Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2479 (เลขอ้างอิง 89616)

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีที่กฎหมายกำหนดโทษอย่างต่ำในความผิดอย่างหนึ่งไว้ ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดอย่างนั้นต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้นั้นไม่ได้ ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 7 ปี ศาลอุทธรณ์แก้เป็น 4 ปี ในบทและมาตราเดียวกันเช่นนี้ จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2470 มาตรา 14 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2470 มาตรา 15 ป.วิ.อ. มาตรา 213 ป.วิ.อ. มาตรา 225 ป.วิ.อ. มาตรา 21

คำฟ้องและคำให้การ

ในคดีทั้ง ๒ สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายฮวด นายปลื้มจำเลยมีความผิดฐานปลอมใบสำคัญถิ่นที่อยู่อันเป็นหนังสือสำคัญในราชการตามกฎหมายอาญา ม.๒๒๔-๒๒๖-๒๒๗-๒๓๐-๒๑๒ และพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๔๗๐ ม.๑๕-๑๔ ให้จำคุก คนละ ๗ ปี ปรับคนละ ๕๐ บาท นายอึ้งเต็กหวองมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๒๔-๒๒๖-๒๒๗ และ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พงศ.๒๔๗๐ ม.๑๔-๑๕ ฐานที่ตนมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอประทุมวัน แต่กลับไปสมคบกับนายฮวดและนายปลื้มผู้เป็นเจ้าพนักงานจดข้อความลงในหนังสืออนุญาตให้ออกจากพระราชอาณาจักรว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอประทุมวัน ส่วนนางตั้งฮุ้นยังไม่มีความผิดให้ปล่อยตัวไป ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าตามข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่านายฮวดได้สมคบร่วมคิดในการกระทำผิดในสำนวนที่ ๑ ด้วย ส่วนนายปลื้มนั้นเห็นพ้องด้วยกันกับศาลชั้นต้นว่าได้ทำผิดดังโจทก์ฟ้องจริง สำหรับในสำนวนที่ ๒ พะยานหลักฐานโจทก์ยังอ่อนมากจึงฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ แม้นายอึ้งเต็กหวองมิได้อุทธรณ์มาก็ดีก็ปล่อยตัวไปได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษนายปลื้มแต่ผู้เดียวตามมาตรา ๒๒๔-๒๓๐-๒๑๒ แห่งกฎหมายอาญา และพ.ร.บ.คนเข้าเมือง ม.๑๕ จำคุก ๔ ปี ปรับ ๕๐ บาท จำเลยอื่นให้ปล่อยตัวไป โจทก์และนายปลื้มฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่านายปลื้มฎีกามิได้ตาม ม.๒๑๘ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา และการที่นายปลื้มแถลงอ้าง ม.๒๑๓-๒๒๕ ขึ้นมานั้นเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีเรื่องนี้สำหรับฎีกาโจทก์นั้นเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ว่าในสำนวนที่ ๑ ยังฟังไม่ได้ว่านายฮวดได้สมคบกับนายปลื้ม และในสำนวนที่ ๒ นั้นหลักฐานของโจทก์อ่อนมากจะลงโทษจำเลยไม่ได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษ นายปลื้ม ๔ ปี ตามมาตรา ๒๓๐ นั้นเมื่อกำหนดโทษอย่างต่ำในมาตรา ๒๓๐ มีกำหนด ๕ ปี เช่นนี้จึงมิชอบ

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกนายปลื้มตามมาตรา ๒๓๐ มีกำหนด ๕ ปี ลดตาม ม.๕๙ เสีย ๑ ปี นอกนั้นยืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · อมาตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2567

จำเลยที่ 1 ลูกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานขายสินค้ามีหน้าที่เบิกสินค้าโจทก์ไปจากคลังสินค้าเพื่อนำไปเร่ขายให้แก่ร้านค้าตามราคาที่โจทก์เป็นผู้กำหนด เมื่อจำเลยที่ 1 ขายสินค้าได้เท่าใดในแต่ละวัน จะต้องนำเงินค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2566

จำเลยที่ 1 ฎีกาทำนองว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง อันเป็นการขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3948/2566

ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพียงมีผลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2566

ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน ความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 21 มีเจตนาเพื่อร่วมกันเล่นการพนันซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน อันเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้