Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8779/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิในการใช้นามของบุคคล ป.พ.พ.มาตรา 18 บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับมอบอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้" นอกจากนี้ในกรณีสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้าก็มี ป.อ.มาตรา 272 (1)บัญญัติถึงการที่ผู้ใดเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความรายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น เป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา เป็นต้น โดยไม่มีกฎหมายจำกัดสิทธิว่าการใช้นามห

เนื้อความคำพิพากษา

สิทธิในการใช้นามของบุคคล ป.พ.พ.มาตรา 18 บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับมอบอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้" นอกจากนี้ในกรณีสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้าก็มี ป.อ.มาตรา 272 (1)บัญญัติถึงการที่ผู้ใดเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความรายการแสดงราคา

จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น เป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา เป็นต้น โดยไม่มีกฎหมายจำกัดสิทธิว่าการใช้นามหรือชื่อทางการค้าจะต้องมีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะได้รับความคุ้มครอง โจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า"บีเอ็มดับบลิว" เป็นทั้งชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ารวมทั้งใช้เป็นชื่อบริษัทในเครือของโจทก์ จนมีชื่อเสียงแพร่หลายในหลายประเทศมาก่อนที่จำเลยที่ 1 จะจดทะเบียนจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ในปี 2539 โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิในการใช้ชื่อดังกล่าวและมีสิทธิใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าในประเทศไทยได้

แม้ก่อนปี 2539 จะไม่ปรากฏว่าโจทก์เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทยเองหรือจัดตั้งบริษัทในเครือโดยใช้ชื่อนี้ก็ตาม โจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" อ่านว่า บีเอ็มดับเบิลยู หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" เป็นเครื่องหมายการค้าจนมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยมาหลายสิบปี และโจทก์ได้ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าควบคู่กันไปกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ กิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวเป็นกิจการขนาดใหญ่มีการขยายกิจการไปในประเทศต่าง ๆ ถึง 140 ประเทศ ทั่วโลก ใช้เงินลงทุนและได้รับผลตอบแทนสูงมาก กิจการค้าของโจทก์เป็นกิจการค้าที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณจนได้รับความนิยมเชื่อมั่นในสินค้าและกิจการของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้านี้จากผู้บริโภคโดยทั่วไป

ชื่อเสียงเกียรติคุณนี้ย่อมทำให้สาธารณชนผู้บริโภคใช้เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งในการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าจากกิจการของโจทก์ คำว่า"BMW" ที่โจทก์ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าในการประกอบการค้าของโจทก์นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของโจทก์ และจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ก็รับว่ารู้จักรถยนต์และเครื่องหมายการค้า คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อประกอบการค้าขายสินค้าโดยใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและชื่อทางการค้าของโจทก์ ย่อมอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าจำเลยที่ 1 ประกอบกิจการในลักษณะเป็นกิจการในเครือของโจทก์ หรือมีความเกี่ยวพันกับโจทก์ หรือได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ใช้ชื่อดังกล่าวในการประกอบการค้าของจำเลยที่ 1 ได้

แม้จำเลยที่ 1 จะประกอบการค้าสินค้าคนละประเภทกับสินค้าของโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็ยังมีโอกาสแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวได้และเมื่อกิจการของโจทก์เป็นกิจการขนาดใหญ่มากและเป็นกิจการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งมีราคาสูง การที่มีบุคคลอื่นใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบกิจการขนาดเล็กก็จะมีผลให้ผู้ที่มีความนิยมและเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์อาจเข้าใจผิดว่าโจทก์ลดระดับลงมาทำกิจการขนาดเล็กด้วย และอาจคลางแคลงไม่มั่นใจในกิจการของโจทก์อันเป็นผลในทางลบที่ทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์เสื่อมลงและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ลดลงทั้งการที่จำเลยที่ 1 ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก็ย่อมทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรได้รับจากการขออนุญาตใช้ชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบการค้าของจำเลยที่ 1 และไม่อาจควบคุมระดับคุณภาพกิจการของจำเลยที่ 1 ที่มาใช้ชื่อพ้องกัน เพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ได้

การที่จำเลยที่ 1จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" จำเลยที่ 1 ก็อาจใช้เป็นข้ออ้างสิทธิที่จะห้ามบุคคลอื่นมิให้ใช้ชื่อพ้องกันกับชื่อห้างจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ.มาตรา18 ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางการใช้สิทธิจดทะเบียนบริษัทในเครือของโจทก์โดยใช้ชื่อดังกล่าวได้อีกด้วย จึงเห็นได้ว่าการใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของจำเลยที่ 1 ที่พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์มีผลทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ และจำเลยทั้งสองซึ่งรู้จักเครื่องหมายการค้าและสินค้าของโจทก์อยู่แล้วย่อมพึงคาดหมายได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์การที่จำเลยทั้งสองยังใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ 1 โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้อื่น

ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมุ่งแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทำกิจการจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกันกับสินค้าของโจทก์ดัวย จำเลยที่ 1 จึงอาจจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะเช่นเดียวกับสินค้าของโจทก์และอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดใน

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
ของสินค้าได้ การที่จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าการใช้ชื่อพ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งมีชื่อเสียงเกียรติคุณเป็นที่แพร่หลายอยู่ก่อนแล้วจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ แต่ยังจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1ในชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์และใช้ชื่อนี้ในกิจการค้าสินค้าของจำเลยทั้งสอง โดยมุ่งหมายที่จะนำชื่อเสียงเกียรติคุณอันมีคุณค่าของโจทก์มาใช้เป็นประโยชน์แก่กิจการค้าของตนโดยไม่สุจริต จำเลยที่ 1จึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิใช้นามหรือชื่อดังกล่าวได้โดยชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อสิทธิในชื่อทางการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา5, 18 และ 421 โจทก์ผู้มีสิทธิโดยชอบที่จะใช้ชื่อทางการค้าดังกล่าวซึ่งต้องเสื่อมเสียประโยชน์จากการใช้ชื่อโดยมิชอบของจำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิห้ามจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการมิให้ใช้ชื่อดังกล่าว หรือให้เปลี่ยนชื่อเสียได้ เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป นอกจากนี้ยังได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทยสำหรับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถ ครั้งแรกตั้งแต่วันที่12 ตุลาคม 2509 สินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ก็ได้มีการจำหน่ายไปทั่วโลกเป็นเวลากว่า 80 ปี แล้ว เมื่อเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW"ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8(11) ห้ามมิให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ว่าสำหรับสินค้าจำพวกหรือชนิดใดบุคคลผู้ไม่สุจริตย่อมไม่อาจนำเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์ไปใช้เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือชื่อสำนักงานการค้าของตนได้ แม้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือสำนักงานการค้านั้นจะประกอบการค้าขายสินค้าต่างจำพวกหรือต่างชนิดกับสินค้าของโจทก์ก็ตาม ดังนี้ เมื่อจำเลยทั้งสองนำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" มาใช้โดยจดทะเบียนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริต โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" จึงมีสิทธิขัดขวางจำเลยทั้งสองในการใช้โดยไม่สุจริตซึ่งชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 อันเป็นชื่อสำนักงานการค้าของจำเลยทั้งสองและห้ามมิให้จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนของโจทก์ดังกล่าวได้ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534มาตรา 47โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "BMW" (อ่านว่า บี เอ็ม ดับบลิว) หรือบีเอ็มดับบลิว โดยชื่อดังกล่าวเป็นชื่อย่อของโจทก์ที่เรียกขานตามตัวอักษรต้นของชื่อเต็มคำว่า "BAYERISCHE MOTOREN WERKE AKTIENGESELLSHAFT" โดยโจทก์ใช้ชื่อดังกล่าวในการประกอบกิจการค้ารถยนต์ของโจทก์ทั้งในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยเป็นเวลานานจนเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของสาธารณชน คำว่า "BMW" จึงเป็นชื่อทางการค้าหนึ่งของโจทก์และโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และรูปประดิษฐ์ที่มีคำว่า"BMW" ประกอบอยู่ คือเครื่องหมายการค้า " " โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้ารถยนต์ซึ่งมีจำหน่ายและโฆษณาในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยมาเป็นเวลานานจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมแพร่หลายของสาธารณชน สาธารณชนเรียกขานเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยทั่วไปว่า"บีเอ็มดับบลิว" จึงนับได้ว่าชื่อและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" หรือ"บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์เป็นชื่อและเครื่องหมายการค้าที่แพร่หลายทั่วไป โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และคำว่า "BMW" ในรูปประดิษฐ์กับสินค้ารถยนต์ เครื่องยนต์ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วยโดยในประเทศไทยโจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" กับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถตั้งแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๙ ตามคำขอเลขที่ ๓๑๙๕๗๕ ทะเบียนเลขที่ ค.๕๒๗๘๐ (เดิมคำขอเลขที่ ๕๗๓๖๗ ทะเบียนเลขที่๓๗๒๔๑) ส่วนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ในรูปประดิษฐ์ โจทก์ได้จดทะเบียนเพื่อใช้กับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม๒๕๐๙ ตามคำขอเลขที่ ๓๑๑๗๒๘ ทะเบียนเลขที่ ค.๔๘๗๓๕ (เดิมคำขอเลขที่ ๕๖๕๒๒ทะเบียนเลขที่ ๓๗๒๓๙) นอกจากนี้โจทก์ยังได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า"BMW" และคำว่า "BMW" ในรูปประดิษฐ์กับสินค้าต่าง ๆ อีกหลายประเภท เมื่อวันที่๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๐ โจทก์ได้ยื่นแบบคำขอจองชื่อนิติบุคคลของโจทก์ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เพื่อการจัดตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยว่า"บริษัทบีเอ็มดับบลิว (ประเทศไทย) จำกัด" มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "BMW (THAILAND)COMPANY LIMITED" แต่นายทะเบียนปฏิเสธไม่ให้โจทก์ใช้ชื่อดังกล่าว เนื่องจากชื่อนิติบุคคลที่โจทก์ขอจองชื่อไว้ซ้ำกับชื่อห้างหุ้นส่วน จำกัด บี เอ็ม ดับบลิว ตามทะเบียนเลขที่ หจสป.๔๙๑๒ ซึ่งจำเลยทั้งสองได้นำเอาชื่อและเครื่องหมายการค้าคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๙ โจทก์เป็นเจ้าของที่แท้จริงและมีสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" ดีกว่าจำเลย โดยโจทก์ได้ประดิษฐ์ จดทะเบียนใช้และโฆษณาชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และเครื่องหมายการค้าคำว่า"BMW" ในรูปประดิษฐ์ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า ๓๐ ปี จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและนิยมแพร่หลายของสาธารณชน จำเลยทั้งสองเองก็รู้จักชื่อเสียงเกียรติคุณและความนิยมแพร่หลายในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นอย่างดีอยู่ก่อน แต่จำเลยทั้งสองโดยไม่สุจริตแอบอิงแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณและความนิยมแพร่หลายในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จึงได้นำเอาชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW"หรือ "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ อันทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดว่าสินค้าและกิจการของจำเลยที่ ๑ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าและกิจการของโจทก์ในทางใดทางหนึ่งอันทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และทำให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนใช้ชื่อบริษัทว่า"บีเอ็มดับบลิว (ประเทศไทย)" ตามที่ขอจองชื่อไว้ได้ทั้งที่โจทก์เป็นเจ้าของและมีสิทธิใช้ชื่อดังกล่าวดีกว่าจำเลยทั้งสอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตมีแต่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย อันเป็นการละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์ได้ขอให้จำเลยระงับการใช้คำว่า "BMW" หรือ"บีเอ็มดับบลิว" เป็นชื่อหรือส่วนหนึ่งของชื่อห้างจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อห้างจำเลยที่ ๑ โดยไม่ใช้คำว่า "บีเอ็มดับบลิว" หรือคำอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์อีกต่อไปให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อห้างจำเลยที่ ๑ แล้วเสร็จและจนกว่าจะยุติการทำละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์และห้ามจำเลยใช้ ยื่นขอจดทะเบียน หรือเข้าเกี่ยวข้องในทางใด ๆ กับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" หรือ "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์อีกต่อไป จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อของจำเลยที่ ๑ มิให้ใช้คำว่า "บีเอ็มดับบลิว" หรือ "บี เอ็ม ดับบลิว" หรือคำอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้า อักษรโรมันคำว่า "BMW" ของโจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ห้ามจำเลยทั้งสองใช้หรือเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใด ๆ กับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" หรือ "บี เอ็ม ดับบลิว" หรือ อักษรโรมัน คำว่า "BMW" จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อว่า"BAYERISCHE MOTOREN WERKE AKTIENGESELLSHAFT" ในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตั้งแต่ปี ๒๔๕๙ (ค.ศ.๑๙๑๖) โจทก์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์ชิ้นส่วน และเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์โดยใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ซึ่งเรียกขานกันในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวครั้งแรกในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเมื่อปี ๒๔๗๒ (ค.ศ.