Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินค่าทดแทนที่ดินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้แก่โจทก์ในครั้งสุดท้ายเป็นเงินเต็มตามจำนวนที่โจทก์ขอเพิ่มค่าทดแทนในการอุทธรณ์ครั้งหลังเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวินิจฉัยกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เต็มจำนวนราคาตามคำอุทธรณ์ของโจทก์แล้วจึงไม่มีข้อที่โจทก์จะโต้แย้งได้ว่าจำนวนเงินค่าทดแทนที่ดินที่รัฐมนตรีกำหนดให้นั้นยังไม่เป็นที่พอใจของโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ดินเกินกว่าจำนวนที่โจทก์อุทธรณ์ขอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา26วรรคหนึ่ง ราคาต้นไม้โจทก์เป็นผู้กำหนดเองและราคาที่กำหนดนี้อาจต่อรองกันได้และเมื่อจำเลยที่1จ่ายค่าทดแทนให้แล้วจำเลยที่1ไม่ได้นำต้นไม้ไปด้วยยังคงเป็นของโจทก์อยู่ราคาต้นไม้บางชนิดเป็นราคาที่โจทก์ตั้งขึ้นเองยังสามารถลดราคาลงอีกได้จึงไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาลักษณะที่โจทก์เรียกร้องค่าไม้ยืนต้นนั้นเป็นการคาดคะเนโดยรวมเอาเองทั้งสิ้นเมื่อค่าทดแทนไม้ยืนต้นที่จำเลยกำหนดให้แก่โจทก์ได้ดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบของทางราชการประกอบกับโจทก์มีเวลาถึง2ปีที่จะขุดไม้ยืนต้นในบริเวณที่ดินที่ถูกเวนคืนออกขายได้ทุกต้นดังนั้นเงินค่าทดแทนไม้ยืนต้นที่โจทก์ได้รับนั้นเป็นธรรมแก่โจทก์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 23371เลขที่ดิน 323 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด(ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวาในที่ดินมีต้นไม่ยืนต้นรวม 937 ต้น วันที่ 12 ธันวาคม 2530ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ด อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีและเขตบางเขน เขตดุสิต เขตพญาไท เขตปทุมวัน เขตบางรักเขตยานนาวา เขตห้วยขวาง เขตบางกะปิ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครพ.ศ. 2530 เพื่อสร้างทางพิเศษระบบทางด่วนขึ้นที่ 2 สายบางโคล่- แจ้งวัฒนะ มีผล ใช้บังคับในวันที่ 1 มกราคม 2531 ทำให้ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนทั้งหมด จำเลยทั้งสี่กำหนดค่าทดแทนที่ดินจำนวน 4,806,000 บาท และค่าทดแทนไม้ยืนต้นจำนวน 52,478 บาทโจทก์เห็นว่าเป็นราคาที่ต่ำมากและไม่เป็นธรรมจึงอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้เพิ่มค่าทดแทนที่ดินแก่โจทก์

จำนวน 7,290,000 บาท วันที่ 13พฤศจิกายน 2535 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนเพิ่มตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่ 44 จำนวน 8,424,000 บาท รวมเป็นค่าตอบแทน20,172,478 บาท วันที่ 8 มกราคม 2536 โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 3 และที่ 4 เพราะเห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายเงินค่าทดแทนไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาที่ดินของโจทก์เป็นที่ดินสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ด้านหน้าติดถนนแจ้งวัฒนะยาว 36 เมตร ตั้งอยู่ใกล้เคียงแหล่งธุรกิจแหล่งคมนาคมและแหล่งราชการ ราคาที่ดินที่แท้จริงและเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนโจทก์ควรได้รับตารางวาละ 110,000 บาทโจทก์สมควรได้รับค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นค่าดินปรับถมพื้นที่ราคาต้นไม้ยืนต้น และค่าเสียหายที่ต้องออกจากที่ดิน

รวมเป็นเงิน135,058,251 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน135,058,251 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ของต้นเงิน 92,092,478 บาท นับแต่ วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 4 ไม่ได้เป็นผู้กำหนดค่าทดแทนการเวนคืนในคดีนี้เป็นการส่วนตัว จึงไม่ต้องร่วมรับผิดเป็นการส่วนตัว จำเลยทั้งสี่กำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรม โดยคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯได้กำหนดราคาที่ดินตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 9 และมาตรา21 ค่าทดแทนไม้ยืนต้นถือตามราคาของกองส่งเสริมพันธุ์ กรมส่งเสริมการเกษตรในวันที่พระราชกฤษฎีกาฯใช้บังคับ

