Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปใช้จ่ายในครอบครัว เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องซึ่งเป็นสามีภริยากัน แม้จะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นขณะที่จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน แต่หนี้ที่จะเกิดขึ้นแก่สามีหรือภริยาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันย่อมมีหลายชนิดด้วยกันและเฉพาะแต่หนี้บางชนิดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 เท่านั้น จึงจะเป็นหนี้ร่วม ฉะนั้น เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วมเพื่อจะให้ผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้จากสินสมรสและสินเดิม โจทก์ต้องมีหน้าที่นำสืบก่อน

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ เดิมผู้ร้องร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด คือนาโฉนดเลขที่ 6375 และ 6249 เฉพาะส่วนของผู้ร้องกึ่งหนึ่งและปล่อยนาโฉนดเลขที่ 5716 ทั้งแปลง คดีถึงที่สุดชั้นศาลอุทธรณ์ฟังว่านาทั้ง 3 โฉนดเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากัน จะร้องขอให้ศาลกันส่วนของตนที่เป็นเจ้าของร่วมออกเสียก่อนโดยเจ้าหนี้มิได้ยินยอมไม่ได้ ต่อมาผู้ร้องดังกล่าวมาร้องเป็นคดีนี้ขอให้ศาลแบ่งแยกทรัพย์สินกันส่วนของผู้ร้องในที่ดินโฉนดดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง ฯลฯ โจทก์จำเลยต่างยื่นคำแถลงว่า ขณะจำเลยกู้เงินโจทก์ผู้ร้องและจำเลยเป็นสามีภริยากันจำเลยกู้เงินโจทก์มาใช้จ่ายในครอบครัว ทรัพย์สินระหว่างผู้ร้องกับจำเลยควรต้องรับผิดใช้หนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาในชั้นฎีกามีประเด็นในเรื่องหน้าที่นำสืบซึ่งศาลชั้นต้นให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายสืบก่อนและผู้ร้องแถลงคัดค้าน และขอสืบพยานภายหลังโจทก์จำเลยศาลฎีกาเห็นว่า

โจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างขึ้นว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปใช้จ่ายในครอบครัว หนี้ของจำเลยรายนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องสามีภริยานั้นเอง ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าแม้หนี้รายนี้จะเกิดขึ้นขณะที่จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน แต่หนี้ที่จะเกิดขึ้นแก่สามีหรือภริยาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่นั้นย่อมมีมากมายหลายชนิดด้วยกันและเฉพาะแต่หนี้บางชนิดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 เท่านั้น จึงจะเป็นหนี้ร่วมกัน ฉะนั้น เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วมเพื่อจะให้ผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้นี้จากสินสมรสและสินเดิมโจทก์ต้องมีหน้าที่นำสืบก่อนพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และกระบวนพิจารณาการสืบพยานเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานใหม่โดยให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน แล้วพิจารณาไปตามรูปความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเชียร เศวตรุนทร์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้