คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกซึ่งเป็นทหารทำการลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 321,295ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่า คดีอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา จึงพิพากษายืนเฉพาะผลของคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาอ้างว่า เห็นชอบตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ว่าศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่ใช่ศาลสูงสุด จึงได้ฎีกาขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดเป็นแบบอย่างศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์แถลงแจ้งชัดในฎีกาว่าเห็นชอบด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด เพียงแต่ฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกายืนยันข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นแบบอย่างเท่านั้นโดย โจทก์ไม่มีอำนาจฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ไม่รับฎีกาโจทก์