ต่อมาโจทก์อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขอค่าทดแทนเพิ่มเติม คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ กำหนดค่าทดแทนที่ดินเพิ่มให้โจทก์อีก 7,290,000บาท โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นในชั้นอุทธรณ์แล้ว แต่มิได้ยืนฟ้องต่อศาลภายในกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรี แสดงว่า โจทก์พอใจในคำวินิจฉัย การพิจารณาค่าทดแทนของโจทก์ในคดีนี้จึงถึงที่สุดแล้ว เมื่อโจทก์อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวันที่ 7 มิถุนายน 2533รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ให้เสร็จภายใน 60 วัน แต่ได้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2533โจทก์ต้องฟ้องคดีภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2534 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2536 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแล้ว

การที่จำเลยที่ 1 จ่ายค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์เพิ่มขึ้นอีก 8,424,000 บาท เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน2535 ตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44ไม่เป็นการตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้อง แก่โจทก์ขึ้นมาใหม่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ที่โจทก์อ้างว่าที่ดินของโจทก์อยู่ใกล้แหล่งธุรกิจ แหล่งคมนาคมและแหล่งราชการมีราคาซื้อขายที่ดินตารางวาละ 110,000 บาทเป็นการกล่าวอ้างขึ้นเองและเป็นเรื่องเลื่อนลอย โจทก์ถมดินปรับพื้นที่ก่อนมีการประเมินราคาทดแทนที่ดินราคาค่าตอบแทนที่จำเลยทั้งสี่กำหนดให้โจทก์จึงรวมค่าถมที่ดิน ปรับพื้นที่แล้วค่าทดแทนไม้ยืนต้นถูกต้องและเป็นธรรมแล้วโจทก์มิได้มีความเสียหายเพราะต้องออกจากที่ดิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิได้รับค่าทดแทนเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพียงใด สำหรับค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนนั้น ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์กับฝ่ายจำเลยและคำแถลงรับของโจทก์ฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 23371 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด(ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวาของโจทก์ทั้งแปลงอยู่ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ดพ.ศ. 2530 ซึ่งพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีผลใช้บังคับวันที่ 1มกราคม 2531 จำเลยที่ 1 กำหนดค่าทดแทนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์รวม 4,806,000 บาท โจทก์ไม่พอใจได้ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2533 ขอให้กำหนดราคาค่าทดแทนที่ดินไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 50,000 บาทตลอดทั้งแปลง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ กำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ตารางวาละ 12,000 บาท ตลอดทั้งแปลงเพิ่มจากเดิม7,290,000 บาท ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2535 จำเลยที่ 1ได้จ่ายเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นให้แก่โจทก์ตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เป็นเงิน 8,424,000บาท โจทก์ยังไม่พอใจ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2536 ขอให้กำหนดราคาค่าทดแทนที่ดินตารางวาละ 60,000 บาท โดยระบุว่าโจทก์ขอสงวนสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลเกินกว่าราคาตารางวาละ 60,000 บาท

หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมิได้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 1จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มเติมราคาตารางวาละ 60,000 บาทระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น วันที่ 29 เมษายน 2537คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ ได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นเป็นตารางวาละ 60,000 บาท เต็มตามจำนวนที่โจทก์อุทธรณ์ขอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และวันที่ 30 มิถุนายน 2537โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นพร้อมดอกเบี้ยตามมาตรา26 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 รวม 45,334,072.60 บาท

ศาลฎีกาเห็นว่า เงินค่าทดแทนที่ดินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้แก่โจทก์ในครั้งสุดท้ายนี้เป็นเงินเต็มตามจำนวนที่โจทก์ขอเพิ่มค่าทดแทนในการอุทธรณ์ครั้งหลัง เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวินิจฉัยกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เต็มจำนวนราคาตามคำอุทธรณ์ของโจทก์แล้ว จึงไม่มีข้อที่โจทก์จะโต้แย้งได้ว่าจำนวนเงินค่าทดแทนที่ดินที่รัฐมนตรีกำหนดให้นั้น ยังไม่เป็นที่พอใจของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ดินเกินกว่าจำนวนที่โจทก์อุทธรณ์ขอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530มาตรา 26 วรรคหนึ่งสำหรับค่าทดแทนค่าดินถมปรับพื้นที่นั้น โจทก์อ้างว่าโจทก์ถมดินบริเวณบ้าน

