Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาซื้อครอสอาร์มเลนท์จำนวน 1,100 ชิ้นจากจำเลยตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 1 มีความว่าสินค้ามีคุณสมบัติตรงตามสเปซิฟิเคชั่นที่เสนอต่อโจทก์ทุกประการจำหน่ายโดยบริษัทคังเซ้งประเทศไทย และข้อ 2 มีความว่าผู้ขายรับรองว่าสินค้าที่ขายให้ตามสัญญามีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามรายละเอียดที่กล่าวในข้อ 1 และตรงตามสเปซิฟิเคชั่นที่แนบท้ายสัญญาผู้ขายรับรองว่าเมื่อตรวจทดลองแล้วต้องมีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ด้วยและก่อนทำสัญญาซื้อขายโจทก์ได้จัดให้มีการประกวดราคากำหนดคุณลักษณะและคุณภาพของสินค้าให้ผู้ยื่นซองประกวดราคาทราบเมื่อจำเลยประมูลได้แล้วจึงได้ทำสัญญาซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.1 การซื้อขายดังกล่าวเป็นการซื้อขายตามเงื่อนไขเรียกประกวดราคาของโจทก์นอกจากนี้การซื้อขายนี้ยังยอมให้โจทก์ตรวจสอบคุณภาพก่อนดังนั้นรายละเอียดแนบท้ายสัญญาจึงเป็นเพียงรายละเอียดประกอบสัญญาเท่านั้นจึงเป็นการซื้อขายธรรมดามิใช่การซื้อขายตามตัวอย่างอันผู้ขายจะต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ตรงตามตัวอย่างและในเรื่องนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความเป็นอย่างอื่นจึงมีกำหนดสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 เดิม หรือ 193/30 ใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาซื้อขายวัสดุประเภทอุปกรณ์บำรุงรักษาอุปกรณ์ตอนนอกกับโจทก์ โดยจำเลยตกลงขาย Cross Arm Length ให้แก่โจทก์จำนวน 1,100 ชิ้น เป็นเงินจำนวน229,790 บาท จำเลยได้ส่งมอบสิ่งของให้แก่โจทก์แต่ไม่ผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับของโจทก์เพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับที่จำเลยเสนอขายแก่โจทก์จำนวน 1,012 ชิ้น โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยนำของมาเปลี่ยนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่นำมาเปลี่ยนให้และได้ขอเลิกสัญญา สำหรับสินค้าที่ไม่ผ่านการตรวจรับจำนวน 1,012 ชิ้น แก่โจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ต้องจัดซื้อสิ่งของทดแทนจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ศรีรุ่งเรืองถือว่าจำเลยผิดสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 311,545.37 บาท (ที่ถูกคือ 311,545.87 บาท ) แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 258,276.37 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดเพราะจำเลยที่1ได้ส่งมอบของตามสัญญาแก่โจทก์แล้วแต่โจทก์ใช้เวลาตรวจรับจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2532 จึงแจ้งให้จำเลยทราบว่าเป็นสิ่งของที่ไม่ตรงตามสัญญาเป็นความล่าช้าของโจทก์เอง จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับเป็นรายวันแก่โจทก์และไม่ต้องรับผิดในการที่โจทก์จัดซื้อสิ่งของทดแทนในราคาสูงขึ้นจำนวน 211,406.80 บาท

โจทก์ฟ้องคดีเกิน 2 ปี นับแต่วันเลิกสัญญาคดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 143,693.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 1 มีความว่าผู้ซื้อตกลงซื้อผู้ขายตกลงขาย CROSS ARM LENGTH จำนวน 1,100 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 208.90 บาท และมีคุณสมบัติตรงตาม Specification ที่เสนอต่อองค์การโทรศัพท์ทุกประการจำหน่ายโดยบริษัทคังเช้งประเทศไทยเป็นราคารวมทั้งสิ้น 229,790 บาท และข้อ 2 มีความว่าผู้ขายรับรองว่าสิ่งของที่ขายให้ตามสัญญามีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามรายละเอียดที่กล่าวไว้ในสัญญาข้อ 1 และตรงตามSpecification ที่แนบท้ายสัญญานี้ ในกรณีที่เป็นการซื้อสิ่งของซึ่งจะต้องมีการตรวจทดลองผู้ขายรับรองว่าเมื่อตรวจทดลองแล้วต้องมีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ด้วยและเป็นของแท้ใหม่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน

ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าก่อนทำสัญญาซื้อขายฝ่ายโจทก์ได้จัดให้มีการประกวดราคากำหนดลักษณะและคุณภาพของสินค้าให้ผู้ยื่นซองประกวดราคาทราบ เมื่อจำเลยที่ 1 ประมูลได้แล้วจึงได้ทำสัญญาซื้อขายกำหนดคุณสมบัติและรายละเอียดตามเอกสารหมาย จ.1 เห็นว่าการซื้อขาย Cross Arm Length ดังกล่าวเป็นการซื้อขายตามเงื่อนไขเรียกประกวดราคาของโจทก์ นอกจากนี้การซื้อขายรายนี้ยังยอมให้โจทก์ตรวจทดลองคุณภาพก่อนว่ามีคุณภาพตามที่กำหนดในสัญญาหรือไม่รายละเอียดแนบท้ายสัญญาจึงเป็นเพียงรายละเอียดประกอบสัญญาเท่านั้นจึงเป็นการซื้อขายธรรมดา มิใช่การซื้อขายตามตัวอย่างอันผู้ขายจะต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ตรงตามตัวอย่างและในเรื่องนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นจึงมีกำหนดสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 เดิม หรือ 193/30 ใหม่ จำเลยได้ส่งมอบสินค้าให้โจทก์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2531 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์2535 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2537

สิทธิเรียกร้องให้คืนเงินค่าสินค้าในกรณีสัญญาซื้อขายเลิกกันไม่มีกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 เดิม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998/2521

โจทก์ทำสัญญาซื้อเครื่องรับส่งวิทยุ วี เอชเอฟ/ เอฟ เอ็ม แบบกระเป๋าหิ้วยี่ห้อเทเลคอม แบบ ที 161 จำนวน 21 ชุด จากบริษัทจำเลยมีรายละเอียดดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.1 ตามสัญญาซื้อขายข้อ 2 มีความว่า "สิ่งของที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7727/2540

โจทก์เรียกค่าสินค้าคืนจากจำเลย พร้อมให้ชำระเบี้ยปรับและค่าเสียหายโดยอ้างเหตุว่าจำเลยส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามที่ระบุไว้ในสัญญาอันเป็นการผิดสัญญาข้อ 7 ซึ่งมิใช่เป็นเรื่องที่มีการส่งมอบสินค้าถูกต้องตามสัญญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2539

โจทก์ฟ้องจำเลยที่1ให้รับผิดในมูลหนี้ตามคำขอเบิกเงินล่วงหน้าตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือสัญญาซื้อขายอันเป็นสัญญาซึ่งมีผลบังคับได้ตามกฎหมายชนิดหนึ่งโดยโจทก์บรรยายฟ้องว่าในการทำคำขอเบิกเงินล่วงหน้าตามเล็ตเต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1213/2529

จำเลยที่1ส่งมอบฝ้ายปุยที่โจทก์สั่งซื้อต่ำกว่าคุณสมบัติของฝ้ายตามตัวอย่างให้โจทก์โจทก์จึงฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกันการปฏิบัติตามสัญญาเป็นการฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกันเนื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้