Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การบอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้ค่าสินค้า กฎหมายมิได้บังคับว่าจะต้องทำเป็นหนังสือ ก่อนที่โจทก์จะมีหนังสือถึงจำเลย โจทก์ได้บอกกล่าวทวงถามด้วยวาจาให้จำเลยชำระหนี้แล้วเมื่อจำเลยไม่ชำระ ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัด โดยโจทก์ไม่จำต้องมีหนังสือเตือนซ้ำอีก เมื่อตามฟ้องและทางพิจารณาไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่เมื่อใด โจทก์จึงควรได้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 400,176.56 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยได้รับสินค้าตามฟ้องไปจากโจทก์และจำเลยได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับสินค้าไว้ในใบส่งสินค้าและใบเสร็จรับเงิน ตามเอกสารหมาย จ.2 ในระหว่างที่จำเลยขนสินค้าไปโดยทางรถยนต์ รถยนต์ที่บรรทุกสินค้านั้นได้ชนกับรถยนต์ของบุคคลอื่น รถยนต์ของจำเลยพลิกคว่ำและเกิดไฟไหม้รถเป็นเหตุให้สินค้าที่บรรทุกไปเสียหาย จำเลยได้นำสินค้าที่เหลือมาคืนให้โจทก์ คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่า จำเลยเป็นผู้ซื้อสินค้าตามฟ้องหรือเป็นเพียงผู้ขนส่ง" ฯลฯ"ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ซื้อสินค้าตามฟ้องหาใช่เป็นผู้ขนส่งซึ่งรับจ้างขนส่งสินค้าให้โจทก์ไม่เมื่อจำเลยเป็นผู้ซื้อสินค้าแล้ว

แม้สินค้าที่จำเลยรับไปจะสูญเสียหายในระหว่างขนส่งด้วยเหตุอันจะโทษจำเลยมิได้ แต่ก็โทษโจทก์มิได้การสูญเสียหายนั้นย่อมตกเป็นพับแก่จำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดชำระราคาค่าสินค้าแก่โจทก์ แต่จำเลยต่อสู้ว่าได้นำสินค้ามาคืนให้โจทก์บางส่วน จึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์เพียงใดจำเลยมีนายเดช พูลสวัสดิ์ นายธงชัย เตชะกุลัง และนายสมคิด ตุ่มทอง เป็นพยานเบิกความประกอบคำจำเลยว่า รถยนต์ของจำเลยที่บรรทุกสินค้าไปได้ชนกับรถยนต์ของบุคคลอื่น รถยนต์ของจำเลยพลิกคว่ำ และเกิดไฟไหม้รถเป็นเหตุให้สินค้าเสียหายไปบางส่วน จำเลยได้นำสินค้ามาคืนให้โจทก์ประมาณ 800 ลัง พร้อมกับสินค้าที่ชำรุดอีก 2 คันรถบรรทุกขนาดเล็ก

ฝ่ายโจทก์มีนายเฉลิม อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์เป็นพยานว่า จำเลยนำสินค้ามาคืนนายเฉลียว อยู่วิทยา บอกว่าสินค้าเสียหายทั้งหมด พยานจึงไม่ยอมรับคืนโดยพยานไม่ได้ดูสินค้าด้วยตนเอง แต่นายเฉลียว อยู่วิทยา เบิกความว่าสินค้าที่ไฟไหม้และจำเลยนำมากองไว้นั้น ปัจจุบันบริษัทโจทก์ทำลายไปหมดแล้ว ปกติการเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตจะเก็บจากจำนวนฝาขวด หากขวดแตกแต่ฝาขวดยังเรียบร้อยอยู่ สามารถไปขอคืนภาษีได้ เมื่อได้มาแล้ว ก็จะทำลายฝาขวดโดยวิธีเผาไฟถ้าฝาขวดถูกไฟไหม้ไปแล้วจะขอคืนภาษีไม่ได้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สินค้าที่ซื้อขายกันนี้เป็นของเหลวซึ่งบรรจุอยู่ในขวดและมีฝาปิด ถ้าฝาขวดถูกไฟไหม้หมดจนเหลือแต่ขวดเปล่าจำเลยก็คงจะไม่นำมาคืนให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ที่นายเฉลิมกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ว่าสินค้าเสียหายหมดก็ไม่ได้ดูด้วยตนเอง

ส่วนนายเฉียวกลับว่าบริษัทโจทก์ได้ทำลายไปทั้งหมดแล้ว ทั้ง ๆ ที่อาจนำฝาขวดไปขอคืนภาษีจากทางราชการได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องเป็นคดีนี้ ทางโจทก์ได้ยอมจะลดราคาสินค้าให้จำเลยเหลือเพียง 300,000 บาท แต่จำเลยขอใช้ราคาให้ 100,000 บาท จึงไม่ตกลงกันเหตุที่โจทก์ยอมลดราคาให้จำเลยน่าจะเป็นเพราะสินค้ามิได้เสียหายไปทั้งหมด และโจทก์สามารถขอคืนภาษีจากทางราชการได้บ้าง ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดราคาสินค้าที่จำเลยนำมาคืนให้โจทก์เป็นเงิน 88,050 บาท โดยให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์เป็นเงิน 300,000 บาทเท่าที่โจทก์ยอมลดให้แก่จำเลยที่จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า โจทก์ได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ค่าสินค้าส่งไปที่อื่นอันมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยยังไม่ได้รับจะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การบอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้ค่าสินค้ากฎหมายมิได้บังคับว่าจะต้องทำเป็นหนังสือ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าก่อนที่โจทก์จะมีหนังสือถึงจำเลย โจทก์ได้บอกกล่าวทวงถามด้วยวาจาให้จำเลยชำระหนี้แล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระย่อมตกเป็นผู้ผิดนัด โดยโจทก์ไม่จำต้องมีหนังสือเตือนซ้ำอีก แต่ตามคำฟ้องของโจทก์และทางพิจารณาไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่เมื่อใด โจทก์จึงควรได้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง สรุปข้อวินิจฉัยดังกล่าวมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองบางส่วน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วนพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 300,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8951/2561

โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันมีความผูกพันในอันจะต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระ และโจทก์ได้เข้าชำระหนี้นั้นแล้ว โจทก์จึงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยรวมถึงเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3083/2559

ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2559

โจทก์ผู้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดเป็นผู้จ่ายเงินค่าซื้อที่ดินอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แก่ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 50 (5) และภาษีที่คำนวณห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้