Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8738/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนให้นายจ้างจัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างโดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ที่ออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 77 ซึ่งคำเตือน ดังกล่าวไม่ขัดแย้งกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จึงมีผลเป็นคำเตือนตามประกาศดังกล่าว ข้อ 77 และใช้บังคับได้ต่อไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 166 ทั้งคำเตือนดังกล่าวมิใช่คำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดของพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่บัญญัติให้นายจ้างต้องปฏิบัติตาม แต่มีผลเพียงเป็นการชี้แนะเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเท่านั้น ถ้านายจ้างเห็นว่าไม่ถูกต้องจะไม่ปฏิบัติตามก็ได้โดยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 146 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 8 การที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนและลูกจ้างขอหยุดพักผ่อนประจำปีตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของนายจ้างตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ทั้งนายจ้างมิได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานหรืออธิบดีกรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานเป็นจำเลย นายจ้างจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานและขอให้ สั่งว่าจำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 18 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.พ. มาตรา 131 ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 146 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 166 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 10 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 77 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 77

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้สั่งว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจแรงงานที่มีหนังสือเตือนให้โจทก์จัดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้จำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรรงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ จำนวน ๑๕ วัน และปี ๒๕๔๐ จำนวน ๒๑ วัน รวม ๓๖ วัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจแรงงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมิได้ฟ้องพนักงาน ตรวจแรงงานและอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานด้วย คำขอดังกล่าวไม่อาจบังคับได้ ส่วนคำขอให้พิพากษาว่า จำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ นั้น แม้ตามคำฟ้องจะอ้างว่าจำเลยติดต่อขอให้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างได้กระทำการใด ๆ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ และกรณียังไม่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ (๒) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่าโจทก์ไม่จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ให้จำเลยและพนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๒ ให้โจทก์จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้จำเลยรวม ๓๖ วัน ปรากฏว่า พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานที่ออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๑๐ และ ๗๗ ซึ่งคำเตือนดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงมีผลเป็นคำเตือนตามประกาศดังกล่าว ข้อ ๗๗ และใช้บังคับได้ต่อไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๖๖ ทั้งคำเตือนดังกล่าวมิใช่คำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดของพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่บัญญัติให้โจทก์ต้องปฏิบัติตาม แต่มีผลเพียงเป็นการชี้แนะเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยเท่านั้น ถ้าโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องจะไม่ปฏิบัติตามก็ได้ โดยไม่เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔๖ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ข้อ ๘ ดังโจทก์อุทธรณ์ การที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนและจำเลยขอหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ทั้งโจทก์ มิได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานหรืออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นจำเลยด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน และขอให้สั่งว่าจำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ที่ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล คุปต์กาญจนากุล · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสุรศักดิ์ นาราสัจจ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2546 (เลขอ้างอิง 48279)

แม้สิทธิในการย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานของลูกจ้าง บริษัทจำเลยในฐานะนายจ้างสามารถกระทำได้ตามความเหมาะสมเพราะเป็นอำนาจในการบริหารจัดการภายในองค์กรของจำเลยก็ตาม แต่การที่จำเลยมีคำสั่งย้ายโจทก์ทั้งสองซึ่งมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2544

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับชำระเงิน 5,575,551.53 บาทจากโจทก์ โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์ยังเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าอยู่แก่จำเลย 5,575,551.53 บาท แต่จำเลยเรียกให้โจทก์ชำระหนี้ 6,565,377.55 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่แตกต่าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2256/2543

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 77มีความว่า เมื่อปรากฏว่านายจ้างได้กระทำการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามพนักงานตรวจแรงงาน มีอำนาจที่จะใช้ดุล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2543

โจทก์ทั้งสิบหกฟ้องจำเลยทั้งสี่เพื่อขอให้ระงับการก่อสร้างและให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอ้างว่าคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการพัฒนาท่าอากาศยานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การก่อสร้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7767/2543

โจทก์และจำเลยต่างเป็นเอกชนที่ตกลงทำสัญญาจ้างกัน โดยจำเลยตกลงจ้างโจทก์ทำงานเป็นครู และให้ค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้จำเลย สัญญาจ้างเป็นครูดังกล่าวจึงเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้