Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

วัดโจทก์จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2482 ก่อนพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505ใช้บังคับ กรณีต้องบังคับตามพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ รัตนโกสินทรศก 121 การจะสร้างวัดขึ้นใหม่ตามกฎหมายดังกล่าวนี้จะต้องมีการขอรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้างเสียก่อนจึงจะสร้างได้ แต่วัดโจทก์นี้ราษฎรพร้อมใจกันจัดสร้างขึ้นโดยไม่มีการขอรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้าง จึงเป็นการสร้างวัดขึ้นใหม่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 9 แห่งกฎหมายดังกล่าว และไม่มีสภาพเป็นวัดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 5 แห่งกฎหมายฉบับนั้น เพราะฉะนั้นที่พิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่ามีผู้ยกให้ จึงไม่ใช่สมบัติของวัดอันจะถือว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ วัดโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 มาตรา 5 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 มาตรา 9 ป.พ.พ. มาตรา 72

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2482 ได้มีราษฎรประชุมกันจัดสร้างวัดโจทก์ขึ้นมีผู้บริจาคที่ดินให้เนื้อที่ 6 ไร่ ต่อมา พ.ศ. 2520 จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากันได้ออก น.ส.3 ทับที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ขอให้เพิกถอน น.ส.3และเรียกค่าเสียหายจำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ซื้อจากนางเสริญ จำเลยขอออก น.ส.3 ไม่มีผู้ใดคัดค้าน วัดโจทก์ไม่เป็นวัดตามกฎหมาย ที่พิพาทจึงไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า วัดโจทก์ไม่ใช่วัดที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและที่พิพาทเป็นของจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า วัดโจทก์เป็นวัดตามกฎหมายและที่พิพาทเป็นของวัดโจทก์ พิพากษากลับให้เพิกถอน

น.ส.3 เฉพาะส่วน 6 ไร่ ของจำเลยกับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ราษฎรได้พร้อมใจกันสร้างวัดโจทก์ขึ้นในที่พิพาทเมื่อ พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ใช้บังคับ กรณีจึงต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์รัตนโกสินทรศก 121 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ตามกฎหมายดังกล่าว มาตรา 5 กำหนดว่าวัดมี 3 อย่างคือพระอารามหลวงที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างอย่างหนึ่ง อารามราษฎร์ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา อย่างหนึ่ง และมีสำนักสงฆ์อีกอย่างหนึ่งและมาตรา 9 แห่งกฎหมายดังกล่าวบัญญัติว่าผู้ใดจะสร้างวัดขึ้นใหม่ต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายมาตรานี้ก่อน จึงจะสร้างขึ้นได้ และในการขอรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอน และได้รับการพิจารณาจากนายอำเภอและเจ้าคณะแขวงตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติบังคับไว้ด้วย ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความแต่เพียงว่า

ราษฎรประชุมพร้อมใจสร้างวัดโจทก์กันขึ้นเองในที่พิพาทโดยไม่ปรากฏว่าได้มีการขอรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้าง จึงเป็นการสร้างวัดขึ้นใหม่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น วัดโจทก์ที่สร้างขึ้นเองในที่พิพาทจึงไม่มีสภาพเป็นวัดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แม้ต่อมาวัดโจทก์จะมีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดสำนักสงฆ์ตามเอกสารหมาย จ.3 ก็ไม่มีผลทำให้กลับกลายสภาพเป็นวัดที่ชอบด้วยกฎหมายไปได้ เมื่อวัดโจทก์ที่สร้างกันขึ้นเองในที่พิพาทไม่มีสภาพเป็นวัดแล้วที่พิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่ามีผู้ยกให้เป็นที่สร้างวัดจึงไม่ใช่สมบัติของวัดอันจะถือว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ วัดโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกไปจากที่พิพาทพิพากษากลับ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 589786)

แม้จำเลยที่ 6 จะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด แต่เมื่อจำเลยที่ 6 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการจัดระบบแสง สี เสียง ภาพ ประกอบการแสดง เวทีการแสดงต่าง ๆ การที่จำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2551

ป. ผู้จัดการคนเดิมของนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์เป็นผู้ยื่นอุทธรณ์และเป็นผู้ลงลายมือชื่อแต่งทนายความไว้ แต่เมื่อโจทก์ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดมาเป็น ภ. แล้ว ภ. ย่อมมีอำนาจถอนอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1910/2538

ปกติเมื่อกรรมการผู้ใดทำให้บริษัทเสียหายบริษัทย่อมเป็นผู้ฟ้องเรียกให้กรรมการผู้นั้นชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทส่วนผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1169วรรคแรกต้องเป็นการฟ้องแทนหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2750/2537

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่อง ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 30 และข้อ 29 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ได้บัญญัติให้โจทก์เป็นส่วนราชการอิสระไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2536

ผู้ร้องมิใช่กรรมการผู้มีอำนาจกระทำแทนบริษัทจำเลย และผู้ร้องก็มิได้มีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์ตามกฎหมาย ผู้ร้องคัดค้านและปฏิเสธฟ้องโจทก์เข้ามาในฐานะกรรมการผู้ไม่มีอำนาจกระทำแทนบริษัทจำเลยซึ่งกระทำเป็นการส่ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้