Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8844/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 30 วรรคสาม บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านเป็นผู้มีหน้าที่พิสูจน์ว่าตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและจะมีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด บทบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าผู้คัดค้านมีภาระการพิสูจน์ เมื่อผู้คัดค้านเบิกความแต่เพียงลอย ๆ ว่าจำเลยขอยืมรถยนต์ไปทำงาน ไม่ทราบว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดแต่ไม่ปรากฏเหตุผลความจำเป็น พฤติการณ์ของจำเลยที่ค้ายาเสพติดผู้คัดค้านซึ่งเป็นภริยาควรจะต้องทราบเรื่องบ้าง พยานหลักฐานของผู้คัดค้านจึงยังไม่มีน้ำหนัก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 36 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า

ผู้ร้องยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542ตามคดีหมายเลขดำที่ 388/2542 ของศาลชั้นต้น ฐานมียาเสพติดให้โทษชนิดเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ปรากฏว่าของกลางที่ยึดได้ คือ รถยนต์ยี่ห้อนิสสันและโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง เป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้เป็นยานพาหนะและอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงขอให้ริบของกลางดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นเป็นเวลาสองวันติดต่อกันให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางดังกล่าวยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีแล้ว

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า รถยนต์ยี่ห้อนิสสันรุ่นเซฟฟิโร่หมายเลขทะเบียน 8ฐ-4103 กรุงเทพมหานคร เป็นของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเซฟฟิโร่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8ฐ-4103 กรุงเทพมหานคร กับโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโมโตโรล่า หมายเลขโทรศัพท์ 01-9375039 และยี่ห้อโนเกีย หมายเลขโทรศัพท์ 01-9272108 ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่ารถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเซฟฟิโร่ หมายเลขทะเบียน 8ฐ-4103 กรุงเทพมหานครของกลางในคดีนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้านซึ่งจำเลยสามีผู้คัดค้านนำรถยนต์คันดังกล่าวนี้ใช้เป็นยานพาหนะและอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10,000 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ริบรถยนต์ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด คดีคงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่ามีเหตุที่ศาลจะสั่งคืนรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้คัดค้านดังที่ผู้คัดค้านฎีกาหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 วรรคสามบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านเป็นผู้มีหน้าที่พิสูจน์ว่า ตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและจะมีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด บทบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าผู้คัดค้านมีภาระการพิสูจน์

ดังนั้นที่ผู้ร้องคัดค้านฎีกาว่าหากมีกรณีสงสัย ควรยกประโยชน์แห่งการนี้ให้เป็นคุณแก่ผู้คัดค้านนั้น จึงฟังไม่ขึ้น เมื่อผู้คัดค้านเบิกความแต่เพียงลอย ๆ ว่า จำเลยขอยืมรถยนต์ของกลางนี้ไปทำงานที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ไม่ทราบว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเหตุใดจึงต้องยืมรถยนต์ของผู้คัดค้านซึ่งใช้งานอยู่ตามปกติที่จังหวัดสุรินทร์ไปใช้ และจะต้องเป็นการยืมข้ามวันข้ามคืน สถานที่ที่จำเลยอ้างว่าจะนำรถยนต์ไปใช้นั้นเป็นแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จึงมิใช่สถานที่อยู่ตามปกติของจำเลยประกอบกับจำเลยได้นำรถยนต์ของกลางไปติดต่อซื้อยาเสพติดและขนยาเสพติดจากจังหวัดลำปางเพื่อนำเข้ากรุงเทพมหานครแสดงว่าต้องมีพฤติการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้ว

จำเลยจึงทราบถึงแหล่งในการจัดหาและนำมาจำหน่าย ผู้คัดค้านซึ่งเป็นภริยาของจำเลยควรจะต้องทราบเรื่องดังกล่าวนี้บ้าง เมื่อผู้คัดค้านนำสืบแต่เพียงลอย ๆ โดยมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติดังกล่าวมาแล้วข้างต้น พยานหลักฐานของผู้คัดค้านจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานผู้ร้องได้ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาริบรถยนต์ของกลางจึงชอบแล้วฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ยงยศ นิสภัครกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2545

พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 30 วรรคสอง กำหนดให้บุคคลที่อ้างเป็นเจ้าของต้องยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ไม่ว่าในคดีนั้นจะปรากฏตัวบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5575/2538

ผู้ที่จะขอให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาพิพากษากลับหรือแก้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ริบทรัพย์ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามคำขอของโจทก์ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้