Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น มาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมดังนั้นคำร้องคัดค้าน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสองด้วย ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ข้อ 20 บัญญัติไว้ว่า เมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลงแล้วให้คณะกรรมการ ตรวจคะแนนเก็บบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนนแล้วรายการแสดงผล ของการนับคะแนนหนึ่งฉบับประกาศผลของการนับคะแนนหนึ่งฉบับ และแบบกรอกคะแนนที่ใช้กรอกคะแนนแล้วบรรจุในหีบบัตรเลือกตั้ง แล้วปิดหีบบัตรเลือกตั้งใส่กุญแจประจำครั่งทับรูกุญแจไว้ และให้เอากระดาษปิดทับช่องใส่บัตรเลือกตั้ง โดยมีลายมือชื่อ คณะกรรมการตรวจคะแนนกำกับไว้บนกระดาษนั้นด้วย และข้อ 21 บัญญัติว่า ให้ประธานกรรมการตรวจคะแนนอ่านประกาศผลของการ นับคะแนนแก่ประชาชนซึ่งอยู่ ณ ที่นั้น แล้วปิดประกาศนั้นไว้ ณ ที่เลือกตั้งหนึ่งฉบับ แสดงให้เห็นว่า ณ ที่เลือกตั้งทั้ง 93 หน่วย แต่ละหน่วยย่อมจะต้องปิดประกาศผลของการนับคะแนน (ส.ส. 5) ณ ที่เลือกตั้งว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดสังกัด พรรคใดได้คะแนนเท่าใดปรากฏชัดแจ้ง ณ ที่เลือกตั้งนั้นแล้ว แต่ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองกลับร้อง คัดค้านการเลือกตั้งโดยอาศัยคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และ ผู้ร้องที่ 2 ตามเอกสารซึ่งเป็น แบบรายงานการนับคะแนนไม่ เป็นทางการเป็นมูลเหตุในการคัดค้านการเลือกตั้ง ย่อมเป็นที่ เห็นได้ว่าผลรวมคะแนนตามแบบรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการดังกล่าวมีความหมายอยู่ในตัวว่าผลของการรวมคะแนนนั้นอาจมี ข้อผิดพลาดได้ ส่วนการที่ต้องรายงานไม่เป็นทางการก่อนก็ เพียงการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสาร รวดเร็วเท่านั้น ดังนั้น การที่ผู้ร้องทั้งสองร้องคัดค้าน การเลือกตั้งโดยอาศัยแบบรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการ จึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางราชการได้มาเป็นมูลเหตุของการ คัดค้านโดยไม่ปรากฏว่ารายงานแสดงผลของการนับคะแนน (ส.ส.4) และประกาศผลของการนับคะแนน (ส.ส.5) อันเป็นคะแนนที่เป็น ทางการและปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งว่าคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 มีอยู่อย่างไร ถูกต้องตรงกับจำนวนคะแนน ตามเอกสารหรือไม่ ถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองอ้างอิงคะแนนที่ ไม่แน่นอนและไม่ชัดแจ้งมาเป็นมูลเหตุแห่งการคัดค้านการ เลือกตั้ง และที่ผู้ร้องทั้งสองกล่าวมาในคำร้องคัดค้าน การเลือกตั้งว่าผู้คัดค้านที่ 1 และนายอำเภอจตุรพักตรพิมาน กับพวกร่วมกันไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และขัดขวางมิให้การเป็นไป ตามกฎหมายด้วยการทำลายครั่งทับรูกุญแจเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง 14 หีบ เพื่อแก้ไขและเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงรายงานแสดงผลของ การนับคะแนนที่บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้งจำนวน 14 หีบ ดังกล่าว นั้น ผู้ร้องทั้งสองก็ควรที่จะได้กล่าวโดยละเอียดว่าเดิม ผลของการนับคะแนน (ส.ส.5) ที่บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้ง แต่ละหีบคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 มีจำนวน เท่าใด เมื่อมีการเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแล้วเป็นผลให้จำนวน คะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 เพิ่มขึ้นคนละ เท่าใดอันเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 เข้าใจ ข้อหาได้ดี แต่ก็มิได้กล่าวไว้ คำร้องของผู้ร้องทั้งสอง จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 172 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 79