ทำถนนลาดยางและหินคลุกเป็นทางเชื่อมระหว่างที่ดินไปสู่ถนนแจ้งวัฒนะและจากประตูรั้วบ้านถึงตัวบ้าน เสียค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่ดินและถมดินให้สูงขึ้นรวมเป็นเงิน 600,000บาท ข้อนี้โจทก์ได้เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสี่ถามค้านว่าโจทก์ได้ถมดินปรับพื้นที่เมื่อปี 2526 ซึ่งเป็นระยะเวลาก่อนที่ดินโจทก์จะถูกกำหนดเป็นบริเวณที่ที่จะต้องเวนคืนถึง 4 ปี จำเลยทั้งสี่มีนายจิรวัฒน์ สมุทรอัษฎงค์ เลขานุการของคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯเบิกความเป็นพยานว่า การกำหนดค่าทดแทนที่ดินรวมทั้งค่าถมที่ดินไว้ด้วย ซึ่งนับว่ามีเหตุผลเพราะการประเมินราคาต้องเป็นไปตามสภาพที่ดินที่ปรากฎอยู่ในขณะที่มีการประเมินข้อนำสืบของจำเลยทั้งสี่มีน้ำหนักเหตุผลดีกว่าโจทก์ที่จะคิดเอาค่าทดแทนค่าถมดินปรับพื้นที่อีกส่วนหนึ่งต่างหาก ที่ศาลล่างทั้งสองไม่กำหนดค่าตอบแทนส่วนนี้ให้จึงชอบแล้วสำหรับค่าทดแทนราคาไม้ยืนต้นนั้น

โจทก์อ้างว่าโจทก์ควรได้รับค่าทดแทนส่วนนี้ประมาณ 150,000 บาท แต่โจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยทั้งสี่ว่า ราคาต้นไม้โจทก์เป็นผู้กำหนดเองและราคาที่กำหนดนี้อาจต่อรองกันได้ และเมื่อจำเลยที่ 1จ่ายค่าทดแทนให้แล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำต้นไม้ไปด้วย ยังคงเป็นของโจทก์อยู่ และนางมุกดา ทองแดง ภริยาโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยทั้งสี่ว่า ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในที่ดินสามารถขุดขายได้ทุกต้น พยานและโจทก์รู้มาก่อนที่จะขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินที่ถูกเวนคืนประมาณ 2 ปี เห็นว่า ราคาต้นไม้บางชนิดที่โจทก์เบิกความถึงเป็นราคาที่โจทก์ตั้งขึ้นเอง ยังสามารถลดราคาลงอีกได้ จึงไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ

ลักษณะที่โจทก์เรียกร้องค่าไม้ยืนต้นนั้นเป็นการคาดคะเนโดยรวมเอาเองทั้งสิ้นส่วนจำเลยทั้งสี่มีนายจริวัฒน์เป็นพยานเบิกความว่า กองส่งเสริมพืชพันธุ์ กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้กำหนดราคาให้ในวันที่พระราชกฤษฎีกาฯใช้บังคับ เห็นว่า ค่าทดแทนไม้ยืนต้นที่จำเลยที่ 1 กำหนดนั้น ได้ดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบของทางราชการ ประกอบกับโจทก์มีเวลาถึง 2 ปี ที่จะขุดไม้ยืนต้นในบริเวณที่ดินที่ถูกเวนคืนออกขายได้ทุกต้น ดังนั้นเงินค่าทดแทนไม้ยืนต้นจำนวน 52,208 บาท ที่โจทก์ได้รับนั้นเป็นธรรมแก่โจทก์แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองไม่กำหนดค่าทดแทนส่วนนี้เพิ่มให้โจทก์อีกนั้นชอบแล้วสำหรับค่าทดแทนการออกจากที่ดินนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า

โจทก์ทราบล่วงหน้าประมาณ 2 ปีแล้วว่าโจทก์จะต้องออกจากที่ดินที่ถูกเวนคืนดังนั้นโจทก์จึงมีโอกาสขนย้ายและขายต้นไม้ได้โดยไม่ต้องขาดรายได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ที่โจทก์เรียกค่าทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายในการต้องออกจากที่ดินทำให้ขาดประโยชน์เดือนละ 30,000 บาท เป็นเวลา 3 ปีนั้น จึงไม่มีน้ำหนักรับฟัง ที่ศาลล่างทั้งสองไม่กำหนดค่าทดแทนส่วนนี้ให้จึงชอบแล้วเช่นกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12994/2557

จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนที่ดินตามจำนวนเนื้อที่ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 1 ไร่ 49 ตารางวา โดยเจ้าหน้าที่กองจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและเป็นเลขานุการคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นพยานจำเลยเบิกคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13199/2553

คดีก่อนที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มพร้อมทั้งดอกเบี้ย เป็นเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินที่ถูกเวนคืนที่ดินส่วนที่เหลือที่มีราคาลดลง สิ่งปลูกสร้าง ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6124/2553

บทบัญญัติมาตรา 25 วรรคหนึ่งและมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 เป็นการกำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบการกำหนดเงินค่าทดแทนเพื่อให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2553

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 26 วรรคสาม บัญญัติว่า "ในกรณีที่รัฐมนตรีหรือศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 732/2553

จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2540 แต่โจทก์ทั้งสองไม่ไปรับเงินดังกล่าว ฝ่ายจำเลยจึงนำเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ทั้งสองไปฝากธนาคารออมสินเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ซ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้