คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยไม่ได้ก่อสร้างอาคารชุดตามงวดการชำระเงิน ซึ่งคงจะหมายถึงระยะเวลาภายหลังการทำสัญญาเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งโจทก์มีหน้าที่จะต้องชำระเงินตามงวดตั้งแต่งวดแรกภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2525 เป็นต้นไป เห็นว่า ตามสัญญาข้อ 4 ระบุไว้ชัดว่าจำเลยที่ 1 จะดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จภายในเดือนธันวาคม 2526 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่โจทก์จะผ่อนชำระเงินตามงวดเสร็จสิ้น ดังนั้นที่โจทก์อ้างว่าตามข้อสัญญาหมายความว่าจำเลยต้องดำเนินการก่อสร้างอาคารชุดตามงวดการชำระเงินนั้น จึงเป็นเพียงการกะประมาณเอาหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตามสัญญาโดยแท้จริงก็คือต้องสร้างอาคารชุดให้เสร็จภายในเดือนธันวาคม 2526 อย่างไรก็ดี ปรากฎตามเอกสารหมาย
ล.6 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2525 ว่า จำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างบริษัทผลิตภัณฑ์ซีแมก จำกัด ตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ทั้งนี้จำเลยนำสืบว่าก่อนหน้านั้นต้องเจาะสำรวจดินเพื่อหาข้อมูลในการปักเสาเข็มก่อน ซึ่งบริษัทซอยเทสติ้งสยาม จำกัด ผู้รับจ้างเจาะสำรวจดินทำงานล่าช้าไปประมาณ 1 เดือนครึ่ง ซึ่งเป็นปกติวิสัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อคำนวณดูแล้วอย่างน้อยจำเลยก็ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2525 ดังนั้น จึงเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินมัดจำคืน ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาและคำแก้ฎีกาอีกอย่างใด เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล โดยกำหนดค่าทนายความรวม 9,000 บาท แทนจำเลยทั้งสี่