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า เมื่อวันที่17 พฤศจิกายน 2539 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2539ผู้ร้องที่ 1 เป็นพรรคการเมืองจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. 2524 ปัจจุบันนายสุเมธพรมพันห่าว เป็นผู้รักษาการหัวหน้าพรรค ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้สมัครคนหนึ่งในนามสมาชิกสังกัดพรรคผู้ร้องที่ 1 มีเครื่องหมายประจำตัวหมายเลข 10 ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งประกอบด้วยอำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอจตุรพักตรพิมานอำเภอจังหาร อำเภอธวัชบุรี อำเภอศรีสมเด็จ และกิ่งอำเภอเชียงขวัญในเขตเลือกตั้งดังกล่าวให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 3 คน

มีผู้สมัคร 27 คน เมื่อปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้วคณะกรรมการตรวจคะแนนของอำเภอจตุรพักตรพิมาน ซึ่งมี 93 หน่วยเลือกตั้งได้นับคะแนนเปิดเผยจนเสร็จในรวดเดียว ประกาศผลของการนับคะแนนณ ที่เลือกตั้งบรรจุบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนน และแบบกรอกคะแนนประกาศและรายงานแสดงผลของการนับคะแนนในหีบบัตรเลือกตั้งปิดหีบใส่กุญแจประจำครั่งทับรูกุญแจไว้ แล้วส่งประกาศและรายงานแสดงผลของการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งดังกล่าวและลูกกุญแจตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522ไปยังนายอำเภอจตุรพักตรพิมานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายทั้ง 93 หน่วย

นายอำเภอจตุรพักตรพิมานรับมอบแล้วจึงรวบรวมประกาศและรายงานแสดงผลของการนับคะแนนพร้อมรายงานคะแนนผู้สมัครแต่ละคนได้จาก 93 หน่วย เลือกตั้งส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายตามแบบที่ราชการทำขึ้นเป็นหลักฐานตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3 ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนที่ชอบด้วยกฎหมายจากอำเภอจตุรพักตรพิมานรวม 93 หน่วย จำนวน 14, 152 คะแนน และ 10,152 คะแนน ตามลำดับ จังหวัดร้อยเอ็ดตรวจสอบถูกต้องเป็นครั้งที่ 3 แล้วจึงกรอกคะแนนที่ผู้สมัครแต่ละคนได้จากแต่ละอำเภอ รวมทั้งจากอำเภอจตุรพักตรพิมาน ลงไว้เป็นหลักฐานในแบบรวมคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 ยกเว้นอำเภอเมืองร้อยเอ็ดยังไม่กรอกประวิงไว้เพื่อคำนวณล่วงรู้ก่อนว่าผู้สมัครคนใดที่มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง

ปรากฏว่าผู้คัดค้านที่ 2 นายฉลาด ขามช่วงนายเวียง วรเชษฐ์ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ และผู้ร้องที่ 2ต่างเป็นผู้มีโอกาสชนะการเลือกตั้งมีคะแนนที่ชอบด้วยกฎหมายจากทุกหน่วยทุกอำเภอ ยกเว้นอำเภอเมืองร้อยเอ็ดจำนวน 55,729 คะแนน 50,864 คะแนน 68,597 คะแนน 60,552 คะแนน และ 48,257 คะแนน ตามลำดับตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 4 แต่ปรากฏว่าในอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ผู้คัดค้านที่ 2 นายฉลาด นายเวียง นายเศกสิทธิ์ และผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนโดยชอบด้วยกฎหมายจำนวน 29,098 คะแนน 35,424 คะแนน 21,689 คะแนน 22,349 คะแนน และ 36,613 คะแนนตามลำดับ ดังนั้น ในเขตเลือกตั้งที่ 1 เมื่อรวมคะแนนที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวเรียงตามลำดับคะแนนแล้ว

