คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงเงิน ๓๐๐๐ บาท ของนายเสาจั๊น จึงขอให้ลงโทษและคืนทรัพย์ ศาลแขวงพระนครเหนือประทับฟ้องแต่ข้อหาส่วนอาญา ส่วนคำขอที่ให้คืนทรัพย์นั้นว่า เกินอำนาจให้แยกฟ้องตาม ป.ม.วิ.อาญา ม. ๔๑ แล้วดำเนินการพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. ๓๐๔ โจทก์,
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งของศาลแขวงที่ให้แยกฟ้องนั้น ไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์ไม่อุทธรณ์ภายในกำหนด จึงขาดอายุอุทธรณ์ ส่วนข้อเท็จจริงจึงพิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การสั่งแยกฟ้องคดีแพ่งตาม ม. ๔๑ เป็นแต่เพียงอ้างเหตุติดขัดในเรื่องอำนาจศาลเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการชี้ขาดในประเด็นสำคัญ จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ม. ๑๙๖ และเห็นว่า ในคดีฉ้อโกงทรัพย์นั้น ป.ม.วิ.อาญา ม. ๔๓, ๔๔ อนุญาตให้พนักงานอัยยการขอเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียได้รวมไปกับคดีอาญา ศาลแขวงจึงมีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ฉะเพาะเรื่องคกขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ให้ศาลแขวงพระนครเหนือพิจารณาพิพากษาคำขอโจทก์ในข้อนี้ต่อไป