Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทางภารจำยอมกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 60 เมตรซึ่งเจ้าของภารยทรัพย์มีเจตนาโดยชัดแจ้งที่จะให้ใช้ทางนี้เป็นทางเดินเข้าเท่านั้น และโจทก์ผู้เป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็รู้เจตนาดังกล่าวดีอยู่แล้ว ดังนี้ การที่โจทก์จะใช้รถยนต์ผ่านเข้าออกในทางภารจำยอมอันจะต้องใช้ทางกว้างขึ้นจึงเป็นการทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ แม้ต่อมาภายหลังโจทก์จะมีรถยนต์เป็นเหตุให้ให้โจทก์มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ผ่านทางภารจำยอม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะทำเช่นนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1388 และ 1389

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินของจำเลยตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ โจทก์ใช้ผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณะ ต่อมา พ.ศ. 2518 จำเลยทำรั้วและประตูกั้นปิดทางเข้าออกโจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเอารถยนต์เข้าออกได้ตามปกติ ต้องนำไปฝากสถานบริการ เสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 100 บาท ขอศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดกั้นปากทางภารจำยอมให้หมดเพื่อให้โจทก์เอารถยนต์เข้าออกได้โดยสะดวก ให้จำเลยชำระเงิน 1,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 100 บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าโจทก์จะเอารถยนต์เข้าออกได้โดยสะดวกจำเลยให้การว่า ทางภารจำยอมเป็นทางเดิน ต่อมาปี พ.ศ. 2518 เกิดน้ำท่วม จำเลยจึงราดปูนซิเมนต์และทำประตูเข้าที่ดินของจำเลยโดยความรู้เห็นของโจทก์

ต่อมาโจทก์ขู่เข็ญจำเลยให้เปลี่ยนแปลงสิทธิในการเดินเข้าออกเป็นนำรถยนต์เข้าออกซึ่งโจทก์ไม่เคยใช้มาก่อน และไม่สามารถทำได้เพราะทางภารจำยอมเป็นทางแคบ การกระทำของโจทก์เป็นการเพิ่มภาระแก่ที่ดินของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดกั้นปากทางภารจำยอมให้หมดเพื่อให้โจทก์นำรถยนต์แล่นเข้าออกได้ ห้ามมิให้จำเลยกระทำการใด ๆ อันจะทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดลง คำขออื่นให้ยกจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความตามคำเบิกความของพันโทจำนงค์พยานจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิมและเป็นผู้จดทะเบียนภารจำยอมว่า สภาพทางเดินภารจำยอมก่อนที่จำเลยจะปรับปรุงขึ้นกว้างประมาณ 1 เมตร

ยาวประมาณ60 เมตร ตรงกลางทางเดินมีเสาไฟฟ้าปักไว้ 1 ต้น ใช้ประโยชน์เพื่อขึงสายไฟฟ้าต่อไปตามบ้าน ประตูบ้านโจทก์รถยนต์เข้าไม่ได้ ตรงปากทางภารจำยอมด้านที่ติดกับตรอกวัดบางสะแกนอกพยานได้ปักเสาหน้ากว้างด้านละ 5 นิ้ว ไว้ตรงกึ่งกลางทางเดิน สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์แล่นเข้าออกหลังจากที่จดทะเบียนภารจำยอมแล้ว โจทก์เคยไปติดต่อกับพยานจะขอทำถนนทางภารจำยอมไปบ้านโจทก์ แต่พยานไม่อนุญาต เมื่อพยานขายที่ดินและบ้านให้จำเลยแล้ว ในการขนย้ายสิ่งของออกไปอยู่บ้านใหม่พยานก็ใช้คนขนออกไปกองไว้ แล้วขนขึ้นรถยนต์ที่ข้างนอก เสาที่ปักไว้ตรงกลางปากทางเดินและเสาไฟฟ้าที่ปักอยู่กลางทางเดินเพิ่งถอนย้ายออกไป เมื่อจำเลยจะปรับปรุงทางภารจำยอม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคำเบิกความของพยานปากนี้นอกจากจะสอดคล้องกับทางนำสืบของจำเลยแล้วพยานปากนี้ยังเป็นเพื่อนร่วมสำนักงานกับโจทก์ รักใคร่ชอบพอกับโจทก์เป็นอย่างดีก่อนที่โจทก์จะซื้อที่ดินแปลงสามยทรัพย์ โจทก์ก็ได้ขออาศัยปลูกบ้านอยู่บนที่ดินแปลงที่ซื้อมาก่อนประมาณ 10 ปี โดยพันโทจำนงค์ไม่ได้คิดค่าตอบแทนอะไรเลยคำเบิกความของพยานปากนี้จึงมีน้ำหนักในการรับฟังมาก คดีฟังได้ว่าทางภารจำยอมนี้เป็นทางกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 60 เมตร เจ้าของภารยทรัพย์มีเจตนาโดยชัดแจ้งที่จะให้ใช้ทางนี้เป็นทางเดินเท้าเท่านั้น และโจทก์ผู้เป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็รู้เจตนาดังกล่าวดีอยู่แล้ว การที่โจทก์จะใช้รถยนต์ผ่านเข้าออกในทางภารจำยอมอันจะต้องใช้ทางกว้างขึ้นจึงเป็นการทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์

แม้ต่อมาภายหลังโจทก์จะมีรถยนต์เป็นเหตุให้โจทก์มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ผ่านทางภารจำยอม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1388 และ 1389 คำพิพากษาฎีกาที่ 1730/2503ที่ศาลอุทธรณ์อ้างมาในคำพิพากษาและโจทก์ยกขึ้นอ้างในคำแก้ฎีกานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ จะนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานในคดีนี้หาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้