Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินค้าที่จำเลยค้างชำระ โดยบรรยายฟ้องเกี่ยวกับชนิดและจำนวนสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อพร้อมทั้งราคาและในเงื่อนไขการชำระเงิน ตลอดจนสถานที่ที่ให้โจทก์จัดส่งมอบสินค้าให้จำเลยโดยละเอียด พอที่จำเลยเข้าใจได้เป็นอย่างเดียวแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม โจทก์จำเลยตกลงกันว่า การชำระเงินค่าสินค้านั้นจำเลยจะต้องชำระภายในกำหนด 45 วันนับตั้งแต่วันสั่งของเสร็จ ถือได้ว่าการชำระหนี้รายนี้มีกำหนดเวลาชำระที่แน่นอนแล้วเมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ถือได้ว่าจำเลยผิดนัด โจทก์ไม่ต้องทวงถามอีก จำเลยอุทธรณ์ว่า คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในส่วนจำนวนสินค้าและราคายังคลาดเคลื่อนเป็นอันมากโดยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทรณ์ที่ไม่ได้รับวินิจฉัยให้นั้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไรจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6 ) พ.ศ. 2518 มาตรา 7 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งซื้อ เสาเข็มไอเซฟจากโจทก์หลายครั้งเพื่อใช้ในกิจการของจำเลย โจทก์ได้จัดส่งเสาเข็มขนาดต่างๆให้จำเลยตามสถานที่ที่จำเลยสั่งรวม ๔ แห่งคือหน่วยก่อสร้างที่โรงแรมราชา หน่วยก่อสร้างที่บริษัทไทยพลาสติก จำกัด หน่วยก่อสร้างที่มิตซูบิชิและที่หน่วยก่อสร้างไทยยาซากิ การชำระราคา จำเลยต้องชำระภายใน ๔๕ วัน เมื่อโจทก์ส่งเสาเข็มให้จำเลยครบแล้ว หากค้างชำระยอมให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี จำเลยชำระให้โจทก์ ๓ ครั้ง ยังค้างชำระทั้งหมดเป็นเงิน ๓๙๗,๓๒๘ บาท ๓๘ สตางค์ ขอศาลบังคับให้ชำระพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่เคยสั่งซื้อหรือมอบให้ผู้ใดสั่งซื้อเสาเข็มจากโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่เคยรับเหมาก่อสร้าง ณ สถานที่ตามที่โจทก์ฟ้องทุกรายการ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม มิได้กล่าวว่า เสาเข็มที่โจทก์ขายให้จำเลยเป็นเสาเข็มชนิดและประเภทใด เป็นเสาไม้หรือเสาที่ทำด้วยวัสดุอะไร สั่งซื้อแต่เมื่อใด และไม่มีรายละเอียดของการสั่งซื้อ ก่อนฟ้องไม่เคยได้รับการทวงถาม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓๙๕,๓๒๖ บาท ๗๐ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในส่วนราคาสินค้าและจำนวนยังคลาดเคลื่อนเป็นอันมาก ทั้งพยานหลักฐานโจทก์ไม่มีฐานที่ตั้งอันแน่ชัดที่จะกำหนดจำนวนของสินค้าได้แน่นอนนั้น เห็นว่า จำเลยไม่บรรยายให้แจ้งชัดว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร ไม่ชอบด้วยมาตรา ๒๒๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาแรกที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า บริษัทอวนินทร์ จำกัด โจทก์ กับบริษัท เอส.พี.เอ. จำกัด เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน มีสำนักงานอยู่ที่เดียวกัน และมีนายศักดา บุณยรักษ์ เป็นผู้จัดการบริษัททั้งสอง คือทางด้านบริษัท เอส.พี.เอ. จำกัด เป็นฝ่ายผลิตเสาเข็มคอนกรีต ส่วนบริษัทอวนินทร์ จำกัด โจทก์เป็นฝ่ายจำหน่าย ตามหลักฐานใบส่งของที่จัดส่งเสาเข็มไปให้จำเลย ที่หน่วยงานโรงแรมราชาตามเอกสารหมาย จ.๗ ถึง จ.๕๗ ที่หน่วยงานมิตซูบิชิ ตามเอกสารหมาย จ.๖๐ ถึง จ.๗๔ ที่หน่วยงานไทยพลาสติก ตามเอกสารหมาย จ.๗๘ ถึง จ.๑๐๒ และที่หน่วยงานไทยยาซากิ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๔ ถึง จ.๑๒๑ นั้น