นายเวียงได้ลำดับที่ 1 จำนวน 90,286 คะแนน นายฉลาดได้ลำดับที่ 2 จำนวน 86,288 คะแนน ผู้ร้องที่ 2 ได้ลำดับที่ 3 จำนวน 84,870 คะแนน ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ลำดับที่ 4 จำนวน 84,827 คะแนน นายเศกสิทธิ์ได้ลำดับที่ 5 จำนวน 82,901 คะแนน จึงชอบที่ผู้คัดค้านที่ 1 ต้องประกาศผลการเลือกตั้งเป็นทางการให้ชอบด้วยกฎหมาย โดยประกาศให้ผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 3 และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ผู้คัดค้านที่ 1 หาได้ประกาศเช่นนั้นไม่กลับจงใจสมคบกับนายอำเภอจตุรพักตรพิมานและพวกร่วมกันไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่เพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายอันเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 51 มาตรา 52 ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พ.ศ. 2522 ด้วยการทำลายครั่งทับรูกุญแจเปิดหีบบัตรเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งในอำเภอจตุรพักตรพิมานรวม 14 หีบ ที่อยู่ในการเก็บรักษาของนายอำเภอจตุรพักตรพิมานเมื่อการเลือกตั้งได้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 69แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้ง แบบกรอกคะแนนประกาศและรายงานแสดงผลของการนับคะแนนที่บรรจุอยู่ในหีบดังกล่าวให้ผู้คัดค้านที่ 2 ชนะการเลือกตั้งโดยไม่มีอำนาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงทำให้หีบบัตรตำบลหัวช้างหน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 1 ไม่มีครั่งทับรูกุญแจ แต่มีเทียนไขหยดอุดรูไว้แทน และหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 9มีวัตถุสีขาวคล้ายกระดาษอุดอยู่ในกุญแจแทนครั่งทับรูอยู่เดิมหีบบัตรตำบลศรีโคตร

หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 5 ไม่มีครั่งทับรูกุญแจ สภาพกุญแจใหม่ หีบบัตรตำบลโคกล่ามหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 1 มีเทียนไขอุดรูกุญแจหีบบัตรตำบลดู่น้อย หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2 และที่ 3 ไม่มีครั่งทับรูกุญแจ มีแต่เทียนไขหยดอุดรูกุญแจไว้ หีบบัตรตำบลน้ำใสหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 1 สภาพกุญแจใหม่ ไม่มีครั่งทับรูกุญแจ หีบบัตรตำบลอี่ง่อง หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2ไม่มีสิ่งใดอุดรูกุญแจ ข้างรูมีครั่งสีแดงติดอยู่เล็กน้อยมีการแก้ไขจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยขีดฆ่าจากจำนวน 433 เป็น 439 และ 232 เป็น 235 และ 201 เป็น 204 หีบบัตรตำบลหนองผือหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2 และหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 3มีรอยหยดครั่ง แต่ครั่งหลุดสามารถไขกุญแจเปิดหีบบัตรได้หีบบัตรตำบลลิ้นฟ้า

หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2 สภาพกุญแจใหม่มีรอยครั่งหลุดไป มีกระดาษอุดที่รูกุญแจและหยดเทียนไขไว้หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 6 ไม่มีครั่งทับรูกุญแจ แต่มีติดอยู่ที่ขอบแม่กุญแจเล็กน้อย และหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 8 และที่ 9 ไม่มีครั่งทับรูกุญแจ สภาพกุญแจใหม่ หีบบัตรตำบลดงกลางหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2 และหีบบัตรตำบลเมืองหงส์หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 5 ไม่มีครั่งทับรูกุญแจและทำให้ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนน ในอำเภอจตุรพักตรพิมานเพิ่มขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจากจำนวน 14,152 เป็น 14,951 คะแนน เพิ่มขึ้นจำนวน 799 คะแนน และจากจำนวน 10,152 เป็น 10,381 คะแนนเพิ่มขึ้นจำนวน 229 คะแนนตามลำดับ แล้วผู้คัดค้านที่ 1 จึงนำคะแนนจำนวนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวมารวมเป็นคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 และประกาศผลการเลือกตั้งเป็นทางการให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 3ผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 4 ผู้คัดค้านที่ 2 ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดที่ผู้คัดค้านที่ 1 ประกาศผลการเลือกตั้งดังกล่าวจึงเป็นการประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผู้คัดค้านที่ 2 จึงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยมิชอบขอให้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาว่าการที่ผู้คัดค้านที่ 2 ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดนั้นเป็นไปโดยมิชอบและให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดร้อยเอ็ดเฉพาะแต่ผู้คัดค้านที่ 2ที่ถูกคัดค้านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่าคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายว่าใครเป็นผู้ทำลายครั่งทับรูกุญแจและทำลายด้วยวิธีใดในวันเวลาและสถานที่ใดบัตรเลือกตั้งในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละหีบมีการเปลี่ยนแปลงคะแนนจากเลขใดเป็นเลขใด ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากหีบบัตรเลือกตั้งหน่วยใด เพิ่มขึ้นคนละเท่าใดขอให้ยกคำร้องนายอนุรักษ์

จุรีมาศ ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้งที่ 1ได้ดำเนินการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกประการ ผู้คัดค้านที่ 2 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยขอเอาคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 1 เป็นคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ด้วยระหว่างไต่สวน ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่าคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ศาลให้รอสั่งคำร้องดังกล่าวในคำสั่งหรือคำพิพากษาศาลจังหวัดร้อยเอ็ดไต่สวนคำร้องและทำความเห็นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาว่าคำร้องของผู้ร้องทั้งสองเป็นคำร้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองและผู้คัดค้านที่ 2 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดโดยชอบด้วยกฎหมาย

เห็นควรให้ยกคำร้องศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "เห็นควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าคำร้องของผู้ร้องทั้งสองเคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่าการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองด้วย พิเคราะห์คำร้องของผู้ร้องทั้งสองโดยตลอดแล้ว ผู้ร้องทั้งสองอ้างเหตุคัดค้านการเลือกตั้งว่าเมื่อปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการตรวจคะแนนของอำเภอจตุรพักตรพิมานซึ่งมี 93 หน่วยเลือกตั้ง

ได้นับคะแนนโดยเปิดเผยจนเสร็จในรวดเดียวประกาศผลของการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งบรรจุบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนแล้ว แบบกรอกคะแนน ประกาศและรายงานแสดงผลของการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งดังกล่าวไปยังนายอำเภอจตุรพักตรพิมาน ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้ง นายอำเภอจตุรพักตรพิมานรวบรวมประกาศและรายงานแสดงผลของการนับคะแนนพร้อมรายงานคะแนนที่ผู้สมัครแต่ละคนได้จาก 93 หน่วยเลือกตั้งดังกล่าวส่งไปยังผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายตามแบบที่ทางราชการทำขึ้นเป็นหลักฐานตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3 ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ได้คะแนนทั้ง 93 หน่วยเลือกตั้ง 14,152 คะแนน

ผู้ร้องที่ 2 ได้ 10,152 คะแนนเมื่อรวมคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนทุกอำเภอ ตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลขที่ 4 และ 5 แล้ว ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ปรากฏว่านายเวียง วรเชษฐ์ ได้ลำดับที่ 1 จำนวน 90,286 คะแนนนายฉลาด ขามช่วง ได้ลำดับที่ 2 จำนวน 86,288 คะแนนผู้ร้องที่ 2 ได้ลำดับที่ 3 จำนวน 84,870 คะแนน ผู้คัดค้านที่ 2ได้ลำดับที่ 4 จำนวน 84,827 คะแนน ผู้คัดค้านที่ 1 ต้องประกาศผลการเลือกตั้งให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ผู้คัดค้านที่ 1จงใจสมคบกับนายอำเภอจตุรพักตรพิมานและพวกร่วมกันไม่ปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายด้วยการทำลายครั่งทับรูกุญแจ เปิดหีบบัตรเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งในอำเภอจตุรพักตรพิมาน

