Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การว่า โจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและผิดวินัยตามระเบียบของจำเลยโดยทุจริตและจงใจทำให้จำเลยเสียหาย การเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ดังนี้ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าเป็นเพราะเหตุใด และเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ส่วนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะชอบด้วยระเบียบของจำเลยหรือไม่ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะวินิจฉัยในกรณีนี้ การที่ศาลแรงงานกลางเพียงแต่ฟังคำแถลงด้วยวาจาของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นการแถลงของแต่ละฝ่ายโดยอีกฝ่ายมิได้ยอมรับข้อเท็จจริงด้วย แล้วมีคำสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบของจำเลย การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นั้น เป็นเรื่องที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ป.วิ.พ. มาตรา 104

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๓๐ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมและเหตุอื่นๆ อีกหลายประการซึ่งไม่เป็นความจริง จึงเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ปรากฏสาเหตุความผิดไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย การเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม และให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในระหว่างที่โจทก์ถูกเลิกจ้างจนถึงวันที่จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากจำเลยไม่อาจรับโจทก์เข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชย พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของจำเลย ขาดการเอาใจใส่งานที่ได้รับมอบหมายไม่รักษาวินัยตามระเบียบว่าด้วยการพนักงานที่จำเลยประกาศใช้โดยไม่ปฏิบัติงานและหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรมและประพฤติตนอยู่ในความสุจริตจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายในด้านชื่อเสียงฯลฯ อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและผิดวินัยตามระเบียบของธนาคารจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ.๒๕๒๑ ข้อ ๑๙ การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าเสียหาย พร้อมทั้งดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ประการแรกว่าคณะกรรมการสอบสวนโจทก์มีการแต่งตั้งตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ แล้ว คณะกรรมการดังกล่าวจึงมีอำนาจที่จะทำการสอบสวนโจทก์โดยชอบพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้จำเลยเสียหายฯลฯ ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อที่ ๑ ไว้ว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่กระทำผิดอาญา จงใจทำให้จำเลยเสียหาย ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยหรือไม่ ดังนั้น การวินิจฉัยคดีในประเด็นข้อ ๑ จึงจำเป็นที่ศาลแรงงานกลางต้องฟังข้อเท็จจริงให้ได้เสียก่อนว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และกระทำการต่างๆ ตามที่ได้กำหนดเป็นประเด็นไว้หรือไม่

ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางเพียงแต่ฟังคำแถลงด้วยวาจาต่อหน้าศาลของนายศิรัตน์ ธำรงรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของจำเลย ๓ นัด ฟังคำแถลงด้วยวาจาของนายสมเกียรติ ศุขเทวา ผู้อำนวยการฝ่ายพนักงานของจำเลย ๑ นัด แล้วฟังคำแถลงด้วยวาจาต่อหน้าศาลของตัวโจทก์ ๘ นัด ซึ่งการแถลงของแต่ละฝ่ายเป็นการแถลงด้วยวาจาฝ่ายเดียว พร้อมทั้งส่งเอกสารต่อศาล ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งหาได้ยอมรับข้อเท็จจริงด้วยไม่ แล้วศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไป โดยศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเพียงว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ ข้อ ๑๙ ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือโจทก์ตามระเบียบ คำสั่งที่

ว.๒๙/๒๕๓๐เรื่องให้พนักงานออกจากงาน จึงไม่ชอบและไม่เป็นธรรมด้วย การดำเนินกระบวนพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดคดีเช่นว่านี้หาเป็นการถูกต้องไม่ เพราะคดีนี้ ศาลจำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างให้ได้เสียก่อนว่าเป็นเพราะเหตุใด จากนั้นจึงจะวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างด้วยเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ สำหรับเรื่องการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะชอบด้วยระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ ของจำเลยหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา มีเหตุสมควรที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางทำการสืบพยานตามประเด็นที่กำหนดไว้แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2541

ตามคำให้การของจำเลยมีข้อความระบุไว้ว่า "จำเลยเคยเสนอเหตุผลว่า จำเลยนี้ไม่เคยติดค้างค่าจ้างแก่โจทก์กับพวกดังที่กล่าวอ้างมาในคำฟ้อง"ย่อมมีความหมายว่า จำเลยได้ให้การปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้ค่าจ้างค้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2260/2537

นอกจากจำเลยจะอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่าโจทก์กระทำผิดวินัยโดยกระทำประมาทเลินเล่อจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยยังให้การว่าโจทก์ไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์เพียงพอที่จะบริหารงาน ซึ่งศาลได้กำหนดประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6159/2537

ฟ้องโจทก์อ้างว่า ที่ดินพิพาท ส.บิดาโจทก์ จำเลย และบุคคลอื่นมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน จำเลยครอบครองโฉนดที่ดินไว้ โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ ส. ต้องการโฉนดที่ดินเพื่อแบ่งแยกที่ดินให้แก่ทายาท จำเลยให้การต่อสู้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3268/2536

เมื่อจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็มีหน้าที่นำสืบให้เต็มตามฟ้อง และคดียังมีประเด็นตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 และคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์ว่า โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้