Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2497 (เลขอ้างอิง 88841)

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อหนังสือตั้งตัวแ+นไม่มีข้อความจำกัดอำนาจตัวแทนไว้ว่าให้มีอำนาจเฉพาะการจึงเป็นหนังสือมอบอำนาจทั้วไป ตัวแทนมีอำนาจจัดการแทนตัวการได้ทุกอย่าง แม้มีข้อบังคับของบริษัทกำหนดว่าต้องมีกรรมการลงชื่อร่วมกัน 2 นายและประทับตราบริษัทจึงจะผูกพันบริษัทและปรากฎว่า+4การของบริษัทแต่นายเดียวลงชื่อแต่งตั้งตัวแทนภายหลังเจ้าพนักงานับจดทะเบียนแล้ว แต่ตัวแทนของบริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายและจ้างเหมาแรงงานกับโจทก์ก่อนประกาศโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา ดังนี้จำเลยจะถือเอาประโยชน์จากข้อความที่ต้องลงทะเบียน+

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ สำนวนนี้ศาลชั้นต้นได้รวมพิจารณาและพิพากษา คำฟ้องที่ต้องกันทุกสำนวนมีสารสำคัญว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับเหมาปลูกสร้างโรงรถยนตร์ และคลังอาวุธของราชการทหารที่จังหวัดลำปาง จำเลยที่ ๑ ได้ตั้งให้จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนจัดการทุกสิ่งเกี่ยวแก่การก่อสร้างนี้ จำเลยที่ ๒ ได้ตกลงซื้อเครื่องอุปกรณ์จากโจทก์แต่ละรายคือยังคงต้นชำระ จึงฟ้อง ๑. ซื้อไม้แปรรูปจากนางสาวทองคำรวม ๘ ครั้ง จำเลยที่ ๒ ชำระครั้งหนึ่งแล้ว คงค้างอีก ๑๐,๙๓๗ บาท ๒. จำเลยที่ ๒ ได้จ้างเหมาะแรงงานให้นายอ้ายจัดหาแรงงานปลูกสร้าง จำเลยที่ ๒ จ่ายบ้างแล้ว คงค้างอีก ๒๓,๐๗๕ บาท ๓. จำเลยที่ ๒ ซื้อปูนซีเมนต์จากนางกิมฮวยชำระบ้างแล้ว คงค้างอีก ๗๗๘๕ บาท ๕๐ สตางค์ ๔. จำเลยที่ ๒ ได้ซื้อเครื่องใช้ในการก่อสร้างต่าง ๆ จากนายมงคล ยังค้างอีก ๑๕,๗๘๐ บาท

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินที่ค้างพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ รับว่าฟ้องของโจทก์เป็นความ+อาสาสงครรมจำกัดโดยนายโชติ คุ้มพันธ์ กรรมการได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนจัดการก่อสร้างและหาสัมภาระ จำเลยที่ ๒ ได้ซื้อของเชื่อและจ้างเหมาแรงงานเพื่อประโยชน์ในการก่อนสร้างและค้างชำระอยู่จริงทั้งนี้เพราะจำเลยที่ ๑ ส่งเงินให้ไม่พอ จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ ก. ไม่เคยซื้อของเชื่อ ไม่เคยจ้างแรงงานและมีหนี้สินกับโจทก์ ข. ตามข้อบังคับของบริษัทจะต้องมีกรรมการลงนาม ๒ นาย และประทับตราบริษัทด้วย จึงจะผูกพันบริษัทได้ หนังสือแต่งตั้งจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนหามีกรรมการ ๒ นายลงนามและประทับตราไม่ ลงชื่อนายโชติกรรมการจัดการผู้เดียว เป็นการไม่ชอบไม่ผูกพันจำเลยที่ ๑ ค.