จำนวน 14 หีบ ที่อยู่ในการเก็บรักษาของนายอำเภอจตุรพักตรพิมาน เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้ง แบบกรอกคะแนน ประกาศและรายงานแสดงผลของการนับคะแนนที่บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้งจำนวน 14 หีบ ดังกล่าวทำให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 14,152 คะแนนเป็น14,951 คะแนน และผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 10,152 คะแนน เป็น 10,381 คะแนน ผู้คัดค้านที่ 1 ได้นำคะแนนที่เพิ่มขึ้นโดยมิชอบดังกล่าวรวมเป็นคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2และประกาศผลการเลือกตั้งให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้คะแนนลำดับที่ 3และผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนลำดับที่ 4 ซึ่งเป็นผลให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้รับเลือกตั้ง เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายนั้น

เห็นว่า ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ข้อ 20 บัญญัติไว้ว่าเมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลงแล้วให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเก็บบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนนแล้วรายงานแสดงผลของการนับคะแนนหนึ่งฉบับ ประกาศผลของการนับคะแนนหนึ่งฉบับ และแบบกรอกคะแนนที่ใช้กรอกคะแนนแล้วบรรจุในหีบบัตรเลือกตั้งแล้วปิดหีบบัตรเลือกตั้งใส่กุญแจประจำครั่งทับรูกุญแจไว้ และให้เอากระดาษปิดทับช่องใส่บัตรเลือกตั้ง โดยมีลายมือชื่อคณะกรรมการตรวจคะแนนกำกับไว้บนกระดาษนั้นด้วย และข้อ 21 บัญญัติว่าให้ประธานกรรมการตรวจคะแนนอ่านประกาศผลของการนับคะแนนแก่ประชาชนซึ่งอยู่ ณ ที่นั้น แล้วปิดประกาศนั้นไว้

ณ ที่เลือกตั้งหนึ่งฉบับ แสดงให้เห็นว่า ณ ที่เลือกตั้งทั้ง 93 หน่วยแต่ละหน่วยย่อมจะต้องปิดประกาศผลของการนับคะแนน (ส.ส.5)ณ ที่เลือกตั้งว่าผู้สมัครรับสมัครเลือกตั้งคนใดสังกัดพรรคใดได้คะแนนเท่าใดปรากฏชัดแจ้ง ณ ที่เลือกตั้งนั้นแล้ว ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสองน่าเชื่อว่า ได้มีการปิดประกาศผลของการเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งแล้ว แต่ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสองผู้ร้องทั้งสองกลับร้องคัดค้านการเลือกตั้งโดยอาศัยคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 ตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3ซึ่งเป็นแบบรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการเป็นมูลเหตุในการคัดค้านการเลือกตั้ง ผู้ร้องทั้งสองควรจะได้กล่าวโดยละเอียดพอสมควรว่า คะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และของผู้ร้องที่ 2ตามที่ปรากฏในเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3 ดังกล่าว เป็นคะแนนที่ได้มาจากผลของการนับคะแนน (ส.ส.5)

ทั้ง 93 หน่วยเลือกตั้งหรือไม่ อันเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 เข้าใจข้อหาได้ดี แต่ผู้ร้องทั้งสองมิได้กล่าว และที่ผู้ร้องทั้งสองกล่าวมาในคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และนายอำเภอจตุรพักตรพิมานกับพวกร่วมกันไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายด้วยการทำลายครั่งทับรูกุญแจเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง 14 หีบ เพื่อแก้ไขและเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงรายงานแสดงผลของการนับคะแนนที่บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้งจำนวน14 หีบ ดังกล่าวนั้น ผู้ร้องทั้งสองก็ควรที่จะได้กล่าวโดยละเอียดว่าเดิมผลของการนับคะแนน (ส.ส.5) ที่บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละหีบคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 มีจำนวนเท่าใด

