Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้นำโฉนดที่ดินปลอมไปอ้างใช้แสดงต่อ ส. ผู้เสียหาย และ พ. โดยให้ผู้เสียหายยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ไปจากผู้เสียหาย ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ส. และ พ. ผู้อื่นหรือประชาชนอันเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดและกำหนดโทษมาในคำฟ้องแล้ว แต่คำขอท้ายฟ้องโจทก์ ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. เฉพาะมาตรา 264 และมาตรา 266 มิได้ระบุมาตรา 268 มาด้วย จะถือว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 หาได้ไม่ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตรารูปสิงห์ของเจ้าพนักงานที่ดินกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 อัน และจำเลยได้ทำปลอมขึ้นซึ่งโฉนดที่ดินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการขึ้นจำนวน 1 ฉบับ โดยจำเลยนำแบบฟอร์มโฉนดที่ดินของกรมที่ดินที่ออกใช้กับประชาชนทั่วไปมากรอกข้อความว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 12101 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยจำเลยซื้อต่อจากนางดี วรรณศรี และจำเลยได้ประทับดวงตรารูปสิงห์ของเจ้าพนักงานที่ดินที่จำเลยปลอมขึ้นลงบนโฉนดที่ดินที่จำเลยทำปลอมขึ้นดังกล่าว ซึ่งความจริงโฉนดที่ดินเลขที่ดังกล่าวนั้นกรมที่ดินได้ออกให้นายช่วย วิเศษสิงห์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และปัจจุบันมีจ่าสิบเอกสมพงษ์

สกุลดิษฐและนางสำเภา สกุลดิษฐ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม จำเลยกระทำการดังกล่าวเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่พบเห็นหลงเชื่อว่าโฉนดที่ดินที่จำเลยทำปลอมขึ้นเป็นโฉนดที่ดินที่แท้จริงที่กรมที่ดินออกให้ใช้และปัจจุบันมีจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่จ่าสิบเอกสมพงษ์และนางสำเภา สกุลดิษฐ นายสุบิน นุชบูรณ์ เจ้าหนี้เงินกู้ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ผู้อื่นและประชาชน ภายหลังจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวแล้ว ต่อมาประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2540 เวลากลางวัน จำเลยได้นำโฉนดที่ดินฉบับที่จำเลยทำปลอมขึ้นโดยมีรอยดวงตรารูปสิงห์ของเจ้าพนักงานที่จำเลยทำปลอมขึ้นประทับลงบนโฉนดที่ดินปลอมไปอ้างใช้แสดงต่อนายสุบินและนายสมพงษ์

สุทธิจิตร์ โดยจำเลยนำโฉนดที่ดินปลอมดังกล่าวไปมอบให้นายสุบินยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ไปจากนายสุบินจำนวน 60,000 บาท ซึ่งนายสุบินและนายสมพงษ์ไม่ทราบมาก่อนว่าโฉนดดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายสุบิน นายสมพงษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ผู้อื่นหรือประชาชน เหตุเกิดที่ตำบลยุ้งทะลาย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 251, 252, 264, 266 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) จำคุก 3 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ไม่ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอมชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้นำโฉนดที่ดินปลอมไปอ้างใช้แสดงต่อนายสุบิน นุชบูรณ์ ผู้เสียหาย และนายสมพงษ์ สุทธิจิตร์ โดยให้ผู้เสียหายยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ไปจากผู้เสียหาย ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายสุบิน นายสมพงษ์ ผู้อื่นหรือประชาชน อันเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ซึ่งบัญญัติว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดและกำหนดโทษมาในคำฟ้องแล้ว แต่คำขอท้ายฟ้องโจทก์

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะมาตรา 264 และมาตรา 266 มิได้ระบุมาตรา 268 มาด้วย จะถือว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 หาได้ไม่ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) ที่โจทก์อ้างว่าบทกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266 เป็นความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารและมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันกับมาตรา 268 จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา 268 ได้นั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 บัญญัติว่า ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ ก็ตาม แต่ก็ถือไม่ได้ว่าความผิดตามมาตรา 268 เป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผิดมาตราอื่น ๆ ข้างต้น จึงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ไม่ได้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการไม่ระบุมาตรา 268 เกิดจากการพิมพ์ผิดพลาดหรือตกหล่นซึ่งเป็นรายละเอียดมิใช่ข้อสำคัญ ทั้งจำเลยไม่หลงต่อสู้และนำสืบปฏิเสธไว้แล้วก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุที่ทำให้ฟ้องของโจทก์กลายเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้อง แต่โฉนดที่ดินของกลางฟังเป็นยุติว่าเป็นเอกสารปลอมและจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิด จึงเห็นสมควรให้ริบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบโฉนดปลอมของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · สมศักดิ์ เนตรมัย · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้