Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8 ให้ผู้รับประเมินชำระภาษีตามค่ารายปีของทรัพย์สิน ซึ่งหมายถึงจำนวนเงินที่ทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ถ้าทรัพย์สินนั้นให้เช่า ก็ให้ถือเอาค่าเช่าเป็นหลักคำนวณค่ารายปีมิใช่จะต้องคำนวณค่ารายปีจากค่าเช่าที่เจ้าของโรงเรือนให้เช่าเท่านั้น โรงเรือนของโจทก์แบ่งเป็นห้องๆใช้ทำเป็นหอพักโดยได้รับค่าตอบแทนจากผู้มาพัก เป็นรายได้ที่แน่นอนการประเมินค่ารายปีจากรายได้นี้ จำเลยย่อมคิดค่าภาษีโดยวิธีคำนวณจากรายได้ที่โจทก์ได้รับเป็นเกณฑ์ เท่ากับที่สมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆ ได้ โรงเรือนของโจทก์ใช้เป็นหอพักโดยได้รับค่าตอบแทนจากผู้มาพักแม้โจทก์จะอยู่อาศัยในหอพักด้วยก็ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน การติดตั้งเครื่องมิเตอร์ปั๊มน้ำและมิเตอร์ประปา กับเครื่องปั๊มลมและอื่น ๆ ในโรงเรือนของโจทก์ ก็เพื่อความสะดวกและเป็นเพียงบริการแก่ผู้มาพักเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าเจ้าของโรงเรือนติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องกระทำเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมตามความหมายของมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 จึงไม่ได้รับลดหย่อนภาษีโรงเรือนและที่ดิน พระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ.2497 มาตรา 4 บัญญัติให้เทศบาลจัดเก็บภาษีโรงเรือนและภาษีที่ดินในเขตเทศบาลเป็นของเทศบาลเอง และพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 36 และมาตรา 39 บัญญัติให้มีเทศมนตรีขึ้นคณะหนึ่ง มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาลดังนั้น อำนาจชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินใหม่ซึ่งเดิมพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพ.ศ.2475 มาตรา 25 ให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมสรรพากรจึงตกมาเป็นอำนาจและความรับผิดชอบของคณะเทศมนตรีอธิบดีกรมสรรพากรจึงไม่มีอำนาจชี้ขาดคำร้องขอพิจารณาการประเมินค่าภาษีโรงเรือน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 10 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 13 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2475 มาตรา 3 พ.ร.บ.รายได้เทศบาล พ.ศ.2497 มาตรา 4 พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 36 พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 39

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 4 ตัวแทนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้แจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนโดยคำนวณค่ารายปีและภาษีที่จะต้องเสียไม่ถูกต้อง เพราะทรัพย์สินของโจทก์ทำเป็นหอพัก ไม่เหมือนกับการเช่าเคหะอย่างอื่น และได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินไม่น้อยกว่าโรงเรือนข้างเคียงหรือราคาตลาด

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีใหม่ ต่อมาจำเลยที่ 5 เทศมนตรีทำการแทนนายกเทศมนตรีนครหลวงแจ้งว่า คณะเทศมนตรีของจำเลยที่ 1 ชี้ขาดว่า การประเมินภาษีของจำเลยที่ 4 ถูกต้องแล้ว โจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยชี้ขาดไม่ถูกต้องเพราะโรงเรือนของโจทก์เป็นหอพักไม่ได้ให้เช่า ทั้งได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเอง ไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือน หอพักของโจทก์เป็นอุตสาหกรรมอย่างหนึ่ง ต้องลดค่ารายปีลงเหลือ 1 ใน 3 และจำเลยไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีใหม่จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 สิ้นสภาพนิติบุคคลแล้ว ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การว่า