เมื่อมีการเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแล้วเป็นผลให้จำนวนคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2 เพิ่มขึ้นคนละเท่าใดอันเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 เข้าใจข้อหาได้ดี แต่ก็มิได้กล่าวไว้อีกเช่นกัน การที่ผู้ร้องทั้งสองกล่าวเพียงว่า เมื่อมีการเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแล้วผู้คัดค้านที่ 2 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 14,152 คะแนน เป็น 14,951 คะแนน ผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 10,152 คะแนน เป็น 10,381 คะแนน ก็โดยอาศัยจำนวนคะแนนตามแบบรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3 ดังกล่าวเป็นฐานจำนวนคะแนนมาเป็นเหตุแห่งการคัดค้านการเลือกตั้ง ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า ผลรวมคะแนนตามแบบรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการดังกล่าวมีความหมายอยู่ในตัวว่าผลของการรวมคะแนนนั้นอาจมีข้อผิดพลาดได้

ส่วนการที่ต้องรายงานไม่เป็นทางการก่อนก็เพียงการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารรวดเร็วเท่านั้น ที่ผู้ร้องทั้งสองกล่าวว่าเมื่อรวมคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 ได้คะแนนลำดับที่ 3 จำนวน 84,870 คะแนน ผู้คัดค้านที่ 2ได้ลำดับที่ 4 จำนวน 84,827 คะแนน เท่ากับอ้างว่าผู้ร้องที่ 2ได้คะแนนมากกว่าผู้คัดค้านที่ 2 จำนวน 43 คะแนน ก็โดยการอ้างอิงคะแนนตามแบบรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3 และหมายเลข 4 เป็นฐานในการคำนวณเช่นเดียวกัน สรุปแล้ว ผู้ร้องทั้งสองร้องคัดค้านการเลือกตั้งโดยอาศัยแบบรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการ ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางราชการได้มาเป็นมูลเหตุของการคัดค้านโดยไม่ปรากฏว่ารายงานแสดงผลของการนับคะแนน (ส.ส.4) และประกาศผลของการนับคะแนน (ส.ส.5)

อันเป็นคะแนนที่เป็นทางการ และปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งว่าคะแนนของผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องที่ 2มีอยู่อย่างไร ถูกต้องตรงกับจำนวนคะแนนตามเอกสารท้ายคำร้องดังกล่าวหรือไม่ ถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองอ้างอิงคะแนนที่ไม่แน่นอนและไม่ชัดแจ้งมาเป็นมูลเหตุแห่งการคัดค้านการเลือกตั้งหากศาลวินิจฉัยว่าคำร้องเช่นนี้เป็นคำร้องที่ชอบแล้วผลที่ตามมาก็คือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดเพียงแต่สงสัยว่าคะแนนของตนตามรายงานการนับคะแนนไม่เป็นทางการแตกต่างกับคะแนนของผู้รับเลือกตั้งตามประกาศผลการเลือกตั้งแล้วก็อาจยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อให้ศาลทำหน้าที่รวมคะแนนจากรายงานแสดงผลของการนับคะแนน (ส.ส.4) ให้ใหม่ทุกรายไป คำร้องของผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ดังได้วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่อาจรับคำร้องไว้วินิจฉัยได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นอีก"ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · อุดม มั่งมีดี · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6609/2540

คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ฉะนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2539

คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎรเป็นคำฟ้อง ผู้ร้องจึงต้องบรรยายคำร้องให้แจ้งชัดสภาพแห่งข้อหาของผู้ร้องรวมทั้งคำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา การอ้างเอกสารเพื่อประกอบการพิจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3564/2539

การพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมาตรา79แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2522ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมดังนั้นคำร้องคัดค้านก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56114)

(คำสั่งศาลฎีกาที่ 56/2536) พระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 79 บัญญัติให้นำ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมเมื่อคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2536

(คำสั่งศาลฎีกาที่ 56/2536) คำร้องของ ผู้ร้องที่ว่าเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดสมุทรสาคร มีเขตพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร อำเภอบ้านแพ้ว และอำเภอกระทุ่มแบนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละอำเภอ มีกรรม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้