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ง. ต่อสู้อย่างอื่นอีกหลายประการ วันชี้สองสถาน จำเลยที่ ๑ รับว่านายโชติกรรมการบริษัทอาสาสงครามจำกัด ได้ออกหนังสือแต่งตั้งจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนของบริษัทให้จัดการทุกสิ่งเกี่ยวแก่การสร้างตามสำเนาใบมอบอำนาจท้ายฟ้อง จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๔๙+ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทคือนายโชติร่วมกับหม่อมเจ้านิตยากรและต้องประทับตราของบริษัทด้วย ประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๔๙๓ ศาลจังหวัดลำปางสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินที่ค้างตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องให้แก่โจทก์ทุกสำนวน จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความในหนังสือแต่งตั้งจำเลยที่ ๑ มอบให้จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนบริษัทจัดการทุกสิ่งเกี่ยวแก่การก่อสร้าง ไม่มีข้อความใดแสดงการจำกัดขอบเขตอำนาจของตัวแทนไว้ จึงเป็นการมอบอำนาจทั้วไปในทางจัดการแทนจำเลยที่ ๑ ได้ทุกอย่าง ส่วนข้อที่จำเลยที่ ๑ ว่าข้อบังคับของบริษัทมีอยู่ว่าต้องมีหม่อมเจ้านิตยากรรมการลงชื่อร่วมกับนายโชติและต้องประทับตราของบริษัทในหนังสือจึงจะผูกพันนั้นเห็นว่าจำเลยที่ ๑ ยอมรับแล้วว่านายโชติลงชื่อในฐานะที่เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอาสาสงครามจำกัด จำเลยที่ ๑ ภายหลังที่เจ้าพนักงานได้รับจดทะเบียนแล้ว และได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ได้ตกลงกับโจทก์จ้างเหมาแรงงานและซื้อเครื่องอุปกรณ์การก่อสร้างจากโจทก์ก่อนวันประกาศโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจึงถือเอาประโยชน์เพราะเหตุที่มีสัญญาต่อกันได้ ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยที่ ๒ ได้เริ่มติดต่อกับโจทก์เมื่อใดหนี้ทั้งหมดเท่าใด ใช้แล้วเท่าใดและคงค้างอยู่เท่าใดซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็รับว่าถูกต้องตามฝัน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นายถนัด ลีลากุล
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2566

โจทก์ว่าจ้างจำเลยควบคุมงานก่อสร้างโครงการอาคารชุดของโจทก์ การควบคุมงานในส่วนงานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรมอันเป็นงานก่อสร้างของบริษัท น. งานที่ก่อสร้างมีความชำรุดบกพร่องและยังไม่ได้แก้ไข จำเลยจึงไม่ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4244/2565

คดีเดิมบริษัท จ. ฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดฐานรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายเนื่องจากบริษัท จ. ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อมาจากจำเลยทั้งสองไปขายบุคคลอื่นได้เพราะถูกยึดไว้ตามหมายบังคับคดี และได้หมายเรียกโจทก์เข้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2561

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 บัญญัติถึงผลการถอนฟ้องว่า โจทก์อาจนำฟ้องมายื่นใหม่ได้ แสดงว่าการถอนฟ้องไม่ได้ทำให้หนี้ระงับ จึงไม่ใช่การปลดหนี้ อันเป็นเรื่องความระงับแห่งหนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างคนต่างทำละเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2558

การที่โจทก์ไม่ดำเนินการสืบหาที่อยู่ของจำเลยที่ 1 เพื่อส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ใหม่ และแถลงต่อศาลภายในกำหนดเวลา 1 เดือน โดยปล่อยให้เวลาล่วงพ้นไปเป็นเวลาถึง 3 เดือนเศษ แม้โจทก์ฎีกาอ้างว่ามีเหตุส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9544/2539

จำเลยทั้งห้าเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน เมื่อปี 2508บิดามารดาของจำเลยทั้งห้าได้ปลูกสร้างอาคารพิพาทในที่ดินของโจทก์ แล้วยกให้แก่โจทก์โดยมีสิทธิเช่าอยู่ได้นาน 15 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วบิดามารดาของจำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้