Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้คัดค้านและผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของผู้ตาย ปรากฏว่าผู้คัดค้านจัดการมรดกไปโดยที่ผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น และมิใช่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เป็นพฤติการณ์ส่อแสดงถึงผู้คัดค้านจัดการมรดกไปตามอำเภอใจ โดยมิได้ทำหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทหากยังคงให้เป็นผู้จัดการมรดกต่อไปอาจทำให้ผู้ร้องหรือทายาทอื่นได้รับความเสียหายได้ จึงมีเหตุสมควรถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดก.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลได้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดก (ไม่มีพินัยกรรม) ของนางรวงมากทอง ผู้ตาย ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้คัดค้านกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกขอให้ถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดกและให้ผู้ร้องมีอำนาจจัดการมรดกแต่ผู้เดียว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินกองมรดกยังอยู่ครบถ้วนและผู้คัดค้านยังยินดีจะจัดการทรัพย์มรดกต่อไปผู้ร้องไม่ให้ความร่วมมือขอให้ถอดถอนผู้ร้องและให้ผู้คัดค้านมีอำนาจจัดการมรดกแต่ผู้เดียว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเพิกถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางรวง มากทอง ผู้ตายและให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้แต่ผู้เดียว

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนางรวง มากทอง ผู้ตายและผู้คัดค้าน ศาลมีคำสั่งตั้งให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านาร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนางรวง ผู้ตายซึ่งไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ปัญหาตามที่ผู้คัดค้านฎีกาขอให้ถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียวนั้นผู้ร้องนำสืบว่าผู้คัดค้านได้กระทำการให้ทรัพย์มรดกลดน้อยถอยลงโดยก่อนที่ศาลตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านได้ยกที่ดินตั้งอยู่ที่ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ราคาประมาณ 600,000 บาท ถวายวัด กับขายที่ดินตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์

ราคา 1 ล้าน 6 แสนบาท แล้วเอาเงินค่าขายที่ดินถวายวัดและรื้อห้องแถวจำนวน 23 ห้อง ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวเอาไม้ถวายวัดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องตลอดจนบุตรคนอื่นของเจ้ามรดก ผู้คัดค้านเก็บเงินค่าเช่าห้องแถวกับค่าเช่าที่นามรดกไว้ใช้สอยส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่ได้แบ่งให้บุตร และภายหลังจากได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการมรดกแล้วก็มิได้ทำบัญชีทรัพย์มรดก ทั้งๆ ที่เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกทั้งหมดอยู่กับผู้คัดค้าน ส่วนผู้คัดค้านนำสืบโต้แย้งว่า ที่ดินที่ยกถวายวัดกับที่ดินที่ขายเอาเงินถวายวัดเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้คัดค้าน แต่ปรากฏว่า ข้อกล่าวอ้างของผู้คัดค้านนั้น คดีได้ความจากตัวผู้คัดค้านในชั้นไต่สวนก่อนที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกว่าผู้คัดค้านได้ขายที่ดินซึ่งผู้คัดค้านกับนางรวงเจ้ามรดกเป็นเจ้าของร่วมกันไปในราคา 1 ล้าน 6 แสนบาท และนำเงินค่าขายที่ดินไปบริจารให้มูลนิธิและทำบุญตามวัดในจังหวัดสุรินทร์

คงเหลือเงินเพียง 200,000 บาท ที่ดินที่ขายไปนั้นมีห้องแถวปลูกอยู่บนที่ดิน 23 ห้อง มีรายได้จากการให้เช่าห้องแถวประมาณเดือนละ4,000 บาทและผู้คัดค้านได้เบิกความยอมรับในชั้นที่ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดกว่าห้องแถวนั้นเป็นทรัพย์สินของเจ้ามรดกและผู้คัดค้านร่วมกันผู้คัดค้านไม่เคยนำเงินที่ได้จากการขายที่ดิน ค่าเช่าห้องแถวและค่าเช่านาแบ่งให้บุตรผู้คัดค้านได้รื้อห้องแถวเอาไม้ถวายวัดภายหลังจากได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้จัดการมรดกย่อมเป็นตัวแทนของทายาททั้งปวง ต้องรับผิดต่อทายาท มีหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท และในกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคน ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งคนใดจะจัดการมรดกไปโดยลำพังไม่ได้ แต่การที่ผู้คัดค้านจัดการมรดกไปโดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น และมิใช่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน นั้น เป็นพฤติการณ์ส่อแสดงถึงผู้คัดค้านจัดการมรดกไปตามอำเภอใจ โดยมิได้ทำหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท หากยังคงให้เป็นผู้จัดการมรดกต่อไป อาจทำให้ผู้ร้องหรือทายาทอื่นได้รับความเสียหายได้ กรณีมีเหตุสมควรที่ศาลจะถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดก และให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกแต่คนเดียวได้ ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6911/2560

คดีนี้ ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องมิได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งปันทรัพย์มรดก ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน ผู้ร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9317/2556

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 วรรคหนึ่งอ้างเหตุเพียงประการเดียวว่า ผู้ร้องไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตายในเวลาอันสมควร ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1732 บัญญัติว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18893/2555

ป.พ.พ. มาตรา 1726 บัญญัติว่า "ถ้าผู้จัดการมรดกมีหลายคน การทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกนั้นต้องถือเอาเสียงข้างมาก...ถ้าเสียงเท่ากัน เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ก็ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด" ข้อเท็จจริงได้ความว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5374/2552

คำร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทนระบุว่าผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่จัดการโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9217/2547

ป.พ.พ. มาตรา 1716 บัญญัติว่า หน้าที่ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้ง ให้เริ่มนับแต่วันที่ได้ฟังหรือถือว่าได้ฟังคำสั่งศาลแล้ว และมาตรา 1728 (2) บัญญัติว่า ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งต้องลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้