Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8530/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาที่จำเลยให้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์แก่โจทก์ มีข้อความระบุว่า จำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในเครื่องวิทยุคมนาคมตามบัญชีต่อท้ายสัญญานี้ให้แก่โจทก์ผู้รับนับแต่วันทำสัญญาและโจทก์ได้รับมอบเครื่องวิทยุคมนาคมพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว แต่ในวันที่จำเลยทำสัญญา จำเลยไม่ได้ส่งมอบเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ สัญญาที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์จึงขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 523 ย่อมไม่สมบูรณ์ไม่มีผลบังคับจำเลยตามสัญญา สัญญามีข้อความว่า ผู้เช่าตกลงนำเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมไปติดตั้ง ณ หน่วยงานของจำเลย แต่ในวันที่จำเลยทำสัญญาโจทก์ไม่ได้ส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคือวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ให้แก่จำเลยได้นำไปใช้ตามข้อตกลงในสัญญาจึงขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 546 สัญญาย่อมไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลบังคับจำเลยตามสัญญาเช่นกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่า ค่าเสียหาย และบังคับให้จำเลยคืนเครื่องวิทยุคมนาคมพร้อมอุปกรณ์แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาให้เครื่องวิทยุคมนาคมพร้อมด้วยอุปกรณ์แก่โจทก์ ในวันเดียวกันจำเลยได้ทำสัญญาเช่าใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ดังกล่าวจากโจทก์มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาเป็นต้นไป ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 300 บาท โดยข้อตกลงในสัญญาเช่าใช้ว่าเมื่อครบกำหนดแล้ว หากผู้เช่ายังคงใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์อยู่อีกให้ถือว่าผู้เช่าตกลงเช่าต่อไปจนกว่าผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาจำเลยชำระค่าเช่าเพียงเดือนเดียวแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 20,516.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 17,400 บาท และให้จำเลยคืนเครื่องวิทยุคมนาคมพร้อมอุปกรณ์ที่เช่าในสภาพที่ใช้การได้ดีแก่โจทก์ หากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคา 12,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 300 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งคืนหรือใช้ราคาเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ในการทำสัญญาตามฟ้องไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์แต่อย่างใดทั้งสิ้น สัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้โรงเรียนเทคนิคเอกชนมีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ใช้ในกิจการของโรงเรียนโดยกระทรวงศึกษาธิการจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคมให้ จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรียนพนมเทคนิคช่างกลและพณิชยการ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2533 ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีหนังสือถึงโจทก์เรื่องขอหนังสือรับรองการนำเข้าเครื่องรับ - ส่งวิทยุ ระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนมีความประสงค์จะขอให้โจทก์ออกหนังสือรับรองการนำเข้าเครื่องรับ - ส่งวิทยุ ให้แก่บริษัทยูนิเมซ่า จำกัด ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม 2534 ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีหนังสือถึงโจทก์เรื่องขอแก้ไขหนังสือรับรองการนำเข้าเครื่องรับ - ส่งวิทยุ

ระบุว่า ให้รับรองการนำเข้าให้แก่บริษัทยี. ซีมอน เรดิโอ จำกัด และเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2534 โจทก์ได้ออกใบอนุญาตให้บริษัทยี. ซีมอน เรดิโอ จำกัด มีซึ่งเครื่องรับ - ส่งวิทยุ รวม 200 ชุด ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม 2534 บริษัทยี. ซีมอน เรดิโอ จำกัด มีหนังสือถึงโจทก์ขอแจ้งจำหน่ายเครื่องรับ - ส่งวิทยุให้แก่กระทรวงศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน) จำนวน 104 เครื่อง จึงขอเชิญเจ้าหน้าที่ของโจทก์มาตรวจสอบรายละเอียดทางด้านเทคนิค ณ บริษัทยี. ซีมอน เรดิโอ จำกัด วันที่ 8 กรกฎาคม 2534 เจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ไปตรวจสอบเครื่องรับ - ส่งวิทยุ ณ ที่บริษัทยี. ซีมอน เรดิโอ จำกัด ต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2536 จำเลยได้ทำสัญญาให้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ แก่โจทก์เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมแบบมือถือผลิตโดยบริษัทไอคอม

