Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 เป็นแต่ให้อำนาจศาลอาจแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยในคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้นไม่ได้ให้อำนาจสำหรับในกรณีอื่นดังเช่นที่ผิดพลาดหรือผิดหลงในสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมิใช่เป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามยอมศาลจึงไม่จำต้องชี้ว่าข้อที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาลว่า จำเลยทั้งสองยอมร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้จำนองให้โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 เข้าใจผิดพลาดไปว่าจำเลยที่ 1 เท่านั้น เป็นผู้รับผิด ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจะต้องรับใช้หนี้หลังจากที่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระแล้ว การที่จำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันในสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย ขอให้ศาลแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตัดคำว่า "ร่วมกันหรือแทนกัน" เพื่อให้ได้ความว่า "ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดโดยบังคับเอาจากจำเลยที่ 1 ก่อน"

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ใช่กรณีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยสัญญาประนีประนอมยอมความชัดแจ้งอยู่แล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามยอม ศาลไม่มีอำนาจแก้ไขได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขเพิ่มเติมโดยตัดถ้อยคำที่ว่า "ร่วมกันหรือแทนกัน" ในสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วเติมข้อความเป็นว่า "ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดโดยบังคับเอาจากจำเลยที่ 1 ก่อน"นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 เป็นแต่ให้อำนาจศาลอาจทำได้สำหรับในคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจทำได้สำหรับในกรณีอื่นดังเช่นที่ผิดพลาดหรือผิดหลงในสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ด้วย และสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่จำเลยที่ 2 ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมนั้น ก็ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของตัวคำพิพากษาตามยอม กรณีจึงไม่มีปัญหาที่จะชี้ว่าข้อที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นข้อที่ผิดพลาดหรือผิดหลงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7357/2553

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาตามยอม แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขึ้นศาลนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2551

สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา จึงอยู่ในบังคับที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงในสัญญาดังกล่าวได้ต่อเมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2545

เมื่อได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามนั้น และแม้สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาก็ตาม แต่การจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ก็ต่อเมื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2947/2545

โจทก์และจำเลยทั้งสามทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 หากโจทก์เห็นว่าคำพิพากษาตามสัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2540

ภาษีธุรกิจเฉพาะมิใช่ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่เป็นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรมาตรา91/2(6)ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร(ฉบับ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้