Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 862/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง และเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยประวิงคดี ให้งดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยมิได้ขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ ๖ จำนองที่ดินเป็นประกัน จำเลยทั้งหกไม่ชำระหนี้โจทก์ ขอให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งหกขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ขาดนัดพิจารณา ต่อมาวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๖ ยื่นคำร้องว่าจำเลยที่ ๖ มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ขออนุญาตยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุผลตามคำร้องไม่แสดงว่าจำเลยที่ ๖ มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ให้ยกคำร้อง แล้วนัดสืบพยานโจทก์ไปจนเสร็จ ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยที่ ๖ ขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นการประวิงคดี ให้งดสืบพยานจำเลยที่๖ แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง ต่อมาวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๖ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๖มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ขอให้ไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลมีคำสั่งให้งดสืบพยานของจำเลยที่ ๖ โดยเหตุที่ประวิงคดีมิใช่สั่งให้จำเลยที่ ๖ ขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๖ จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๗ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๖ อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวอ้างว่าคำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยที่ ๖ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างเหตุ ๒ ประการคือ จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาประการหนึ่ง และมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การอีกประการหนึ่ง สำหรับประการหลังนี้เป็นการยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๙ ซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งแต่ประการใด คำสั่งลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำสั่งของศาลชั้นต้นเสีย และสั่งไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๑(๔) แล้วมีคำสั่งใหม่

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ ๖ ขาดนัดยื่นคำให้การแล้วจำเลยที่ ๖ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องตามคำร้องและคำสั่งลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๖ คำสั่งยกคำร้องดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๖ มิได้โต้แย้งคัดค้านไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ นอกจากนั้นจำเลยที่ ๖ มิได้ขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๗ คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้วพิพากษายืน จำเลยที่ ๖ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อคดีได้ความว่า ภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยที่ ๖ ขาดนัดยื่นคำให้การเมื่อวันที่ ๑๐พฤษภาคม ๒๕๒๖ แล้วต่อมาวันที่ ๒๔ เดือนเดียวกัน อันเป็นวันก่อนเริ่มสืบพยาน จำเลยที่ ๖ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ และศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต คำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๖ จึงเป็นคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๙ วรรคสอง และเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยที่ ๖ มิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ส่วนที่จำเลยที่ ๖ ฎีกาขอให้พิจารณาคดีใหม่นั้น เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยที่ ๖ มิได้ขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ตามมาตรา ๒๐๗

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายบัญญา สุทธิบดี
ศาลอุทธรณ์ - นายสกล เหมือนพะวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2504

จำเลยที่ 2 จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด กรณีเช่นนี้จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 (1) มาปรับเพื่อให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์ด้วยกับจำเลยที่ 1 หา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2559

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/32 วันที่คำพิพากษาที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12436/2558

ศาลชั้นต้นไต่สวนและวินิจฉัยคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์ว่า คำขอของโจทก์บรรยายเพียงเหตุที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา แต่มิได้บรรยายข้อคัดค้านว่า หากศาลพิจารณาคดีใหม่แล้วโจทก์จะเป็นฝ่ายชนะคดี ถือว่าคำขอพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6625/2558

โจทก์อ้างส่งหนังสือรับรอง ระบุว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของบริษัท ส. และเคยเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนและประกอบกิจการในราชอาณาจักรโดยจำเลยที่ 2 ไม่มีพยานหลักฐานมาหักล้างในเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9402/2553

จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่หลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด แม้ต่อมาก่อนวันนัดพิจารณาคำร้อง โจทก์ขอถอนคำขอรับชำระหนี้และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อนุญาตแล้ว โจทก์ย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้