๑๙๒๙) ต่อมาโจทก์ได้ขยายกิจการไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า ๑๔๐ ประเทศ ทั่วโลก โจทก์จึงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไว้ในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้นมีบริษัทไทยยานยนต์ จำกัดนำสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ของโจทก์เข้ามาจำหน่ายมาประมาณ ๓๐ ปี แล้วและโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" อ่านว่า "บีเอ็มดับบลิว"ในประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๐๙ สำหรับสินค้ารถยนต์นั่งรถจักรยานยนต์ ส่วนและส่วนควบของรถดังกล่าว และได้มีการจดทะเบียนเพิ่มเติมในปี ๒๕๑๐, ๒๕๑๒ และ๒๕๓๕ นอกจากนี้ยังมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของโจทก์จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและได้รับความนิยมในประเทศไทยด้วย และโจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" ซึ่งเป็นอักษรที่นำมาจากอักษรตัวแรกของคำที่เป็นชื่อเต็มของโจทก์เป็นชื่อในการประกอบการค้าของโจทก์ โจทก์ขยายกิจการของโจทก์ในประเทศต่าง ๆ โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทซึ่งใช้คำว่า "BMW" เป็นชื่อบริษัท เช่น ในประเทศสาธารณรัฐเกาหลีจัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า "BMW KOREA" ในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์จัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า"BMW ASIA" ในประเทศแคนาดาจัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า "BMW CANADA" และในประเทศนิวซีแลนด์จัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า "BMW NEW ZEALAND" เป็นต้น นอกจากธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์โจทก์ยังประกอบธุรกิจด้านอื่นโดยใช้ชื่อทางการค้าในลักษณะเดียวกัน เช่น ธุรกิจอุตสาหกรรมทางอากาศใช้ชื่อว่า "BMW Rolls-Royce GmbHOberursel" ธุรกิจการเงินใช้ชื่อว่า "BMW Bank GmbH Munick" และ "BMWLeasing GmbH Munick" นอกจากนี้โจทก์ได้โฆษณาสินค้าในสื่อต่าง ๆ เช่นการโฆษณาทางโทรทัศน์ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก การโฆษณาในสื่อหนังสือพิมพ์และร่วมงานมหกรรมแสดงรถยนต์ในประเทศต่าง ๆ ในการดำเนินกิจการของโจทก์ดังกล่าวโจทก์ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนสูงมาก และได้รับผลตอบแทนสูงมากเช่นกันเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นที่รู้จักและแพร่หลายทั่วไป รวมทั้งสาธารณชนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยด้วย จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป เมื่อปี ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลโดยใช้ชื่อว่า"ห้างหุ้นส่วนจำกัด บี เอ็ม ดับบลิว" ที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาเมื่อต้นปี ๒๕๔๐ โจทก์ต้องการตั้งบริษัทในเครือในประเทศไทยโดยจองชื่อในการจัดตั้งบริษัทว่า "บริษัทบีเอ็มดับบลิว (ประเทศไทย) จำกัด หรือBMW (THAILAND) COMPANY LIMITED" แต่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทปฏิเสธการรับจดทะเบียนเพราะพ้องหรือคล้ายคลึงกับชื่อของจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้วดังกล่าว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองประการแรกว่า โจทก์มีสิทธิใช้ชื่อทางการค้าว่า "BMW" หรือ "บีเอ็มดับบลิว" หรือไม่ เห็นว่าในเรื่องสิทธิในการใช้นามของบุคคลนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๘ บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับมอบอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไปจะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้" นอกจากนี้ในกรณีสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้าก็ยังมีกฎหมายให้ความคุ้มครองดังเช่นที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) บัญญัติถึงการที่ผู้ใดเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความรายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น เป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา เป็นต้น โดยไม่มีกฎหมายจำกัดสิทธิว่าการใช้นามหรือชื่อทางการค้าดังกล่าวจะต้องมีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะได้รับความคุ้มครองแต่อย่างใด ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว"เป็นทั้งชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ารวมทั้งใช้เป็นชื่อบริษัทในเครือของโจทก์จนมีชื่อเสียงแพร่หลายในหลายประเทศมาก่อนที่จำเลยที่ ๑ จะจดทะเบียนจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ในปี ๒๕๓๙ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิในการใช้ชื่อดังกล่าวและมีสิทธิใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าในประเทศไทยได้แม้ก่อนปี ๒๕๓๙ จะไม่ปรากฏว่าโจทก์เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทยเองหรือจัดตั้งบริษัทในเครือโดยใช้ชื่อนี้ก็ตาม มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิห้ามจำเลยที่ ๑ ใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" เป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ หรือไม่ และการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อสิทธิในชื่อทางการค้าคำว่า "BMW"ของโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๑ ใช้ชื่อดังกล่าวโดยสุจริตไม่ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิห้ามจำเลยที่ ๑ ใช้ชื่อดังกล่าว เห็นว่า คำว่า"BMW" อ่านว่า บีเอ็มดับเบิลยู หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" นี้โจทก์ได้ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าจนมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยมาหลายสิบปี และโจทก์ได้ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าควบคู่กันไปกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ กิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวเป็นกิจการขนาดใหญ่ มีการขยายกิจการไปในประเทศต่าง ๆ ถึง ๑๔๐ ประเทศ ทั่วโลก ใช้เงินลงทุนและได้รับผลตอบแทนสูงมาก แสดงให้เห็นว่ากิจการค้าของโจทก์ซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้า คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว"ดังกล่าว เป็นกิจการค้าที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณจนได้รับความนิยมเชื่อมั่นในสินค้าและกิจการของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้านี้จากผู้บริโภคโดยทั่วไปซึ่งชื่อเสียงเกียรติคุณนี้ย่อมทำให้สาธารณชนผู้บริโภคใช้เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งในการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าจากกิจการของโจทก์ คำว่า "BMW" ที่โจทก์ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าในการประกอบการค้าของโจทก์นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของโจทก์ และจำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ก็รับว่ารู้จักรถยนต์และเครื่องหมายการค้า คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า"บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ การที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อประกอบการค้าขายสินค้าโดยใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและชื่อทางการค้าของโจทก์ดังกล่าว ย่อมอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าจำเลยที่ ๑ประกอบกิจการในลักษณะเป็นกิจการในเครือของโจทก์ หรือมีความเกี่ยวพันกับโจทก์หรือได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ใช้ชื่อดังกล่าวในการประกอบการค้าของจำเลยที่ ๑ ได้เช่น กรณีที่จำเลยที่ ๒ พิมพ์นามบัตรตามเอกสารหมาย จ.