Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สมุดเงินฝากของธนาคารซึ่งจำเลยที่2นำมาวางต่อศาลชั้นต้นเป็นเพียงหลักประกันในการขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกาเท่านั้นว่าจำเลยที่2มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์สมุดเงินฝากดังกล่าวจึงมิใช่เป็นตัวเงินที่จำเลยที่2นำมาวางต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแม้จำเลยที่2แถลงต่อศาลขอชำระหนี้โดยยอมให้โจทก์รับเงินจากสมุดเงินฝากดังกล่าวไปจากศาลชั้นต้นได้ก็ตามโจทก์ไม่อาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามสมุดเงินฝากนั้นให้โจทก์ได้วิธีการที่ศาลจะให้ธนาคารส่งเงินตามสมุดเงินฝากมาเพื่อจ่ายให้โจทก์จำต้องดำเนินการตามหมายบังคับคดีกรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยที่2ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,656,131.25 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 1,540,587.25 บาทนับแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 1,000 บาท ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและออกคำบังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน ครบกำหนดแล้วจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยที่ 2 ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นขอชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์โดยให้โจทก์รับเงินฝากประจำของจำเลยที่ 2ที่ธนาคารกรุงไทย

จำกัด สาขาบางปูบัญชีเลขที่ 217-2-03313-8ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้นำสมุดเงินฝากตามบัญชีธนาคารดังกล่าวมาวางเป็นหลักประกันต่อศาลชั้นต้นในชั้นขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์และฎีกาไว้แล้ว โดยยอดหนี้ตามคำพิพากษาถึงวันแถลงเป็นจำนวน 2,284,867.75 บาท แต่ยอดเงินในบัญชีมีจำนวน2,261,381.52 บาท ตามหนังสือรับรองของธนาคารและจำเลยได้วางเงินสดอีกจำนวน 23,486.23 บาท รวมเป็นเงินตามจำนวนหนี้ครบ 2,284,867.75 บาท แล้วให้โจทก์รับเงินดังกล่าวไปจากศาลได้ ศาลชั้นต้นสั่งรับเงินสดที่จำเลยวางจำนวน 23,486.23 บาทไว้และให้โจทก์ทราบคำแถลงดังกล่าวของจำเลยที่ 2 แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ศาลชั้นต้นส่งสมุดเงินฝากและเงินสดตามคำแถลงของจำเลยที่ 2 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการต่อไปศาลชั้นต้นจัดการส่งให้ตามคำขอของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า

เมื่อโจทก์ทราบคำแถลงของจำเลยที่ 2ที่ขอชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ดังกล่าวแล้ว โจทก์ชอบที่จะแถลงขอให้ศาลสั่งเบิกเงินจากบัญชีจำเลยที่ 2 และรับเงินจำนวนเท่าที่จะได้รับตามคำพิพากษาไปจากศาลได้ การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขอให้ศาลส่งสมุดเงินฝากและเงินสดของจำเลยที่ 2 ไปยังสำนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดี อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 2 ขอให้สั่งถอนการบังคับคดีศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งว่า กรณีเป็นการบังคับคดีจากเงินฝากประจำตามสมุดเงินฝากและเงินสดที่จำเลยที่ 2 มาวางไว้ต่อศาลจึงไม่มีเหตุที่ศาลจะมีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดี ให้ยกคำร้องจำเลย ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนจำเลย ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ศาลต้องสั่งถอนการบังคับคดีรายนี้หรือไม่ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 นำสมุดเงินฝากของธนาคารมาเป็นหลักประกันในการขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกา ศาลชั้นต้นมีหนังสือห้ามจำเลยที่ 2 ถอนเงินจากสมุดเงินฝากดังกล่าว เมื่อคดีถึงที่สุด จำเลยที่ 2 ต้องชำระเงินตามคำพิพากษาให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิจะถอนเงินจากสมุดเงินฝากดังกล่าว เนื่องจากอำนาจการอนุญาตให้ถอนเงินเป็นของศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 2แถลงขอให้โจทก์รับเงินดังกล่าวไปจากศาลชั้นต้นได้ ย่อมถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วนั้นเห็นว่า สมุดเงินฝากของธนาคาร ซึ่งจำเลยที่ 2 นำมาวางต่อศาลชั้นต้นเป็นเพียงหลักประกันในการขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกาเท่านั้นว่าจำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์สมุดเงินฝากดังกล่าวจึงมิใช่เป็นตัวเงินซึ่งจำเลยที่ 2นำมาวางต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา

แม้จำเลยที่ 2แถลงต่อศาลขอชำระหนี้ โดยยอมให้โจทก์รับเงินจากสมุดเงินฝากดังกล่าวไปจากศาลชั้นต้นได้ก็ตาม โจทก์ไม่อาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามสมุดเงินฝากนั้นให้โจทก์ได้ วิธีการที่ศาลจะให้ธนาคารส่งเงินตามสมุดเงินฝาก มาเพื่อจ่ายให้โจทก์จำต้องดำเนินการตามหมายบังคับคดี กรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · วินัย วิมลเศรษฐ · บุญศรี แก้วสาร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1970/2534

ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้โจทก์แล้วจำเลยทั้งสองขอหักกลบลบหนี้โดยอ้างว่าจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหนี้เงินฝากไว้กับโจทก์ แต่โจทก์ยื่นคำแก้ฎีกาโต้แย้งว่าหนี้นั้นมีข้อต่อสู้อยู่หลายประการข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10238/2556

การร้องขอให้ถอนการบังคับคดีต้องมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 295 แต่ตามคำร้องของจำเลยที่ 6 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นทำนองขอให้ศาลชั้นต้นถอนการบังคับคดีนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 6 ได้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2553

หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว โจทก์และจำเลยเจรจาตกลงกันในส่วนค่าเสียหายว่า จำเลยยินยอมชดใช้เงินให้แก่โจทก์จำนวน 1,000,000 บาท โดยจำเลยจะผ่อนชำระให้แก่โจทก์เดือนละ 20,000 บาท และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คจำนว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้