Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8909/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีแพ่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยแล้ว หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ทั้งจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 การที่จำเลยเพียงยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราว โดยที่ศาลยังมิได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับได้ จะถือว่าจำเลยได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแล้วมิได้ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องยกคำร้อง แม้จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็มิใช่กรณีทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ร่วมรับผิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งแปดยื่นอุทธรณ์ พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๒ ต่อมาวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งแปดยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก ๒๐ วัน โดยอ้างเหตุว่าเจ้าหน้าที่ศาลกำหนดให้ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดมาทราบคำสั่งศาลในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ แต่ในวันดังกล่าวไม่พบสำนวน ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดจึงมาตรวจดูคำสั่งศาลที่การ์ดคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒ จึงทราบว่าล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว โดยที่ทนายจำเลยทั้งแปดไม่อาจทราบได้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุที่อ้างตามคำร้องเป็นการละเลยที่จะขวนขวายขอทราบคำสั่งศาลไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ พร้อมทั้งสั่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งแปดว่า จำเลยทั้งแปดไม่นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลขยายให้ จึงไม่รับอุทธรณ์

จำเลยทั้งแปดอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ จึงให้ผู้อุทธรณ์นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด ๒๐ วัน ต่อมาจำเลยทั้งแปดนำเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลภายในกำหนดเท่านั้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดต่อไปว่า ผู้อุทธรณ์วางเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาล ไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในกำหนด ให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า

จำเลยทั้งแปดทิ้งอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยทั้งแปดแล้ว หากจำเลยทั้งแปดประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยทั้งแปดจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ทั้งจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ การที่จำเลยทั้งแปดเพียงยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราว โดยที่ศาลยังมิได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับได้ จะถือว่าจำเลยทั้งแปดได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแล้วดังที่จำเลยทั้งแปดฎีกามิได้

เมื่อจำเลยทั้งแปดไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดเสีย มิใช่กรณีทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของจำเลยทั้งแปด.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · วิเทพ ศิริพากย์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายนันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2477/2548

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2541

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง 2 ประการ คือ สั่งไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ และสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ในกรณีสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์หากจำเลยไม่เห็นด้วยต้องทำเป็นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4527/2539

ในการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์นอกจากจำเลยจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลแล้วยังจะต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56445)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า มูลคดีนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะใช้กฎหมายใหม่บังคับ และคดีนี้มีทุนทรัพย์ในขณะที่ยื่นฟ้องเป็นจำนวน 51,593.75…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2533

ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของโจทก์ว่าคดีโจทก์ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์อย่างคนอนาถา ถ้าโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำค่าขึ้นศาลมาชำระภายในกำหนด ดังนี้ เท่ากับศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้