๔ มีข้อความระบุคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" เป็นอักษรตัวใหญ่เห็นได้เด่นชัดกว่าข้อความอื่น และระบุประเภทสินค้าที่จำหน่ายว่า เครื่องดับเพลิง ไฟฉุกเฉินและอุปกรณ์เซฟตี้ครบชุด ก็อาจทำให้เข้าใจได้ว่าจำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการขายสินค้าเหล่านี้อยู่ในเครือของโจทก์หรือมีความเกี่ยวพันหรือได้รับอนุญาตจากโจทก์มาแล้วได้ เป็นต้น ดังนี้ แม้จำเลยที่ ๑ จะประกอบการค้าสินค้าคนละประเภทกับสินค้าของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ก็ยังมีโอกาสแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวได้ และในกรณีดังกล่าวมานี้เมื่อปรากฏว่ากิจการของโจทก์เป็นกิจการขนาดใหญ่มากและเป็นกิจการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งมีราคาสูง การที่มีบุคคลอื่นใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบกิจการขนาดเล็กก็จะมีผลให้ผู้ที่มีความนิยมและเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์อาจเข้าใจผิดว่าโจทก์ลดระดับลงมาทำกิจการขนาดเล็กด้วย และอาจคลางแคลงไม่มั่นใจในกิจการของโจทก์อันเป็นผลในทางลบที่ทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์เสื่อมลงและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ลดลง ทั้งการที่จำเลยที่ ๑ ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก็ย่อมทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรได้รับจากการขออนุญาตใช้ชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบการค้าของจำเลยที่ ๑ และไม่อาจควบคุมระดับคุณภาพกิจการของจำเลยที่ ๑ ที่มาใช้ชื่อพ้องกัน เพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ได้ นอกจากนี้การที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว"จำเลยที่ ๑ ก็อาจใช้เป็นข้ออ้างสิทธิที่จะห้ามบุคคลอื่นมิให้ใช้ชื่อพ้องกันกับชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘ ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางการใช้สิทธิจดทะเบียนบริษัทในเครือของโจทก์โดยใช้ชื่อดังกล่าวได้อีกด้วย จึงเห็นได้ว่าการใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของจำเลยที่ ๑ ที่พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ในพฤติการณ์ดังกล่าวมามีผลทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ และจำเลยทั้งสองซึ่งรู้จักเครื่องหมายการค้าและสินค้าของโจทก์อยู่แล้วย่อมพึงคาดหมายได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ดังกล่าว การที่จำเลยทั้งสองยังใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้อื่น ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมุ่งแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองได้ใช้ชื่อดังกล่าวโดยสุจริต โดยการนำเอาอักษรตัวแรกของชื่อภรรยาและพี่ชายจำเลยที่ ๒ กับชื่อจำเลยที่ ๒ เอง คือชื่อ "บัญญัติ" "มงคล" และ "วิเศษณ์" มารวมกันตั้งเป็นชื่อว่า"BMW" เขียนเป็นภาษาไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" ซึ่งเป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีและความเชื่อทางการค้าตามตำรับพ่อค้าคนจีนนั้น เห็นว่า เหตุผลที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าได้คิดชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ขึ้นเองดังกล่าวโดยมิได้นำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์มาตั้งเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ นั้นจึงไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังได้ นอกจากนี้ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองประกอบการค้าขายเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องดับเพลิงและเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าฉุกเฉินเท่านั้น มิได้ค้าขายสินค้ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมทั้งอะไหล่และอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าวเช่นเดียวกับสินค้าของโจทก์แต่อย่างใด การใช้ชื่อห้างจำเลยที่ ๑ จึงไม่ก่อให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนในแหล่งที่มาของสินค้านั้น ก็ปรากฏตามหนังสือรับรองนิติบุคคลของจำเลยที่ ๑ เอกสารหมาย จ.๒ ว่าจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยมีวัตถุประสงค์ในข้อ ๑๓ เพื่อทำกิจการจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกันกับสินค้าของโจทก์ด้วย ดังนี้ จำเลยที่ ๑จึงอาจจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะเช่นเดียวกับสินค้าของโจทก์และอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในแหล่งที่มาของสินค้าได้ ตามพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองดังวินิจฉัยมาข้างต้นเห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าการใช้ชื่อพ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งมีชื่อเสียงเกียรติคุณเป็นที่แพร่หลายอยู่ก่อนแล้วจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ แต่ยังจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ ในชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์และใช้ชื่อนี้ในกิจการค้าสินค้าของจำเลยทั้งสอง โดยมุ่งหมายที่จะนำชื่อเสียงเกียรติคุณอันมีคุณค่าของโจทก์มาใช้เป็นประโยชน์แก่กิจการค้าของตนโดยไม่สุจริต จำเลยที่ ๑ จึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิใช้นามหรือชื่อดังกล่าวได้โดยชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อสิทธิในชื่อทางการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕, ๑๘ และ ๔๒๑ โจทก์ผู้มีสิทธิโดยชอบที่จะใช้ชื่อทางการค้าดังกล่าวซึ่งต้องเสื่อมเสียประโยชน์จากการใช้ชื่อโดยมิชอบของจำเลยที่ ๑ ย่อมมีสิทธิห้ามจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการมิให้ใช้ชื่อดังกล่าว หรือให้เปลี่ยนชื่อเสียได้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นประการสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิห้ามมิให้จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" ของโจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๗ ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าจำเลยทั้งสองมิได้มีเจตนาหรือพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๗ พิเคราะห์แล้ว ปัญหานี้ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่าเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘ (๑๑)ห้ามมิให้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปโดยเด็ดขาด ไม่ว่าเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปนั้นจะได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้เครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปคำว่า "BMW" ของโจทก์ยังได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทยสำหรับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถ ครั้งแรกตั้งแต่วันที่๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๙ ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ๓๗๒๔๑ เอกสารหมายจ.๔๑ สินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า"BMW" ได้มีการจำหน่ายไปทั่วโลกเป็นเวลากว่า ๘๐ ปี แล้ว จำเลยทั้งสองเพิ่งนำคำว่า "บีเอ็มดับบลิว" มาจดทะเบียนเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม๒๕๓๙ เมื่อเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและกฎหมายห้ามมิให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ว่าสำหรับสินค้าจำพวกหรือชนิดใดบุคคลผู้ไม่สุจริตย่อมไม่อาจนำเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW"ของโจทก์ไปใช้เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือชื่อสำนักงานการค้าของตนได้ แม้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือสำนักงานการค้านั้นจะประกอบการค้าขายสินค้าต่างจำพวกหรือต่างชนิดกับสินค้าของโจทก์ก็ตาม ดังนี้ เมื่อได้วินิจฉัยแล้วข้างต้นว่า จำเลยทั้งสองนำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" มาใช้โดยจดทะเบียนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ โดยไม่สุจริต โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" จึงมีสิทธิขัดขวางจำเลยทั้งสองในการใช้โดยไม่สุจริตซึ่งชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ อันเป็นชื่อสำนักงานการค้าของจำเลยทั้งสองและห้ามมิให้จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนของโจทก์ดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๗ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8779/2542ไบเออริสเช่ โมโตเรน เวอร์เค้อโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด บี เอ็ม ดับบลิว กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 5, ม. 18, ม. 420, ม. 421 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม. 8, ม. 47สิทธิในการใช้นามของบุคคล ป.