Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามมาตรา 433 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นหน้าที่ของผู้เป็นเจ้าของสัตว์จะพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงสัตว์ การรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ ช้างของจำเลยตกมันเต็มที่ ถ้าได้ยินเสียงคนเป็นไล่อาละวาดทันทีช้างของจำเลยได้เพ่นพ่านอยู่ในละแวกบ้านไม่น้อยกว่า 20 วัน จำเลยเป็นแต่คอยเฝ้าดูแลในเวลากลางวันห่างๆ เพราะเข้าใกล้ไม่ได้ ส่วนในเวลากลางคืนหาได้เฝ้าดูแลไม่ เมื่อปรากฏว่าช้างของจำเลยได้ทำร้ายผู้อื่นตายจำเลยจึงได้ใช้วิธียิงขาช้างและจับได้ จะว่า จำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์แล้วไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของช้างพลายตัวหนึ่งช้างตกมันมีนิสัยดุร้าย เที่ยวอาละวาดทำอันตรายบุคคลและทรัพย์สมบัติของราษฎร จำเลยหาได้จัดการควบคุม หรือระมัดระวังอย่างใดไม่ ช้างของจำเลยได้ทำร้ายนางพร้อยและด.ญ.พริ้งบาดเจ็บสาหัส นางพร้อยได้ตายใน 2 วัน ต่อมา จึงขอค่าสินไหมทดแทน ค่าขาดอุปการะ และค่าปลงศพนางพร้อย

จำเลยให้การว่า ได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลรักษาช้างตามวิสัยของสัตว์และตามเหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้นเหตุที่ช้างทำร้ายนางพร้อยและ ด.ญ.พริ้ง เพราะนางพร้อยมีความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เหลือความสามารถของจำเลยที่จะขัดขวางได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดและว่านางพร้อยมีโรคภัยเบียดเบียนจะตายอยู่แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่จำเลยปฏิบัติแล้วยังไม่พอถือได้ว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันควรแก่การรักษาช้างตกมัน พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนที่โจทก์ขาดอุปการะ 2,400 บาท ค่าปลงศพนางพร้อย 200 บาท

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา 433 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้เป็นหน้าที่ของจำเลยผู้เป็นเจ้าของช้างจะพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การระวังรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ข้อเท็จจริงได้ความว่า ช้างของจำเลยตกมันเต็มที่ ได้เสียงคนไม่ได้ถ้าได้ยินเสียงเป็นอาละวาดทันที แม้ควานช้างก็ไม่กล้าเข้าใกล้ช้างของจำเลยได้เพ่นพ่านอยู่ในละแวกบ้านไม่น้อยกว่า 20 วัน จำเลยเป็นแต่คอยเฝ้าดูและในเวลากลางวันห่าง ๆ ไกลช้าง เข้าใกล้ไม่ได้ส่วนในเวลากลางคืนหาได้เฝ้าดูแลไม่ต่อเมื่อปรากฎว่า ช้างของจำเลยได้ทำร้ายนางพร้อยถึงตาย จำเลยจึงได้ใช้วิธียิงขาช้างและจับได้จะว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ไม่ได้ ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยรับผิดชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2567

จำเลยที่ 2 เป็นเพียงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการอันอยู่ในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง การมีเสือไว้ในครอบครองและดูแลรักษาก็เพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งแสดงออกโด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567

ในวันนัดเดินเผชิญสืบ คู่ความทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองความถูกต้องของแผนผังและแถลงสละประเด็นพิพาท ข้อ 2 ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยทั้งสอง กรณีจึงไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยประเด็นพิพาท ข้อ 2 อีกต่อไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2562

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงท้ากันโดยให้ถือเอาผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 26580/2545 ของศาลอาญา เป็นผลแพ้ชนะกันในประเด็นข้อพิพาทคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำละเมิดต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7168/2561

โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดย่อมมีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ตามมติของเจ้าของร่วมดังบัญญัติใน มาตรา 33 วรรคสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้