Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2473

พ.ศ. 2473 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บิลปลอมที่เจ้าพนักงานใช้เปนหลักฐานเพื่อเบิกเงินจากรัฐบาลนั้น เปนหนังสือสำคัญธรรมดา หาใช่หนังสือสำคัญในราชการไม่ เจ้าพนักงานเอาบิลปลอมซึ่งตนรู้อยู่แล้วมาตั้งฎีกาเบิกเงินตามบิลนั้น มีผิดฐานปลอมหนังสือ ตั้งฎีกาเบิกเงินตามบิลปลอมแล้วส่งให้ผู้บังคับบัญชาเซ็นเพื่อนำไปเบิกเงินจากคลัง แต่ผู้บังคับบัญชาจับได้เสียก่อนดังนี้ ยังไม่เปนพยายามฉ้อโกง

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยเปนสมุหบัญชีกรมสาธารณะสุขที่ทำฎีกเบิกเงินไปให้ผู้รักษาราชการแทนอธิบดีลงนามเพื่อเบิกเงินจากกระทรวงพระคลัง แต่ผู้รักษาราชการแทนอธิบดีสงสัยจึงไต่สวน ปรากฏว่าบิลฉะบับหนึ่งเปนบิลของห้าง ส.มีจำนวนเงินที่โอสถศาลาซื้อเครื่องเวชภัณฑ์ราคา ๖๗๘๓ บาทเศษ มีลายเซ็นผู้อำนวยการโอสถศาลาสั่งให้ตั้งเบิก แต่ความจริงผู้อำนวยการโอสถศาลาหาได้สั่งและเซ็นขื่อในบิลนั้นไม่ บิลนั้นเปนบิลปลอมซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่าคดีต้องด้วย ม.๒๒๗ จำเลยมีผิด ๒ กะทง คือ ฐานปลอมหนังสือสำคัญในรากขารตาม ม.๒๒๕ กะทงหนึ่ง ให้จำคุก ๓ ปี และฐานพยายามฉ้อตาม ม.๓๐๔ - ๖๐ อีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุก ๑ ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าบิลปลอมที่จำเลยใช้เปนเพียงหนังสือสำคัญ ไม่ใช่หนังสือสำคัญในราขการจึงตัดสินแก้ให้วางบทลงโทษจำเลยตาม ม.๒๒๕ ส่วนกำหนดโทษและนอกจากนี้ยืนตาม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาเปนปัญหากฎหมาย และเถียงว่ารูปคดีไม่เปนพยายามฉ้อโกง

ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาเรื่องพยายามฉ้อโกงนั้นจำเลยยังหาได้นำบิลไปส่งแก่เจ้าพนักงานคลังไม่จึงเปนแต่เพียงจำเลยเตรียมการเพื่อจะฉ้อ ไม่ถึงชั้นพยายามกระทำผิดตาม ม.๖๐ จึงตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยกะทงเดียวตาม ม.๒๒๔ มีกำหนดจำคุก ๓ ปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย · พิพาก · พรหม
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระสังขศาสตร์
ศาลอุทธรณ์ - พระยากะนิษกะสุภัท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้