ปรากฏชัดว่า บริษัทอวนินทร์ จำกัด โจทก์เป็นผู้จัดส่งไปทั้งสิ้น สำหรับฝ่ายจำเลยที่มีหนังสือสั่งซื้อไปนั้น ก็ปรากฏว่าที่หัวกระดาษตามเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๖, จ.๕๘, จ.๕๙, จ.๗๕ ถึง จ.๗๗, จ.๑๐๓, จ.๑๒๒ ถึง จ.๑๒๕ เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ และมีตราของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ ประทับไว้ที่ลายเซ็นทั้งสิ้น ฟังได้ว่า บริษัทโจทก์ได้ขายสินค้าตามฟ้องให้แก่จำเลย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้อง ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายขอเรียกร้องมาในฟ้องเกี่ยวกับชนิดและจำนวนสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อ พร้อมทั้งราคาและเงื่อนไขในการชำระ ตลอดจนสถานที่ที่ให้โจทก์จัดส่งมอบสินค้าให้จำเลยโดยละเอียด

พอที่จำเลยเข้าใจได้เป็นอย่างดีแล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ปัญหาว่าโจทก์ต้องทวงถามให้จำเลยชำระหนี้อีกหรือไม่ ข้อนี้โจทก์นำสืบชัดว่า การชำระเงินค่าเสาเข็มนี้จำเลยจะต้องชำระภายในกำหนด ๔๕ วันนับแต่วันส่งของเสร็จ ซึ่งจำเลยก็มิได้นำสืบคัดค้านในเรื่องนี้แต่อย่างใด ถือได้ว่าการชำระหนี้รายนี้มีกำหนดเวลาชำระที่แน่นอนแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา ถือได้ว่าจำเลยผิดนัด โจทก์จึงไม่จำต้องทวงถามจำเลยอีก อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้โทรศัพท์ทวงถามจำเลยหลายครั้ง และให้ทนายความมีหนังสือทวงถามไปอีกตามเอกสารหมาย จ.๑๕๙ แต่ส่งให้จำเลยไม่ได้ โดยพนักงานไปรษณีย์แจ้งว่าย้ายที่อยู่ ซึ่งความจริงยังอยู่ที่เดิม

ที่จำเลยฎีกาว่า จำนวนสินค้าและราคายังคลาดเคลื่อนเป็นอันมานั้น ข้อนี้ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย เพราะจำเลยไม่ได้บรรยายให้แจ้งชัดว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร ที่จำเลยฎีกามาก็ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร จึงไม่ชอบด้วยมาตรา ๒๔๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗ ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยฎีกาข้อนี้ของจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · โสพิทย์ คังคะเกตุ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอภินย์ บุษปาคม
ศาลอุทธรณ์ - นายนิยม ติวุตานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2532

จำเลยที่ 1 และที่ 2 เท่านั้นที่ให้การต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุมโดยระบุเจาะจงลงไปด้วยว่าเคลือบคลุมเฉพาะการคำนวณดอกเบี้ยของโจทก์ การที่จำเลยทั้งสามฎีกาไปถึงฟ้องข้ออื่นว่าเคลือบคลุมแม้ศาลล่างจะวินิจฉัยให้ ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2559

แม้ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ได้ระบุโดยตรงว่า จำเลยที่ 2 รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับ จำเลยที่ 2 ก็สามารถให้การต่อสู้คดีได้ แต่ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8342/2552

โจทก์ฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท พ. มีหน้าที่ต้องแจ้งเรื่องที่บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนเลิกบริษัทให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของบริษัททราบ เพื่อโจทก์จะได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5778/2550

เช็คพิพาททั้งสองฉบับระบุจ่ายชื่อโจทก์หรือผู้ถือ จึงเป็นเช็คผู้ถือ เมื่อโจทก์เป็นผู้ถือเช็คพิพาททั้งสองฉบับในขณะที่โจทก์นำเช็คพิพาททั้งสองฉบับไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้