Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของรถบรรทุกนำมาร่วมกิจการขนส่งกับห้างจำเลยที่ 4 ลูกจ้างผู้ขับรถคันนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เมื่อได้ความว่าห้างจำเลยที่ 4 ยังประกอบการขนส่งสาธารณะอยู่ แม้ใบอนุญาตขนส่งจะหมดอายุแล้ว ห้างจำเลยที่ 4 ก็ยังไม่พ้นความรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่ลูกจ้างกระทำลงในการขนส่งนั้น แม้ผู้ตายจะมีอายุ 64 ปี แต่ร่างกายยังแข็งแรงไม่เจ็บป่วยยังสามารถประกอบอาชีพได้ ถ้าหากผู้ตายไม่ประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตายเสียก่อนย่อมเป็นที่คาดหมายได้ว่าผู้ตายจะมีชีวิตต่อไปอีกมากกว่า 2 ปี โจทก์ซึ่งเป็นภริยาไม่มีรายได้อย่างอื่นนอกจากเงินเดือนที่ผู้ตายมอบให้เดือนละ 5,000 บาทตามพฤติการณ์ดังกล่าวที่ศาลล่างกำหนดค่าขาดไร้อุปการะเดือนละ 2,000 บาทเป็นเวลา 4 ปี เป็นเงิน 96,000 บาท จึงเป็นการเหมาะสมแล้ว โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ว่าทำละเมิดและฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ในฐานะนายจ้างให้ร่วมรับผิดด้วยกรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรลดค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 จะพึงชดใช้แก่โจทก์ลง แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ฎีกาศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์เลขทะเบียน ก.ท.ก. 0638 โจทก์ที่ 2 เป็นภรรยาผู้ตาย จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นเจ้าของรถยนต์เลขทะเบียน อ.ต.00828 และเข้ามาดำเนินกิจการร่วมกันในการขนส่งสินค้า จำเลยที่ 4 ประกอบกิจการขนส่ง ซึ่งรถยนต์ อ.ต.00828 ได้รับอนุญาตทำการขนส่งในนามของห้างจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 5 ประกอบกิจการขนส่งสินค้า และได้ใช้รถยนต์บรรทุกหมายเลข อ.ต.00828 ขนส่งสินค้า จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ด้วยความประมาทชนกับรถยนต์ของโจทก์ สามีโจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตาย และรถของโจทก์เสียหายยับเยิน ขอให้จำเลยทั้งห้า ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ให้การว่า

ได้ขายรถยนต์คันเกิดเหตุให้จำเลยที่ 2 ไปแล้วก่อนเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียว โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินควรจำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยนำรถคันเกิดเหตุมารับส่งสินค้าในนามหรือร่วมกับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างและขับรถในธุรกิจของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 5 การที่รถชนกันเป็นเพราะโจทก์ที่ 1 มีส่วนประมาท ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินไปศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1, 3, 4, 5 ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ 1 รวมเป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 2 92,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์ที่ 2 และจำเลยที่ 3, 4, 5 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1, 3, 4 ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 2 รวม 123,597 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 5 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3, 4 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 รถยนต์คันเกิดเหตุเป็นรถของจำเลยที่ 3 ห้างจำเลยที่ 4 ดำเนินกิจการขนส่งสาธารณะโดยมีรถของจำเลยที่ 3 เข้าร่วมกิจการกับห้างจำเลยที่ 4 แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ถือได้ว่าเป็นกิจการของห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 4 ด้วย ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถคันนี้ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 3, 4 จึงต้องร่วมรับผิด และเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าห้างจำเลยที่ 4 ยังประกอบการขนส่งสาธารณะอยู่ แม้ใบอนุญาตจะหมดอายุแล้วห้างจำเลยที่ 4 ก็ไม่พ้นความรับผิดสำหรับค่าขาดไร้อุปการะนั้น จำเลยทั้งสองโต้เถียงว่าที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เดือนละ 2,000 บาทเป็นเวลา 4 ปีมากเกินไป ควรให้เพียงเดือนละ800 บาท เป็นเวลา 2 ปี เพราะผู้ตายมีอายุมากกว่า 60 ปีแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ผู้ตายมีอายุ 64 ปี แต่ร่างกายก็ยังแข็งแรงและไม่เจ็บป่วย ยังสามารถประกอบการอาชีพได้ ดังนี้ ถ้าหากผู้ตายไม่ประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตายเสียก่อน ย่อมเป็นที่คาดหมายได้ว่าผู้ตายจะมีชีวิตต่อไปอีกมากกว่า 2 ปี โจทก์ที่ 2 ไม่มีรายได้อย่างอื่นนอกจากเงินเดือนของผู้ตายซึ่งมอบให้ใช้จ่ายเดือนละ 5,000 บาท เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์ที่ผู้ตายอุปการะมาแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าขาดไร้อุปการะเดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 4 ปี เป็นเงิน 96,000 บาทเหมาะสมแล้ว

อนึ่ง โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ว่าทำละเมิดและฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ในฐานะนายจ้างให้ร่วมรับผิดด้วย กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการชำระหนี้ยังไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรลดค่าสินไหมทดทแทนที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 จะพึงชดใช้แก่โจทก์ลง แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ฎีกาก็เห็นสมควรพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 40,500 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสพิทย์ คังคะเกตุ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8725/2561

การที่จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) เพราะเหตุที่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ย อ้างว่าจำเลยร่วมมีส่วนประมาทเลินเล่อและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองด้วย จำเลยร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7317/2553

สิทธิในการรักษาชีวิตและร่างกายของบุคคลนั้นเป็นสิทธิที่บุคคลทุกคนมีสิทธิอันชอบธรรมในการเลือกเข้ารักษาชีวิตและร่างกายของตนในโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่บุคคลนั้นเชื่อว่าสามารถรักษาชีวิตและร่างกายของบุคคลนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2546

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ต่างฟ้องขอบังคับให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้าง กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4473/2541

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างกระทำการละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้าง แต่โจทก์มี ส.ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถไปในทางการที่จ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4130/2540

เกิดเหตุรถชนแล้วจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ขับรถคู่กรณีหลบหนีไปส่อแสดงพิรุธว่าเป็นฝ่ายกระทำผิดจริง และยังต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 78 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้