Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8910/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีมโนสาเร่ให้สิทธิจำเลยยื่นคำให้การในวันที่มาศาลตามหมายเรียกของศาลหรือในวันอื่นต่อมาตามแต่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้ โดยต้องมิให้เป็นการเสียหายแก่การต่อสู้คดีของจำเลย เมื่อตามหมายเรียกของศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมาศาลเพื่อให้การแก้ข้อหา และนัดสืบพยานในวันเดียวกันจำเลยจึงมีสิทธิยื่นคำให้การและยื่นบัญชีระบุพยานและสืบพยานจำเลยพร้อมทั้งอ้างส่งเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 ในวันดังกล่าวได้จำเลยไม่อาจส่งสำเนาเอกสารตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 ได้ การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 จึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ 100,000 บาท กำหนดชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2533 จำเลยรับเงินจากโจทก์ไปในวันทำสัญญา หลังจากนั้นจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 171,690 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ไว้เป็นประกันการจ่ายเงินตามพันธบัตรที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ และโจทก์ได้รับเงินตามพันธบัตรไปครบถ้วนแล้ว สัญญากู้เงินจึงไม่มีผลผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 171,690 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 ให้โจทก์ยึดถือไว้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธบัตรที่จำเลยโอนให้โจทก์หรือไม่ ข้อต่อสู้ของจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อว่าเอกสารหนังสือสัญญากู้เงินหมาย จ.1น่าจะทำขึ้นเพื่อประกันว่าโจทก์จะได้รับเงินไถ่ถอนตามพันธบัตรรัฐบาลที่จำเลยโอนชำระหนี้เงินกู้เดิม เมื่อโจทก์ได้รับเงินค่าไถ่ถอนตามพันธบัตรรัฐบาลที่รับโอนไปจากจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่มีภาระจะต้องชำระเงินตามเอกสารหมาย จ.1 อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นส่วนการรับฟังเอกสารหมาย

ล.1 ถึง ล.3 ที่โจทก์แก้ฎีกาว่าจำเลยมิได้ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้อย่างคดีมโนสาเร่ ซึ่งการพิจารณาคดีมโนสาเร่มีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 193 ที่ให้สิทธิจำเลยยื่นคำให้การในวันที่มาศาลตามหมายเรียกของศาลหรือในวันอื่นต่อมาตามแต่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้ โดยต้องมิให้เป็นการเสียหายแก่การต่อสู้คดีของจำเลย เมื่อคดีนี้ตามหมายเรียกของศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมาศาลเพื่อให้การแก้ข้อหาในวันที่ 8เมษายน 2542 และนัดสืบพยานในวันดังกล่าวด้วย จำเลยจึงมีสิทธิยื่นคำให้การและยื่นบัญชีระบุพยานในวันสืบพยานได้ ซึ่งจำเลยได้ยื่นคำให้การและสืบพยานจำเลยพร้อมทั้งอ้างส่งเอกสารหมาย

ล.1ถึง ล.3 ในวันดังกล่าวจำเลยจึงไม่อาจส่งสำเนาเอกสารหมาย ล.1 ถึงล.3 ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 90 ได้ การจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 เรื่องการกำหนดเวลายื่นสำเนาเอกสารก่อนวันสืบพยานมาใช้บังคับแก่คดีมโนสาเร่ จะต้องนำมาใช้ให้เหมาะสมแก่สภาพของการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร่แต่ละคดีด้วย และศาลชั้นต้นได้สั่งรับบัญชีระบุพยานและสั่งรับเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3ในวันเดียวกับที่ศาลชั้นต้นนัดให้จำเลยมาศาลในวันแรกประกอบกับการสืบพยานในคดีมโนสาเร่มีลักษณะของการค้นหาความจริงในลักษณะเดียวกับการไต่สวนมากกว่าการรับฟังข้อเท็จจริงจากคู่ความอย่างคดีสามัญทั่วไป และอีกประการหนึ่งเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก่อนฟ้องคดีนี้ การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3จึงเป็นการชอบและไม่เสียความยุติธรรมแต่ประการใด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2567

ฟ้องโจทก์บรรยายสภาพแห่งข้อหาที่เป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยว่า การที่จำเลยไม่มารับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์เป็นการผิดสัญญา มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเพราะไม่ชำระเงินตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14086/2558

แม้ พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 58 วรรคสี่ บัญญัติไว้ว่า ถ้าลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันไม่ให้ความร่วมมือกับ บสท. ในการปรับโครงสร้างหนี้ตามที่ บสท. สั่ง โดยที่ตนอยู่ในฐานะที่จะดำเนินการได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13666/2558

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 193 ตรี บัญญัติให้ศาลสอบถามคู่ความฝ่ายที่จะต้องนำพยานเข้าสืบว่า ประสงค์จะอ้างอิงพยานหลักฐานใดแล้วให้ศาลบันทึกไว้ ย่อมแสดงว่า ในการพิจารณาคดีมโนสาเร่ เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องบันทึกเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้