Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8593/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้คัดค้าน ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปรามปราบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคสอง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกผู้คัดค้านในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ย่อมถือได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนตามบทบัญญติดังกล่าว ดังนั้น เงินหรือทรัพย์ของผู้คัดค้านที่มีอยู่หรือได้มาเกินฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต จึงถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้คัดค้านมีหน้าที่นำสืบเพื่อพิสูจน์หักล้าง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 84 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตในระหว่างที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีดังกล่าว

โจทก์ยื่นคำร้องว่าเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและมอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง 2 ประการ คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมโตโรล่า หมายเลข 01-8591619 จำนวน 1 เครื่อง และเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ ดอนเมือง เลขที่บัญชี 081-1-05212-7 ชื่อบัญชี นางสาวอรุณ ประชาสิทธิ์ จำเลยที่ 3 จำนวนเงิน 204,078.39 บาท ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินวินิจฉัยว่าทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ผู้ถูกตรวจสอบจำนวน 2 รายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยเงินฝากไว้

ขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินทั้งสองรายการดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 19, 20, 21, 22, 23, 27, 29, 31 จำเลยที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินที่โจทก์ร้องขอให้ศาลสั่งริบนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินที่ยึดและอายัด และคืนแก่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้ริบเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ดอนเมือง เลขที่บัญชี 081-1-05212-7 ชื่อบัญชีของจำเลยที่ 3 ยอดเงินคงเหลือ 204,078.39 บาท ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน คือเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ดอนเมือง เลขที่บัญชี 081-1-05212-7 ชื่อบัญชีจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน ยอดเงินคงเหลือ 204,078.39 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านฎีกาว่า การริบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 นั้นจะต้องเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านได้มาจากการกระทำความผิดในคดีที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านถูกลงโทษเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น โดยในคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ริบดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านถูกลงโทษ เห็นว่า คดีนี้ เป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า

"เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ถ้าปรากฏหลักฐานว่าจำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาเงินหรือทรัพย์ที่ผู้นั้นมีอยู่หรือได้มาเกินกว่าฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพ หรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด" เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น เงินหรือทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านที่มีอยู่หรือได้มาเกินฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตจึงถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านมีหน้าที่นำสืบเพื่อพิสูจน์หักล้าง

ฎีกาของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านที่ว่า โจทก์ไม่ได้นำสืบไว้ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ว่าเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านถูกลงโทษ ศาลย่อมไม่มีอำนาจสั่งริบจึงฟังไม่ขึ้น และเมื่อปรากฏจากทางนำสืบจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านไม่อาจนำสืบได้ว่า เงินฝากในบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต การที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ริบทรัพย์สินดังกล่าวของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรเพชร วิชิตชลชัย · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ปราโมทย์ พิพัทธปราโมทย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9876/2544

ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 29 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า? ถ้าปรากฏหลักฐานว่าจำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567

ในวันนัดเดินเผชิญสืบ คู่ความทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองความถูกต้องของแผนผังและแถลงสละประเด็นพิพาท ข้อ 2 ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยทั้งสอง กรณีจึงไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยประเด็นพิพาท ข้อ 2 อีกต่อไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2562

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงท้ากันโดยให้ถือเอาผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 26580/2545 ของศาลอาญา เป็นผลแพ้ชนะกันในประเด็นข้อพิพาทคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำละเมิดต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8133/2561

แม้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองจะถึงที่สุดแล้ว แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลังว่า คดีที่ผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกเป็นจำเลยในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันเป็นเหตุให้มี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้