พ.พ.มาตรา 18 บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับมอบอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้" นอกจากนี้ในกรณีสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้าก็มี ป.อ.มาตรา 272 (1)บัญญัติถึงการที่ผู้ใดเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความรายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น เป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา เป็นต้น โดยไม่มีกฎหมายจำกัดสิทธิว่าการใช้นามหรือชื่อทางการค้าจะต้องมีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะได้รับความคุ้มครอง โจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า"บีเอ็มดับบลิว" เป็นทั้งชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ารวมทั้งใช้เป็นชื่อบริษัทในเครือของโจทก์ จนมีชื่อเสียงแพร่หลายในหลายประเทศมาก่อนที่จำเลยที่ 1 จะจดทะเบียนจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ในปี 2539 โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิในการใช้ชื่อดังกล่าวและมีสิทธิใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าในประเทศไทยได้ แม้ก่อนปี 2539 จะไม่ปรากฏว่าโจทก์เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทยเองหรือจัดตั้งบริษัทในเครือโดยใช้ชื่อนี้ก็ตาม โจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" อ่านว่า บีเอ็มดับเบิลยู หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" เป็นเครื่องหมายการค้าจนมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยมาหลายสิบปี และโจทก์ได้ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าควบคู่กันไปกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ กิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวเป็นกิจการขนาดใหญ่มีการขยายกิจการไปในประเทศต่าง ๆ ถึง 140 ประเทศ ทั่วโลก ใช้เงินลงทุนและได้รับผลตอบแทนสูงมาก กิจการค้าของโจทก์เป็นกิจการค้าที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณจนได้รับความนิยมเชื่อมั่นในสินค้าและกิจการของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้านี้จากผู้บริโภคโดยทั่วไป ชื่อเสียงเกียรติคุณนี้ย่อมทำให้สาธารณชนผู้บริโภคใช้เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งในการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าจากกิจการของโจทก์ คำว่า"BMW" ที่โจทก์ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าในการประกอบการค้าของโจทก์นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของโจทก์ และจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ก็รับว่ารู้จักรถยนต์และเครื่องหมายการค้า คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อประกอบการค้าขายสินค้าโดยใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและชื่อทางการค้าของโจทก์ ย่อมอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าจำเลยที่ 1 ประกอบกิจการในลักษณะเป็นกิจการในเครือของโจทก์ หรือมีความเกี่ยวพันกับโจทก์ หรือได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ใช้ชื่อดังกล่าวในการประกอบการค้าของจำเลยที่ 1 ได้ แม้จำเลยที่ 1 จะประกอบการค้าสินค้าคนละประเภทกับสินค้าของโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็ยังมีโอกาสแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวได้และเมื่อกิจการของโจทก์เป็นกิจการขนาดใหญ่มากและเป็นกิจการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งมีราคาสูง การที่มีบุคคลอื่นใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบกิจการขนาดเล็กก็จะมีผลให้ผู้ที่มีความนิยมและเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์อาจเข้าใจผิดว่าโจทก์ลดระดับลงมาทำกิจการขนาดเล็กด้วย และอาจคลางแคลงไม่มั่นใจในกิจการของโจทก์อันเป็นผลในทางลบที่ทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์เสื่อมลงและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ลดลงทั้งการที่จำเลยที่ 1 ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก็ย่อมทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรได้รับจากการขออนุญาตใช้ชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบการค้าของจำเลยที่ 1 และไม่อาจควบคุมระดับคุณภาพกิจการของจำเลยที่ 1 ที่มาใช้ชื่อพ้องกัน เพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ได้ การที่จำเลยที่ 1จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" จำเลยที่ 1 ก็อาจใช้เป็นข้ออ้างสิทธิที่จะห้ามบุคคลอื่นมิให้ใช้ชื่อพ้องกันกับชื่อห้างจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ.มาตรา18 ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางการใช้สิทธิจดทะเบียนบริษัทในเครือของโจทก์โดยใช้ชื่อดังกล่าวได้อีกด้วย จึงเห็นได้ว่าการใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของจำเลยที่ 1 ที่พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์มีผลทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ และจำเลยทั้งสองซึ่งรู้จักเครื่องหมายการค้าและสินค้าของโจทก์อยู่แล้วย่อมพึงคาดหมายได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์การที่จำเลยทั้งสองยังใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ 1 โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้อื่น ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมุ่งแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทำกิจการจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกันกับสินค้าของโจทก์ดัวย จำเลยที่ 1 จึงอาจจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะเช่นเดียวกับสินค้าของโจทก์และอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในแหล่งที่มาของสินค้าได้ การที่จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าการใช้ชื่อพ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งมีชื่อเสียงเกียรติคุณเป็นที่แพร่หลายอยู่ก่อนแล้วจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ แต่ยังจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1ในชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์และใช้ชื่อนี้ในกิจการค้าสินค้าของจำเลยทั้งสอง โดยมุ่งหมายที่จะนำชื่อเสียงเกียรติคุณอันมีคุณค่าของโจทก์มาใช้เป็นประโยชน์แก่กิจการค้าของตนโดยไม่สุจริต จำเลยที่ 1จึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิใช้นามหรือชื่อดังกล่าวได้โดยชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อสิทธิในชื่อทางการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา5, 18 และ 421 โจทก์ผู้มีสิทธิโดยชอบที่จะใช้ชื่อทางการค้าดังกล่าวซึ่งต้องเสื่อมเสียประโยชน์จากการใช้ชื่อโดยมิชอบของจำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิห้ามจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการมิให้ใช้ชื่อดังกล่าว หรือให้เปลี่ยนชื่อเสียได้ เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป นอกจากนี้ยังได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทยสำหรับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถ ครั้งแรกตั้งแต่วันที่12 ตุลาคม 2509 สินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ก็ได้มีการจำหน่ายไปทั่วโลกเป็นเวลากว่า 80 ปี แล้ว เมื่อเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW"ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8(11) ห้ามมิให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ว่าสำหรับสินค้าจำพวกหรือชนิดใดบุคคลผู้ไม่สุจริตย่อมไม่อาจนำเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์ไปใช้เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือชื่อสำนักงานการค้าของตนได้ แม้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือสำนักงานการค้านั้นจะประกอบการค้าขายสินค้าต่างจำพวกหรือต่างชนิดกับสินค้าของโจทก์ก็ตาม ดังนี้ เมื่อจำเลยทั้งสองนำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" มาใช้โดยจดทะเบียนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริต โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" จึงมีสิทธิขัดขวางจำเลยทั้งสองในการใช้โดยไม่สุจริตซึ่งชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 อันเป็นชื่อสำนักงานการค้าของจำเลยทั้งสองและห้ามมิให้จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนของโจทก์ดังกล่าวได้ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534มาตรา 47โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "BMW" (อ่านว่า บี เอ็ม ดับบลิว) หรือบีเอ็มดับบลิว โดยชื่อดังกล่าวเป็นชื่อย่อของโจทก์ที่เรียกขานตามตัวอักษรต้นของชื่อเต็มคำว่า "BAYERISCHE MOTOREN WERKE AKTIENGESELLSHAFT" โดยโจทก์ใช้ชื่อดังกล่าวในการประกอบกิจการค้ารถยนต์ของโจทก์ทั้งในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยเป็นเวลานานจนเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของสาธารณชน คำว่า "BMW" จึงเป็นชื่อทางการค้าหนึ่งของโจทก์และโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และรูปประดิษฐ์ที่มีคำว่า"BMW" ประกอบอยู่ คือเครื่องหมายการค้า " " โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้ารถยนต์ซึ่งมีจำหน่ายและโฆษณาในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยมาเป็นเวลานานจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมแพร่หลายของสาธารณชน สาธารณชนเรียกขานเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยทั่วไปว่า"บีเอ็มดับบลิว" จึงนับได้ว่าชื่อและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" หรือ"บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์เป็นชื่อและเครื่องหมายการค้าที่แพร่หลายทั่วไป โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และคำว่า "BMW" ในรูปประดิษฐ์กับสินค้ารถยนต์ เครื่องยนต์ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วยโดยในประเทศไทยโจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" กับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถตั้งแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๙ ตามคำขอเลขที่ ๓๑๙๕๗๕ ทะเบียนเลขที่ ค.๕๒๗๘๐ (เดิมคำขอเลขที่ ๕๗๓๖๗ ทะเบียนเลขที่๓๗๒๔๑) ส่วนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ในรูปประดิษฐ์ โจทก์ได้จดทะเบียนเพื่อใช้กับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม๒๕๐๙ ตามคำขอเลขที่ ๓๑๑๗๒๘ ทะเบียนเลขที่ ค.๔๘๗๓๕ (เดิมคำขอเลขที่ ๕๖๕๒๒ทะเบียนเลขที่ ๓๗๒๓๙) นอกจากนี้โจทก์ยังได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า"BMW" และคำว่า "BMW" ในรูปประดิษฐ์กับสินค้าต่าง ๆ อีกหลายประเภท เมื่อวันที่๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๐ โจทก์ได้ยื่นแบบคำขอจองชื่อนิติบุคคลของโจทก์ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เพื่อการจัดตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยว่า"บริษัทบีเอ็มดับบลิว (ประเทศไทย) จำกัด" มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "BMW (THAILAND)COMPANY LIMITED" แต่นายทะเบียนปฏิเสธไม่ให้โจทก์ใช้ชื่อดังกล่าว เนื่องจากชื่อนิติบุคคลที่โจทก์ขอจองชื่อไว้ซ้ำกับชื่อห้างหุ้นส่วน จำกัด บี เอ็ม ดับบลิว ตามทะเบียนเลขที่ หจสป.๔๙๑๒ ซึ่งจำเลยทั้งสองได้นำเอาชื่อและเครื่องหมายการค้าคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๙ โจทก์เป็นเจ้าของที่แท้จริงและมีสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" ดีกว่าจำเลย โดยโจทก์ได้ประดิษฐ์ จดทะเบียนใช้และโฆษณาชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" และเครื่องหมายการค้าคำว่า"BMW" ในรูปประดิษฐ์ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า ๓๐ ปี จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและนิยมแพร่หลายของสาธารณชน จำเลยทั้งสองเองก็รู้จักชื่อเสียงเกียรติคุณและความนิยมแพร่หลายในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นอย่างดีอยู่ก่อน แต่จำเลยทั้งสองโดยไม่สุจริตแอบอิงแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณและความนิยมแพร่หลายในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จึงได้นำเอาชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW"หรือ "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ อันทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดว่าสินค้าและกิจการของจำเลยที่ ๑ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าและกิจการของโจทก์ในทางใดทางหนึ่งอันทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และทำให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนใช้ชื่อบริษัทว่า"บีเอ็มดับบลิว (ประเทศไทย)" ตามที่ขอจองชื่อไว้ได้ทั้งที่โจทก์เป็นเจ้าของและมีสิทธิใช้ชื่อดังกล่าวดีกว่าจำเลยทั้งสอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตมีแต่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย อันเป็นการละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์ได้ขอให้จำเลยระงับการใช้คำว่า "BMW" หรือ"บีเอ็มดับบลิว" เป็นชื่อหรือส่วนหนึ่งของชื่อห้างจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อห้างจำเลยที่ ๑ โดยไม่ใช้คำว่า "บีเอ็มดับบลิว" หรือคำอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์อีกต่อไปให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อห้างจำเลยที่ ๑ แล้วเสร็จและจนกว่าจะยุติการทำละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์และห้ามจำเลยใช้ ยื่นขอจดทะเบียน หรือเข้าเกี่ยวข้องในทางใด ๆ กับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" หรือ "บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์อีกต่อไป จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อของจำเลยที่ ๑ มิให้ใช้คำว่า "บีเอ็มดับบลิว" หรือ "บี เอ็ม ดับบลิว" หรือคำอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้า อักษรโรมันคำว่า "BMW" ของโจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ห้ามจำเลยทั้งสองใช้หรือเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใด ๆ กับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" หรือ "บี เอ็ม ดับบลิว" หรือ อักษรโรมัน คำว่า "BMW" จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อว่า"BAYERISCHE MOTOREN WERKE AKTIENGESELLSHAFT" ในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตั้งแต่ปี ๒๔๕๙ (ค.ศ.๑๙๑๖) โจทก์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์ชิ้นส่วน และเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์โดยใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ซึ่งเรียกขานกันในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวครั้งแรกในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเมื่อปี ๒๔๗๒ (ค.ศ.