Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8752/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่งมิได้เคร่งครัดถึงกับว่าจะต้องมีถ้อยคำว่ากู้ยืมอยู่ในหนังสือนั้น เมื่อหนังสือมีข้อความระบุว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ จำนวน 188,259 บาท และยังไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์กับมีลายมือชื่อจำเลยลงไว้และมีตัวโจทก์มาสืบประกอบอธิบายว่าหนี้เงินจำนวนดังกล่าวเป็นหนี้ที่จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปซื้อกระดาษทำกล่องใส่เค้กมาขายให้ โจทก์เพื่อหักหนี้กันจึงเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมฟ้องร้องได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 188,259 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อ ตามบันทึกข้อความในเอกสารหมาย จ.1ที่มีข้อความว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์จำนวน 188,259 บาทและยังมิได้ชำระหนี้ดังกล่าวให้โจทก์ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์จริงหรือไม่โจทก์เบิกความว่า จำเลยทั้งสองบอกกับโจทก์ว่าจะนำเงินที่กู้ไปซื้อกระดาษมาเพื่อทำกล่องใส่เค้กและจะนำกล่องใส่เค้กมาขายให้โจทก์เพื่อหักหนี้กัน จำเลยที่ 1 ก็เบิกความยอมรับว่าโจทก์ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินล่วงหน้าให้จำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 นำกล่องใส่เค้กมาขายให้โจทก์ครบตามจำนวนเงินในเช็คแล้ว โจทก์จะออกเช็คฉบับใหม่ให้ ในปี 2528 มีการคิดบัญชีกันจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ 110,000 บาทจำเลยที่ 2 ก็เบิกความยอมรับว่าจำเลยที่ 2 เป็นหนี้โจทก์ประมาณ100,000 บาท แต่ได้ชำระโดยการส่งสินค้าได้แก่ผิวส้มเชื่อมและกล่องใส่ขนมเค้ก

คงค้างชำระอยู่ประมาณ 30,000 บาท จึงน่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์จริง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์ได้ให้นายสมานซึ่งเป็นทนายความของโจทก์หลอกลวงให้จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.1 โดยอ้างว่าจะนำไปยื่นขอลดหย่อนภาษีต่อกรมสรรพากรนั้น คงมีแต่คำเบิกความของจำเลยทั้งสองลอย ๆโดยไม่มีพยานอื่นประกอบจึงมีน้ำหนักน้อยกว่าพยานโจทก์และไม่น่าเชื่อว่าเป็นความจริง ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์เบิกความว่าจำเลยทั้งสองกู้เงินโจทก์ในวันทำบันทึกเอกสารหมาย จ.1 จึงขัดแย้งกับข้อความในบันทึกที่แสดงว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์อยู่ก่อนแล้ว จำนวนเงินที่กู้ยืมจึงมีจำนวน 188,259 บาท ซึ่งมีเศษ นายสมานผู้บันทึกเอกสารหมาย

จ.1 กำลังศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีความรู้ทางกฎหมายหากเป็นการกู้ยืมเงินก็ย่อมจะระบุข้อความเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินกันและระบุถึงลายมือชื่อผู้ให้กู้และผู้กู้ด้วย หนังสือทวงถามของโจทก์ก็ระบุว่าเป็นการทำหนังสือรับสภาพหนี้นั้น เห็นว่า จำเลยทั้งสองไปกู้ยืมเงินโจทก์เพื่อนำไปชำระหนี้ค่ากระดาษทำกล่องใส่เค้กอาจมีจำนวนเป็นเศษได้เมื่อจำเลยนำกล่องใส่เค้กมาขายให้โจทก์เพื่อหักหนี้ยังไม่ครบจึงมีการบันทึกตามข้อความในเอกสารหมาย จ.1 ดังกล่าว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การกู้ยืมเงินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ

ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่" คำว่า หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือนั้น กฎหมายมิได้ระบุเคร่งครัดถึงกับว่าจะต้องมีถ้อยคำว่ากู้ยืมอยู่ในหนังสือนั้น เมื่อหนังสือเอกสารหมาย จ.1 มีข้อความระบุว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์จำนวน 188,259 บาท และยังไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์กับมีลายมือชื่อจำเลยทั้งสองลงไว้และมีตัวโจทก์มาสืบประกอบอธิบายว่าหนี้เงินจำนวนดังกล่าวเป็นหนี้ที่จำเลยทั้งสองได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปซื้อกระดาษทำกล่องใส่เค้กมาขายให้โจทก์เพื่อหักหนี้กันเอกสารหมาย จ.1 จึงเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์ชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2567

แม้จำเลยให้การรับว่าได้รับเงินโอนจากโจทก์แล้วทั้งยี่สิบครั้งและพิมพ์คำว่า "ตกลง" ในโปรแกรมไลน์ (LINE) ตามที่โจทก์ให้พิมพ์ แต่การรับของจำเลยเป็นการรับตามที่ปรากฏในฟ้องเท่านั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้ว่าการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้