Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 85210)

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเข้าครอบครองที่ดินของรัฐในทุ่งเขาหน้าวัวซึ่งทางราชการสงวนไว้สำหรับให้ราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ โดยเข้าไปแผ้วถางปลูกพืชผลแล้วครอบครองที่ดิน โดยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน กับทั้งระบุถึงวันเดือนปีและที่เกิดเหตุอันเป็นการระบุครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ 108 นั้น เมื่อจำเลยรับว่าจำเลยเข้าครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน แม้ทางพิจารณาจะไม่ได้ความว่าเป็นที่ดินซึ่งทางราชการสงวนไว้สำหรับให้ราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ ก็ลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ เพราะความตอนนี้เป็นเพียงรายละเอียด ไม่ใช่ส่วนขององค์ความผิด เมื่อกฎหมายห้ามเข้าครอบครองที่ดินโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฉะนั้น ถ้าผู้ใดครอบครองที่ดินอยู่ก็ย่อมเป็นการกระทำอันฝ่าฝืนกฎหมาย และเป็นความผิดอยู่ทุกขณะที่ทำการครอบครอง คดีจึงไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.ที่ดิน มาตรา 2 ป.ที่ดิน มาตรา 9 ป.ที่ดิน มาตรา 108 ป.อ. มาตรา 95 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 192

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๗ สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมา โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๗ สำนวนครอบครองที่ดินของรัฐซึ่งเป็นที่ดินที่มีประกาศของทางราชการสงวนไว้สำหรับให้ราษฎรใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ โดยจำเลยมิได้มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙, ๑๐๘ จำเลยทั้ง ๗ สำนวนให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙, ๑๐๘ ปรับคนละ ๕๐๐ บาท จำเลยทุกคนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปยึดถือหรือครอบครองที่ดินอันเป็นของรัฐ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนก็เป็นความผิดตามมาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๒ บัญญัติว่า ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ฉะนั้น ที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือที่ดินซึ่งทางราชการสงวนไว้สำหรับราษฎร ก็เป็นที่ดินของรัฐเช่นเดียวกัน และการเข้ายึดถือหรือครอบครองที่ดินของรัฐ ก็มีบทห้ามและบทลงโทษแต่เฉพาะมาตรา ๙ และ ๑๐๘ ไม่ใช่มีบทห้ามและบทลงโทษเกี่ยวกับที่ดินของรัฐแต่ละประเภท ทั้งไม่มีบทกำหนดโทษไว้แตกต่างกัน คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าครอบครองที่ดินของรัฐในทุ่งเขาหน้าวัวโดยเข้าไปแผ้วถางปลูกพืชผลแล้วครอบครองที่ดินโดยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน กับทั้งระบุถึงวันเดือนปีและที่เกิดเหตุ

คำฟ้องดังกล่าวเป็นการระบุครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายทีดินมาตรา ๙ และ ๑๐๘ และมีรายละเอียดเพียงพอที่ถูกต้องตามกฎหมาย คำฟ้องของโจทก์เท่าที่กล่าวนี้ย่อมเป็นคำฟ้องที่รับพิจารณาลงโทษจำเลยได้ จำเลยรับว่าที่ซึ่งจำเลยเข้าครอบครองเป็นที่รกร้างว่างเปล่าและจำเลยเข้าครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตามคำรับของจำเลยจึงเท่ากับรับว่าที่ซึ่งโจทก์ฟ้องเป็นของรัฐ และจำเลยเข้าครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่อันเป็คำรับตามคำฟ้องของโจทก์ ดังที่วินิจฉัยมาแล้ว แม้ทางพิจารณาจะไม่ได้ความว่าเป็นทั้งที่ดินที่มีประกาศของทางราชการสงวนไว้สำหรับให้ราษฎรใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ ก็ลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ เพราะความตอนนี้เป็นเพียงรายละเอียดเพิ่มขึ้น

ไม่ใช่ส่วนขององค์ความผิดและไม่กระทบกระเทือนแปรเปลี่ยนฟ้องตอนอื่นของโจทก์ แม้โจทก์จะไม่กล่าวความตอนนี้ ฟ้องโจทก์ก็สมบูรณ์ แต่ที่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยให้เสร็จไปในขั้นนี้ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙ ตอนต้นกับอนุมาตรา (๑) พึงแยกข้อความได้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปยึดถือ ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครอง รวมตลอดทั้งห้ามการก่อสร้างหรือเผาป่า กฎหมายไม่ได้ใช้คำว่า เข้าไปยึดถือครอบครอง ซึ่งจะทำให้เข้าใจคำว่าเข้าไป นั้น ใช้ประกอบทั้งยึดถือและครอบครอง คำว่าเข้าไปยึดถือ และคำว่า ครอบครอง จึงเป็นข้อความแยกต่างหากจากกัน ฉะนั้น ถ้าผู้ใดครอบครองที่ดินอยู่ ก็ย่อมเป็นการกระทำอันฝ่าฝืนกฎหมาย และเป็นความผิดอยู่ทุกขณะที่ทำการครอบครอง จำเลยก็รับอยู่ว่าจำเลยยังคงครอบครองที่ดินอยู่ตลอดมา ฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ขาดาอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกระบี่ - นายบรรทม จาตกานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายแสงสิทธิ์ พวงนาก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 45603)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเข้าครอบครองที่ดินของรัฐในทุ่งเขาหน้าวัวซึ่งทางราชการสงวนไว้สำหรับให้ราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ โดยเข้าไปแผ้วถางปลูกพืชผลแล้วครอบครองที่ดินโดยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาตจากเจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6616/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าที่ดินภูเขากระโดน อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมธน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7760/2556

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายองค์ประกอบความผิดตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9 ไว้ชัดเจนว่า จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ทั้งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมากิ่งอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7713/2554

ป.วิ.อ. มาตรา 158 บัญญัติว่า ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมีรายการต่าง ๆ ที่จะต้องมีในคำฟ้องอีกรวม 7 อนุมาตรา แต่มิได้มีเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะขอให้ศาลสั่งริบว่าจะต้องมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เมื่อโจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้