๑๙๒๙) ต่อมาโจทก์ได้ขยายกิจการไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า ๑๔๐ ประเทศ ทั่วโลก โจทก์จึงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไว้ในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้นมีบริษัทไทยยานยนต์ จำกัดนำสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ของโจทก์เข้ามาจำหน่ายมาประมาณ ๓๐ ปี แล้วและโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" อ่านว่า "บีเอ็มดับบลิว"ในประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๐๙ สำหรับสินค้ารถยนต์นั่งรถจักรยานยนต์ ส่วนและส่วนควบของรถดังกล่าว และได้มีการจดทะเบียนเพิ่มเติมในปี ๒๕๑๐, ๒๕๑๒ และ๒๕๓๕ นอกจากนี้ยังมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของโจทก์จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและได้รับความนิยมในประเทศไทยด้วย และโจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" ซึ่งเป็นอักษรที่นำมาจากอักษรตัวแรกของคำที่เป็นชื่อเต็มของโจทก์เป็นชื่อในการประกอบการค้าของโจทก์ โจทก์ขยายกิจการของโจทก์ในประเทศต่าง ๆ โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทซึ่งใช้คำว่า "BMW" เป็นชื่อบริษัท เช่น ในประเทศสาธารณรัฐเกาหลีจัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า "BMW KOREA" ในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์จัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า"BMW ASIA" ในประเทศแคนาดาจัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า "BMW CANADA" และในประเทศนิวซีแลนด์จัดตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า "BMW NEW ZEALAND" เป็นต้น นอกจากธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์โจทก์ยังประกอบธุรกิจด้านอื่นโดยใช้ชื่อทางการค้าในลักษณะเดียวกัน เช่น ธุรกิจอุตสาหกรรมทางอากาศใช้ชื่อว่า "BMW Rolls-Royce GmbHOberursel" ธุรกิจการเงินใช้ชื่อว่า "BMW Bank GmbH Munick" และ "BMWLeasing GmbH Munick" นอกจากนี้โจทก์ได้โฆษณาสินค้าในสื่อต่าง ๆ เช่นการโฆษณาทางโทรทัศน์ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก การโฆษณาในสื่อหนังสือพิมพ์และร่วมงานมหกรรมแสดงรถยนต์ในประเทศต่าง ๆ ในการดำเนินกิจการของโจทก์ดังกล่าวโจทก์ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนสูงมาก และได้รับผลตอบแทนสูงมากเช่นกันเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นที่รู้จักและแพร่หลายทั่วไป รวมทั้งสาธารณชนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยด้วย จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป เมื่อปี ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลโดยใช้ชื่อว่า"ห้างหุ้นส่วนจำกัด บี เอ็ม ดับบลิว" ที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาเมื่อต้นปี ๒๕๔๐ โจทก์ต้องการตั้งบริษัทในเครือในประเทศไทยโดยจองชื่อในการจัดตั้งบริษัทว่า "บริษัทบีเอ็มดับบลิว (ประเทศไทย) จำกัด หรือBMW (THAILAND) COMPANY LIMITED" แต่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทปฏิเสธการรับจดทะเบียนเพราะพ้องหรือคล้ายคลึงกับชื่อของจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้วดังกล่าว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองประการแรกว่า โจทก์มีสิทธิใช้ชื่อทางการค้าว่า "BMW" หรือ "บีเอ็มดับบลิว" หรือไม่ เห็นว่าในเรื่องสิทธิในการใช้นามของบุคคลนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๘ บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับมอบอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไปจะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้" นอกจากนี้ในกรณีสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้าก็ยังมีกฎหมายให้ความคุ้มครองดังเช่นที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) บัญญัติถึงการที่ผู้ใดเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความรายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น เป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา เป็นต้น โดยไม่มีกฎหมายจำกัดสิทธิว่าการใช้นามหรือชื่อทางการค้าดังกล่าวจะต้องมีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะได้รับความคุ้มครองแต่อย่างใด ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ใช้คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว"เป็นทั้งชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ารวมทั้งใช้เป็นชื่อบริษัทในเครือของโจทก์จนมีชื่อเสียงแพร่หลายในหลายประเทศมาก่อนที่จำเลยที่ ๑ จะจดทะเบียนจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ในปี ๒๕๓๙ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิในการใช้ชื่อดังกล่าวและมีสิทธิใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าในประเทศไทยได้แม้ก่อนปี ๒๕๓๙ จะไม่ปรากฏว่าโจทก์เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทยเองหรือจัดตั้งบริษัทในเครือโดยใช้ชื่อนี้ก็ตาม มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิห้ามจำเลยที่ ๑ ใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" เป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ หรือไม่ และการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อสิทธิในชื่อทางการค้าคำว่า "BMW"ของโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๑ ใช้ชื่อดังกล่าวโดยสุจริตไม่ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิห้ามจำเลยที่ ๑ ใช้ชื่อดังกล่าว เห็นว่า คำว่า"BMW" อ่านว่า บีเอ็มดับเบิลยู หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" นี้โจทก์ได้ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าจนมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยมาหลายสิบปี และโจทก์ได้ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อทางการค้าควบคู่กันไปกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ กิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวเป็นกิจการขนาดใหญ่ มีการขยายกิจการไปในประเทศต่าง ๆ ถึง ๑๔๐ ประเทศ ทั่วโลก ใช้เงินลงทุนและได้รับผลตอบแทนสูงมาก แสดงให้เห็นว่ากิจการค้าของโจทก์ซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้า คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว"ดังกล่าว เป็นกิจการค้าที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณจนได้รับความนิยมเชื่อมั่นในสินค้าและกิจการของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้านี้จากผู้บริโภคโดยทั่วไปซึ่งชื่อเสียงเกียรติคุณนี้ย่อมทำให้สาธารณชนผู้บริโภคใช้เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งในการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าจากกิจการของโจทก์ คำว่า "BMW" ที่โจทก์ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าในการประกอบการค้าของโจทก์นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของโจทก์ และจำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ก็รับว่ารู้จักรถยนต์และเครื่องหมายการค้า คำว่า "BMW" หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า"บีเอ็มดับบลิว" ของโจทก์ การที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อประกอบการค้าขายสินค้าโดยใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและชื่อทางการค้าของโจทก์ดังกล่าว ย่อมอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าจำเลยที่ ๑ประกอบกิจการในลักษณะเป็นกิจการในเครือของโจทก์ หรือมีความเกี่ยวพันกับโจทก์หรือได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ใช้ชื่อดังกล่าวในการประกอบการค้าของจำเลยที่ ๑ ได้เช่น กรณีที่จำเลยที่ ๒ พิมพ์นามบัตรตามเอกสารหมาย จ.