ไม่ต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว และไม่ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกเทศมนตรีนครหลวง เพราะพ้นจากตำแหน่งแล้วจำเลยที่ 3, 4 และ 5 ให้การว่า โรงเรือนของโจทก์แบ่งเป็นห้อง ๆ ทำเป็นหอพัก คิดค่าเช่าห้องพักอย่างน้อยห้องละ 300 บาทต่อเดือน โจทก์จะได้ค่าเช่าอย่างน้อยเดือนละ 15,600 บาทต่อเดือน โจทก์จึงต้องเสียภาษีโรงเรือน เจ้าหน้าที่เห็นว่าโรงเรือนพิพาทให้เช่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 4,000 บาท จึงประเมินค่ารายปี 48,000 บาท โจทก์ต้องเสียค่าภาษีโรงเรือน 6,000 บาท หอพักของโจทก์ไม่ได้รับยกเว้นภาษีและถือไม่ได้ว่าเป็นอุตสาหกรรม จึงไม่ได้รับลดค่ารายปี จำเลยมีอำนาจเรียกเก็บภาษีและคณะเทศมนตรีมีอำนาจพิจารณาชี้ขาดคำร้องของโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 8 ให้ผู้รับประเมินเสียภาษีตามค่ารายปีของทรัพย์สิน และมาตรานี้ระบุถึงค่ารายปีว่าหมายถึงจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ถ้าทรัพย์สินนั้นให้เช่าก็ให้ถือเอาค่าเช่าเป็นหลักคำนวณค่ารายปี มิใช่จะต้องคำนวณค่ารายปีจากค่าเช่าที่เจ้าของโรงเรือนให้เช่าเท่านั้น ถ้าทรัพย์สินใดไม่ได้ให้เช่าก็ให้ประเมินเป็นจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ เป็นค่ารายปี โรงเรือนของโจทก์แบ่งเป็นห้อง ๆ ใช้ทำเป็นหอพักโดยได้รับค่าตอบแทนจากผู้มาพัก ซึ่งเป็นรายได้แน่นอน โจทก์จึงต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน และการประเมินค่ารายปีจากรายได้นี้

ย่อมคิดค่าภาษีโดยคำนวณจากรายได้ที่โจทก์ได้รับเป็นเกณฑ์เท่ากับที่สมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ โรงเรือนของโจทก์ใช้ทำเป็นหอพักโดยได้รับค่าตอบแทนและบริการอย่างอื่นจากผู้มาพัก แม้โจทก์จะอาศัยในหอพัก โรงเรือนของโจทก์ก็ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ได้ใช้เป็นหอพักได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเหมือนการใช้ประกอบกิจการอย่างอื่นด้วย โจทก์จึงไม่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน และการที่โรงเรือนของโจทก์ได้ติดตั้งเครื่องมิเตอร์ปั๊มน้ำและมิเตอร์ประปา กับเครื่องปั๊มลมและอื่น ๆ ก็เพื่อความสะดวกของผู้มาพักและได้รับค่าตอบแทน จึงเป็นเพียงการบริการอย่างอื่นแก่ผู้มาพักเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์ติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องกระทำเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่างตามความหมายในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ. 2475 จึงไม่ได้รับลดหย่อนภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปัญหาว่าคณะเทศมนตรีมีอำนาจชี้ขาดคำร้องขอพิจารณาการประเมินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินใหม่หรือไม่นั้น พระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 4 บัญญัติว่า ภาษีโรงเรือนและที่ดินในเขตเทศบาลใดให้เทศบาลนั้นจัดเก็บเป็นรายได้ของเทศบาล ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ประกอบกับพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 36 บัญญัติว่า ให้มีเทศมนตรีขึ้นคณะหนึ่ง และมาตรา 39 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คณะเทศมนตรีควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาลตามกฎหมายดังนี้ จึงเห็นได้ว่าอำนาจชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ว่าเป็นอำนาจของอธิบดีกรมสรรพากรนั้น ได้ตกมาเป็นอำนาจและความรับผิดชอบของคณะเทศมนตรีตามบทบัญญัติข้างต้น อธิบดีกรมสรรพากรจึงไม่มีอำนาจเพื่อการนี้ต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5167/2531

การลดค่ารายปีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 เป็นวิธีการที่กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณภาษีกรณีโรงเรือนถูกทำลาย และยังมิได้ทำขึ้นใหม่เท่านั้น จะตีคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2531

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช 2475 มาตรา 10 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475 มาตรา 3 ไม่ได้วางหลักเกณฑ์ว่าโรงเรือนที่เจ้าของอยู่เอง เจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2592/2529

โรงเรือนของโจทก์เป็นประเภทโรงงานโรงเรือนของบริษัทท.เป็นโรงเรือนธรรมดาสภาพของโรงเรือนไม่เหมือนกันพนักงานของจำเลยที่1นำอัตราค่าเช่าโรงเรือนของบริษัทท.ซึ่งให้บริษทข.เช่ามาเป็นเกณฑ์คำนวณค่ารายปีของบริษัทโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2527

อาคารของโจทก์มีทั้งโรงเรือนที่เป็นสำนักงานและโรงงานปะปนกันอยู่ ย่อมถือได้ว่าโจทก์ใช้โรงเรือนที่เป็นสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมของโจทก์ให้ลุล่วงไปด้วยดี มิใช่โจทก์อยู่เองหรือให้ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14977/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 5 บัญญัตินิยามของคำว่า "โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ" ให้กินความถึงแพด้วยเท่านั้น มิได้กำหนดความหมายไว้โดยเฉพาะ หม้อแปลงไฟฟ้าพิพาทติดตั้งยึดติดอยู่บน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้