Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 89362)

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 12 ให้อำนาจควบคุมผู้ต้องหาในกรณีกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ฯ ได้เท่าที่จำเป็นแก่การสอบสวนเท่านั้น ไม่ใช่ให้ควบคุมโดยไม่มีกำหนด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 วางหลักเป็นประกันเสรีภาพของประชาชนไว้ 2 ตอน ตอนต้นว่า จะควบคุมตัวผู้ต้องหาเกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่ได้ ตอนที่สองว่า ความจำเป็นดังกล่าวจะจำเป็นเพียงใดก็ตาม ก็จะควบคุมเกินกว่ากำหนดเวลาดังบัญญัติไว้ไม่ได้ ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 12 เป็นการแก้ไขและขยายระยะเวลาคั่นสูงดังกำหนดไว้ในมาตรา 87 ไม่ได้ยกเลิกหลักใหญ่ของมาตรานี้ที่ให้ ควบคุมผู้ต้องหาได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2505)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 87 ป.วิ.อ. มาตรา 90 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 มาตรา 17 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 มาตรา 20

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลพิจารณษมีคำสั่งและคำพิพากษารวมกัน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เนื่องจากได้มีการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๑ เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ร้องในข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์และความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เริ่มแต่วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๐๑ แล้วควบคุมตลอดมาจนบัดนี้ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าพนักงานสอบสวนควบคุมผู้ร้องไว้ โดยมิชอบ และขอให้มีคำสั่งปล่อย เดิมศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง เพราะเห็นว่าข้อหาที่ผู้ร้องถูกกล่าวหาอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาสั่ง แต่ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องไว้แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องถูกควบคุมอยู่ในระหว่างสอบสวนตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ ฟังไม่ได้ว่าต้องควบคุมอยู่ โดยผิดกฎหมาย ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ เป็นการให้อำนาจควบคุมผู้ต้องหาในกรณีกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ฯ เพื่อทำการสอบสวน แต่จะคิดว่าให้อำนาจควบคุมได้ตลอดไปไม่มี่กำหนดนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะการให้อำนาจควบคุมก็เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวน แม้แต่การลงโทษในทางอาญายังมีกำหนดเวลา นอกจากจะเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตแล้ว ก็ไฉนการควบคุมเพียงเพื่อการสอบสวนจะไม่มีกำหนด ในระบอบประชาธิปไตย การเทอดทูนสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเป็นหลักการที่สำคัญ การแปลว่าให้อำนาจควบคุมโดยไม่มีกำหนดเวลาเท่ากับให้ร้ายคณะปฏิวัติว่าไม่ห่วงใยในเสรีภาพของบุคคลผู้ต้องหาอันเป็นสิ่งที่หวงแหน ซึ่งหาอาจที่จะเป็นไปได้ไม่

ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ นี้กล่าวว่า ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมผู้ต้องหาไว้ตลอดระยะเวลาที่ทำการสอบสวน ถ้อยคำที่ใช้ในประกาศฉบับนี้ก็ให้มีความเข้าใจอยู่แล้วว่า ให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะควบคุมผู้ต้องหาดังกล่าวไว้เท่าที่จำเป็นแก่การสอบสวนเท่านั้น เรื่องสอบสวนนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๗ วางหลักไว้เป็นประกันเสรีภาพของประชาชนว่า พนักงานสอบสวนจะควบุคมผู้ต้องหาไว้ได้เพียงไม่เกินจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี และบัญญัติกำกับไว้อีกทีหนึ่งว่า ความจำเป็นดังกล่าวต้องไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง หรือ ๗ วัน หรือตามแต่ศาลจะสั่งขังได้ ซึ่งต้องไม่เกิน ๘๔ วัน เป็นการกำหนดคั่นสูงไว้เป็นประกัน เสรีภาพของประชาชนอีกชั้นหนึ่ง

บทบัญญัติมาตรา ๘๗ จึงเป็นสองตอน คือ ตอนต้นว่าจะควบคุมผู้ต้องหาเกินกว่า จำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่ได้ ตอนที่สองว่า ความจำเป็นดังกล่าวแล้ว จะจำเป็นเพียงใดก็ตาม ก็ยังกำหนดเวลาดังบัญญัติไว้ ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ เป็นการแก้ไขและขยายระยะเวลาคั่นสูงดังกำหนดไว้ในมาตรา ๘๗ ดังกล่าว ไม่ได้ยกเลิกหลักใหญ่ของมาตรา ๘๗ ที่ให้ขังผู้ต้องหาได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น สรุปแล้วที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ ให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะควบคุมผู้ต้องหาว่ากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้เท่าที่จำเป็นแก่การสอบสวน ไม่ใช่ว่าให้ควมคุบโดยไม่มีกำหนด ในการที่จะพิจารณาว่าผู้ร้องคนใดถูกควบคุมในชั้นสอบสวนเกินกว่าที่ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ ให้อำนาจไว้หรือไม่นั้น

ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป สุดแล้วแต่ความจำเป็นในการสอบสวน คดีนี้ ผู้ร้องร้องว่าต้องถูกควบคุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๐ ศาลชอบที่จะสอบถามพนักงานสอบสวนว่ามีความจำเป็นแก่การสอบสวนที่จะต้องควบคุมผู้ร้องคนใดไว้ต่อไปอย่างไรหรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ร้องคนใดถูกควบคุมมาเกินกว่าความจำเป็นในการสอบสวนแล้ว ก็ชอบที่จะสั่งปล่อยผู้ร้องคนนั้นเสีย พิพากษาาให้ยกคำสั่งศาลล่าง ย้อนสำนวนไปให้ศาลอาญา ดำเนินการไต่สวนต่อไป แล้วมีคำสั่งตามแนวข้อกฎหมายตามควรแก่รูปเรื่อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · สารกิจปรีชา · พจน์ ปุษปาคม
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสว่าง เวทยวุฒิกรรมวงษ์ศิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2541

สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายบุคคลนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้บัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้อย่างชัดแจ้งโดยเฉพาะในมาตรา 31 วรรคหนึ่งที่ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3598/2531

แม้การที่พนักงานสอบสวนจะรับตัวผู้ต้องหาควบคุมไว้โดยมิได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายขังอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 ก็ตาม แต่การควบคุมนั้นก็ยังคงเป็นการควบคุมตามอำนาจของพน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 81923)

ผู้ร้องซึ่งถูกควบคุมตัวไว้ในข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 90 ครั้นในระหว่างศาลไต่สวนคำร้อง มีพระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 45378)

ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 12 ให้อำนาจควบคุมผู้ต้องหาในกรณีกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ฯ ได้เท่าที่จำเป็นแก่การสอบสวนเท่านั้น ไม่ใช่ให้ควบคุมโดยไม่มีกำหนด ประมวลกฎหมายวิธีพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4265/2561

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขังผู้ต้องหาไว้ตามคำร้องของผู้ร้องมีกำหนด 12 วัน เพื่อสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 116 ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้