๔ มีข้อความระบุคำว่า"บีเอ็มดับบลิว" เป็นอักษรตัวใหญ่เห็นได้เด่นชัดกว่าข้อความอื่น และระบุประเภทสินค้าที่จำหน่ายว่า เครื่องดับเพลิง ไฟฉุกเฉินและอุปกรณ์เซฟตี้ครบชุด ก็อาจทำให้เข้าใจได้ว่าจำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการขายสินค้าเหล่านี้อยู่ในเครือของโจทก์หรือมีความเกี่ยวพันหรือได้รับอนุญาตจากโจทก์มาแล้วได้ เป็นต้น ดังนี้ แม้จำเลยที่ ๑ จะประกอบการค้าสินค้าคนละประเภทกับสินค้าของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ก็ยังมีโอกาสแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าดังกล่าวได้ และในกรณีดังกล่าวมานี้เมื่อปรากฏว่ากิจการของโจทก์เป็นกิจการขนาดใหญ่มากและเป็นกิจการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งมีราคาสูง การที่มีบุคคลอื่นใช้ชื่อพ้องกับเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบกิจการขนาดเล็กก็จะมีผลให้ผู้ที่มีความนิยมและเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์อาจเข้าใจผิดว่าโจทก์ลดระดับลงมาทำกิจการขนาดเล็กด้วย และอาจคลางแคลงไม่มั่นใจในกิจการของโจทก์อันเป็นผลในทางลบที่ทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์เสื่อมลงและความเชื่อมั่นในกิจการของโจทก์ลดลง ทั้งการที่จำเลยที่ ๑ ใช้คำดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก็ย่อมทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรได้รับจากการขออนุญาตใช้ชื่อทางการค้าของโจทก์ในการประกอบการค้าของจำเลยที่ ๑ และไม่อาจควบคุมระดับคุณภาพกิจการของจำเลยที่ ๑ ที่มาใช้ชื่อพ้องกัน เพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ได้ นอกจากนี้การที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว"จำเลยที่ ๑ ก็อาจใช้เป็นข้ออ้างสิทธิที่จะห้ามบุคคลอื่นมิให้ใช้ชื่อพ้องกันกับชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘ ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางการใช้สิทธิจดทะเบียนบริษัทในเครือของโจทก์โดยใช้ชื่อดังกล่าวได้อีกด้วย จึงเห็นได้ว่าการใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" ของจำเลยที่ ๑ ที่พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ในพฤติการณ์ดังกล่าวมามีผลทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ และจำเลยทั้งสองซึ่งรู้จักเครื่องหมายการค้าและสินค้าของโจทก์อยู่แล้วย่อมพึงคาดหมายได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ดังกล่าว การที่จำเลยทั้งสองยังใช้ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้อื่น ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมุ่งแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองได้ใช้ชื่อดังกล่าวโดยสุจริต โดยการนำเอาอักษรตัวแรกของชื่อภรรยาและพี่ชายจำเลยที่ ๒ กับชื่อจำเลยที่ ๒ เอง คือชื่อ "บัญญัติ" "มงคล" และ "วิเศษณ์" มารวมกันตั้งเป็นชื่อว่า"BMW" เขียนเป็นภาษาไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" ซึ่งเป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีและความเชื่อทางการค้าตามตำรับพ่อค้าคนจีนนั้น เห็นว่า เหตุผลที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าได้คิดชื่อห้างจำเลยที่ ๑ ขึ้นเองดังกล่าวโดยมิได้นำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์มาตั้งเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ นั้นจึงไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังได้ นอกจากนี้ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองประกอบการค้าขายเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องดับเพลิงและเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าฉุกเฉินเท่านั้น มิได้ค้าขายสินค้ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมทั้งอะไหล่และอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าวเช่นเดียวกับสินค้าของโจทก์แต่อย่างใด การใช้ชื่อห้างจำเลยที่ ๑ จึงไม่ก่อให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนในแหล่งที่มาของสินค้านั้น ก็ปรากฏตามหนังสือรับรองนิติบุคคลของจำเลยที่ ๑ เอกสารหมาย จ.๒ ว่าจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยมีวัตถุประสงค์ในข้อ ๑๓ เพื่อทำกิจการจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกันกับสินค้าของโจทก์ด้วย ดังนี้ จำเลยที่ ๑จึงอาจจำหน่ายสินค้าเครื่องยนต์และยานพาหนะเช่นเดียวกับสินค้าของโจทก์และอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในแหล่งที่มาของสินค้าได้ ตามพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองดังวินิจฉัยมาข้างต้นเห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าการใช้ชื่อพ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งมีชื่อเสียงเกียรติคุณเป็นที่แพร่หลายอยู่ก่อนแล้วจะทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ แต่ยังจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ ในชื่อว่า "บีเอ็มดับบลิว" พ้องกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์และใช้ชื่อนี้ในกิจการค้าสินค้าของจำเลยทั้งสอง โดยมุ่งหมายที่จะนำชื่อเสียงเกียรติคุณอันมีคุณค่าของโจทก์มาใช้เป็นประโยชน์แก่กิจการค้าของตนโดยไม่สุจริต จำเลยที่ ๑ จึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิใช้นามหรือชื่อดังกล่าวได้โดยชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อสิทธิในชื่อทางการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕, ๑๘ และ ๔๒๑ โจทก์ผู้มีสิทธิโดยชอบที่จะใช้ชื่อทางการค้าดังกล่าวซึ่งต้องเสื่อมเสียประโยชน์จากการใช้ชื่อโดยมิชอบของจำเลยที่ ๑ ย่อมมีสิทธิห้ามจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการมิให้ใช้ชื่อดังกล่าว หรือให้เปลี่ยนชื่อเสียได้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นประการสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิห้ามมิให้จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" ของโจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๗ ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าจำเลยทั้งสองมิได้มีเจตนาหรือพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๗ พิเคราะห์แล้ว ปัญหานี้ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่าเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘ (๑๑)ห้ามมิให้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปโดยเด็ดขาด ไม่ว่าเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปนั้นจะได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้เครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปคำว่า "BMW" ของโจทก์ยังได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทยสำหรับสินค้ารถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนควบของรถ ครั้งแรกตั้งแต่วันที่๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๙ ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ๓๗๒๔๑ เอกสารหมายจ.๔๑ สินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า"BMW" ได้มีการจำหน่ายไปทั่วโลกเป็นเวลากว่า ๘๐ ปี แล้ว จำเลยทั้งสองเพิ่งนำคำว่า "บีเอ็มดับบลิว" มาจดทะเบียนเป็นชื่อห้างจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม๒๕๓๙ เมื่อเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและกฎหมายห้ามมิให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ว่าสำหรับสินค้าจำพวกหรือชนิดใดบุคคลผู้ไม่สุจริตย่อมไม่อาจนำเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW"ของโจทก์ไปใช้เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือชื่อสำนักงานการค้าของตนได้ แม้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือสำนักงานการค้านั้นจะประกอบการค้าขายสินค้าต่างจำพวกหรือต่างชนิดกับสินค้าของโจทก์ก็ตาม ดังนี้ เมื่อได้วินิจฉัยแล้วข้างต้นว่า จำเลยทั้งสองนำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "BMW" ของโจทก์หรือที่เรียกขานในประเทศไทยว่า "บีเอ็มดับบลิว" มาใช้โดยจดทะเบียนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ โดยไม่สุจริต โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคำว่า "BMW" จึงมีสิทธิขัดขวางจำเลยทั้งสองในการใช้โดยไม่สุจริตซึ่งชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ อันเป็นชื่อสำนักงานการค้าของจำเลยทั้งสองและห้ามมิให้จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนของโจทก์ดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๗ พิพากษายืน.(ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ-สุรินทร์ นาควิเชียร-กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์)ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าก - นายจักรกฤษณ์ เจนเจษฎาศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้