 2 และที่ 8 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 และที่ 8 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ได้ยื่นคำร้องในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10/2528 ของศาลชั้นต้น ที่จำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยที่ 2 โดยอ้างในคำร้องว่า ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.30/2538 ของศาลแพ่ง ศาลฎีกาพิพากษาโดยวินิจฉัยว่า นิติกรรมจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี และโฉนดเลขที่ 106205 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร กับที่ดินอีก 2 แปลง ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกเป็นโมฆะ จึงมีผลให้การยึดทรัพย์ที่ดินดังกล่าวในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10/2528 ของศาลชั้นต้น เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และได้มีการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวไปแล้ว ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์และการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว และหากเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สามารถเรียกโฉนดที่ดินคืนจากผู้ซื้อทรัพย์ได้ ขอให้สำนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นิติกรรมจำนองที่ดินทั้งสี่แปลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นโมฆะ แต่ไม่ได้วินิจฉัยว่า การยึดทรัพย์และการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีกระทำไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าการยึดทรัพย์และการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสี่แปลงชอบด้วย กฎหมายแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการยึดทรัพย์ ให้ยกคำร้อง ตามสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ โจทก์ไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น หลังจากนั้นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ผบ. 1381/2552 อ้างความเป็นโมฆะของนิติกรรมจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตามที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.30/2538 ของศาลแพ่งอีก และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 นิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ตามคำสั่งศาล

นิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายและจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ภายหลังจากนั้นทั้งหมด ให้จำเลยที่ 6 ส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 7524 แก่โจทก์ กับให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนเพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ดังกล่าวและจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้อง ตามสำเนาคำฟ้องคดีผู้บริโภค โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ตามสำเนาอุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ในระหว่างที่คดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว โดยโจทก์อ้างเหตุและมีคำขอท้ายฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 เป็นอย่างเดียวกันกับคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้

อันเป็นการฟ้องในเรื่องเดียวกัน ฟ้องคดีนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 จึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) นอกจากนี้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคดีแพ่งหมายแดงที่ 10/2528 ให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์และขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 และ 106205 ตามสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ ซึ่งโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงถึงที่สุดแล้ว และย่อมผูกพันโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 และ 106205 โดยอ้างเหตุความเป็นโมฆะของนิติกรรมการจำนองที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 อีกไม่ได้

เมื่อการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 และ 106205 ไม่ได้ถูกเพิกถอน จำเลยที่ 2 และที่ 7 ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 7524 และ 106205 ตามลำดับจากการขายทอดตลอด ย่อมมีสิทธิรับโอนที่ดินดังกล่าวตามคำสั่งศาล ทั้งมีสิทธิโอนต่อให้จำเลยอื่น และจำเลยอื่นมีสิทธิโอนต่อกันไปเป็นทอด ๆ รวมทั้งมีสิทธิจำนองและรับจำนองด้วย และการที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 มีสิทธิดังกล่าวมาแล้วก็ย่อมไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จักรกฤช เจริญเลิศ · กษิดิ์เดช จีนสลุต · สุนันท์ ชัยชูสอน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายสากล สมสุข
ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ กลั่นวารินทร์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2192/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1444/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1236/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้