Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8972/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อชำระค่าสินค้ารถยนต์ที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อจากต่างประเทศ เมื่อสินค้าถึงท่าเรือกรุงเทพ โจทก์ได้ชำระเงินค่าสินค้าให้แก่ธนาคารในต่างประเทศไปแล้ว และรับมอบใบตราส่งสำหรับสินค้าและรายการบรรจุสินค้าไว้จากธนาคารในต่างประเทศ ดังนี้ การที่โจทก์อยู่ในฐานะผู้รับตราส่งสินค้ารถยนต์ก็เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตที่จำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์ชำระเงินค่าสินค้ารถยนต์แทนจำเลยที่ 1 ไปก่อน สินค้ารถยนต์ตามใบตราส่งจึงเป็นการประกันหนี้ตามคำขอให้ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตของจำเลยที่ 1 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ชำระหนี้และไม่มาติดต่อขอรับเอกสารเพื่อไปขอออกสินค้า และต่อมาโจทก์นำสินค้ารถยนต์ดังกล่าวออกขายเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์ต้องนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์ไปชำระหนี้ตามคำขอเลตเตอร์ออฟเครดิตอันเป็นมูลเหตุให้มีการส่งมอบรถยนต์มาทางเรือเดินทะเลนั้น ไม่มีสิทธิที่จะนำเงินที่ได้จากการขายสินค้าไปหักกับหนี้รายอื่นหรือหักกับหนี้ของจำเลยที่ 2 ที่มีต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 194 พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 18

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 5,160,331.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 2,925,085.36 บาท นับแต่วันที่ 26 มีนาคม 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งเจ็ดจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระขอให้ยึดทรัพย์จำนองคือที่ดินโฉนดเลขที่ 6944, 6945 และ 6946 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ 7 และทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งเจ็ดขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์นำเงินที่ขายรถยนต์ VOLK CARAVELLE คันหมายเลขตัวถัง WV2ZZZ70ZVH073650 จำนวน 1,400,000 บาท และรถยนต์ VOLK CARAVELLE คันหมายเลขตัวถัง WV2ZZZ70ZVH074238 จำนวน 1,400,000 บาท ไปหักกับหนี้ของจำเลยที่ 2 ที่มีต่อโจทก์ และหนี้ตามคำขอให้ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตของจำเลยที่ 1 ฉบับอื่น ได้หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์อยู่ในฐานะผู้รับตราส่งสินค้ารถยนต์ VOLK CARAVELLE ทั้งสองคันตามใบตราส่งก็เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามคำขอให้ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตที่จำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์ชำระเงินค่าสินค้ารถยนต์ VOLK CARAVELLE คันหมายเลขตัวถัง WV2ZZZ70ZVH073650 และ

คันหมายเลข WV2ZZZ70ZVH074238 ที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อแทนจำเลยที่ 1 ไปก่อน สินค้ารถยนต์ทั้งสองคันตามใบตราส่งดังกล่าวจึงเป็นการประกันหนี้ตามคำขอให้ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตของจำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์ทั้งสองคันไปหักกับหนี้รายอื่น แต่ต้องนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์ทั้งสองคันไปชำระหนี้ตามคำขอให้ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตอันเป็นมูลเหตุให้มีการส่งรถยนต์แต่ละคันมาทางเรือเดินทะเลนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธินำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์ดังกล่าวไปหักจากหนี้ของจำเลยที่ 2 ที่มีต่อโจทก์และหนี้ตามคำขอให้ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตของจำเลยที่ 1 ฉบับอื่นได้นั้น

ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น... พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระหนี้ตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตเลขที่ 96/0994 จำนวน 25,200 ปอนด์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มกราคม 2540 เป็นต้นมาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้นำเงินจำนวน 1,141,106.18 บาท ไปหักชำระหนี้ที่คำนวณได้ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2541 โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินถัวเฉลี่ยราคาขายตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 3 สิงหาคม 2541 หากไม่มีประกาศในวันดังกล่าว ก็ให้ใช้ประกาศฉบับก่อนหน้านั้น ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระหนี้ตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต เลขที่ 97/0044 จำนวน 25,200 ปอนด์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันที่ 24 มกราคม 2540 เป็นต้นมา จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้นำเงินจำนวน 1,144,566.54 บาท ไปหักชำระหนี้ที่คำนวณได้ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2541 โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินถัวเฉลี่ยราคาขายตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 3 สิงหาคม 2541 หากไม่มีประกาศในวันดังกล่าวก็ให้ใช้ประกาศฉบับก่อนหน้านั้น หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนอง คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 6944, เลขที่ 6945 และเลขที่ 6946 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์อื่น ๆ ของจำเลยทั้งเจ็ดออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 10,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · พลรัตน์ ประทุมทาน · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางจรูญลัขณ์ อินทจาร รัตนราช
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)63/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ80/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ183/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2559

ตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 "ใบตราส่ง" หมายความว่าเอกสารที่ผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งของเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเลแสดงว่าผู้ขนส่งได้รับของตามที่ระบุในใบตราส่งไว้ในความดูแลหรือไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2878/2559

ตามหนังสือรับรองบริษัทจำเลยที่ 1 ระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายหน้าและตัวแทนดำเนินการตามพิธีการศุลกากร ทั้งที่การท่าอากาศยานและการท่าเรือเพื่อนำสินค้าเข้าและส่งสินค้าออกไปยังต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9784/2556

ใบตราส่งถือเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเล ซึ่งจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ขนส่งได้ออกให้แก่โจทก์ผู้ส่ง อันแสดงว่า จำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งได้รับของตามที่ระบุไว้ในใบตราส่งไว้ในความดูแลหรือได้บรรท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15502/2556

ผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากผู้ขนส่งตามสัญญารับขนของทางทะเลเนื่องจากสินค้าที่ขนส่งสูญหาย เสียหาย หรือมีการส่งมอบชักช้านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่สัญญากับผู้ขนส่งเสมอไป ผู้ทรงใบตราส่งโดยชอบจึงย่อม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15083/2556

จำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ที่เข้าทำสัญญาขนส่งกับโจทก์แทนจำเลยที่ 2 ตัวการ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์แต่ลำพังตนเองตาม ป.พ.พ. มาตรา 824 ที่บัญญัติไว้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้