ประเทศญี่ปุ่น หมายเลขเครื่อง 392837 ในวันเดียวกันคือวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2536 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ดังกล่าวจากโจทก์ และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2536 ได้มีการมอบเครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าว ซึ่งผู้รับไปคือนางสาวพรพรรณเจ้าหน้าที่ของบริษัทยี. ซีมอน เรดิโอ จำกัด ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม 2536 โจทก์ได้ออกใบอนุญาตให้จำเลยใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยส่งให้จำเลยทางไปรษณีย์ตอบรับมีผู้รับไว้เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2538 ปรากฏว่าจำเลยยังไม่เคยได้รับเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ดังกล่าวมาใช้ในกิจการของจำเลย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อกฎหมายของโจทก์ว่าสัญญาให้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์แก่โจทก์ และสัญญาเช่าเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ดังกล่าวจากโจทก์สมบูรณ์หรือไม่

เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 523 บัญญัติว่า "การให้นั้น ท่านว่าย่อมสมบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ให้" สัญญาที่จำเลยให้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์แก่โจทก์มีข้อความระบุว่า จำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในเครื่องวิทยุคมนาคมตามบัญชีต่อท้ายสัญญานี้ให้แก่โจทก์ผู้รับนับแต่วันทำสัญญา และโจทก์ได้รับมอบเครื่องวิทยุคมนาคมพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2536 อันเป็นวันที่จำเลยทำสัญญาให้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์แก่โจทก์นั้น จำเลยไม่ได้ส่งมอบเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ ดังนั้น สัญญาให้เครื่องวิทยุคมนาคมที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์จึงขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว

สัญญาให้ดังกล่าวย่อมไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลบังคับจำเลยตามสัญญา ส่วนสัญญาที่จำเลยเช่าใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์จากโจทก์ ซึ่งมีข้อความระบุว่า ข้อ 2. ผู้เช่าตกลงนำเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมไปติดตั้ง ณ หน่วยงานของจำเลย... นั้น ก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2536 อันเป็นวันที่จำเลยทำสัญญาเช่าใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ โจทก์ไม่ได้ส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคือวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ให้แก่จำเลยได้นำไปใช้ตามข้อตกลงในสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 546 บัญญัติว่า "ผู้ให้เช่าจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ไม่ได้ส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่าคือวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ให้แก่จำเลยผู้เช่าจึงขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว

สัญญาที่จำเลยเช่าใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ย่อมไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลบังคับจำเลยตามสัญญาเช่นกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าค่าเสียหาย และบังคับให้จำเลยคืนเครื่องวิทยุคมนาคมพร้อมอุปกรณ์แก่โจทก์ที่ศาลล่างทั้งสองต่างพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย วิสิทธวงศ์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · จรูญวิทย์ ทองสอน
ศาลล่าง
ศาลแขวงดุสิต - นายวิธูร คลองมีคุณ
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศิลป์ โสเจยยะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2553

แม้ในตอนบนของเอกสารจะมีข้อความว่า "หนังสือพินัยกรรม" แต่ไม่มีพยาน 2 คน ลงลายมือชื่อรับรอง จึงไม่มีลักษณะเป็นพินัยกรรมตามกฎหมาย และหนังสือดังกล่าวมีข้อความว่า ข้าพเจ้า ล. หรือ ช. ได้ถวายที่ดินจำนวนประม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2077/2545

วัดผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของตึกแถวพิพาท แต่การครอบครองตึกแถวพิพาทยังเป็นของโจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้เช่า เมื่อโจทก์ที่ 2 ได้โอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2ในฐานะผู้โอนมีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7379/2543

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 537 และมาตรา 546 กำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทมีหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อที่จะต้องส่งมอบรถยนต์พิพาทแก่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อ เพื่อให้จำเลยที่ 1 ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2541

จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีโดยมิได้ยกประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมขึ้นเป็นข้อต่อสู้ การที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้ และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยมาให้ จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้