คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้กู้เงินของจำเลย แล้วมอบสวนยางให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย โจทก์ไปขอไถ่ถอน จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยโก่นสร้างขึ้นเอง และว่าโจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยจริง คู่ความรับกันว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญ จำเลยแถลงรับว่า โจทก์ได้มอบที่ดินแปลงนี้ให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่ใช่สวนยาง โจทก์ไม่เคยปฏิบัติขอชำระหนี้ ศาลชั้นต้นงดสืบพะยาน แล้วพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนที่ดินให้โจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยรายนี้มีลักษณะทำนองสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน ๓ ปี โจทก์จะเรียกคืนโดยตนไม่ขอปฏิบัติชำระหนี้ด้วยไม่ได้นั้น เห็นว่าสัญญารายนี้ไม่มีทางจะให้แปลไปได้เลยว่า เป็นสัญญาเช่า เพราะตัวหนังสือมีชัดว่า เป็นเรื่องกู้ยืมเงินกัน ในตอนท้ายแห่งสัญญาที่ว่า ถ้าพ้น ๒ เดือนไม่นำเงินมาชำระยอมให้ที่เป็นสิทธินั้น เป็นลักษณะแห่งการให้เอาทรัพย์สินชำระหนี้เงินกู้ ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๖๕๖ ข้อสัญญานี้ย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา ๖๕๖ วรรค ๓ ที่รายนี้ไม่มีโฉนด และเมื่อข้อความนี้เป็นโมฆะแล้ว ก็ไม่มีทางจะไปจดทะเบียน จำเลยจึงไม่มีสิทธิจะยึดที่ดินของโจทก์ไว้ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.