Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การยกที่ดินมีโฉนดให้โดยเพียงแต่พูดด้วยวาจาไม่ได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หาชอบด้วยกฎหมายไม่ ทรัพย์มรดก เมื่อทายาทได้ปกครองร่วมกันมา แม้จะล่วงพ้นกำหนด1 ปี หลังจากเจ้ามรดกตายแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ถึง 10 ปี ทายาทย่อมมีสิทธิฟ้องขอแบ่งมรดกนั้นได้ ที่งอกหน้าที่ดินย่อมตกเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น ที่งอกหน้าที่ดิน เมื่อมีผู้ครอบครองเป็นส่วนสัดโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีที่งอกนั้นย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า มารดาโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้รับมรดกที่ดินของนางสาวจิ๋วและปกครองร่วมกันมา ต่อมามารดาโจทก์ตาย ที่ดินส่วนมารดาโจทก์จึงตกเป็นของโจทก์ จำเลยที่ 2 ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้โจทก์ออกจากที่ดิน โจทก์ไปตรวจดูหลักฐานที่สำนักงานที่ดินจึงทราบว่าจำเลยที่ 1 ลอบไปขอรับมรดกนางสาวจิ๋วเสียแต่ผู้เดียวแล้วโอนให้จำเลยที่ 2 ไปในวันเดียวกันโดยไม่สุจริต และจำเลยที่ 1 ได้แจ้งการครอบครองที่งอกหน้าที่ดินต่อพนักงานที่ดินโดยปกปิดมิให้มารดาโจทก์และโจทก์ทราบ โจทก์ได้ร้องคัดค้านไว้แล้ว ขอให้ศาลเพิกถอนการโอนที่ดินและการโอนรับมรดกของจำเลย และให้แบ่งที่ดินอันเป็นมรดกนางสาวจิ๋วรวมทั้งที่งอกหน้าที่ดินให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่งหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันจำเลยต่อสู้ว่า

ก่อนตายนางสาวจิ๋วได้ยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลยจำเลยได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวรวมทั้งที่งอกมาจนบัดนี้ การโอนรับมรดกและการยกให้ตลอดจนการแจ้งการครอบครอง มารดาโจทก์กับโจทก์ทราบและยินยอมไม่คัดค้าน มารดาโจทก์และโจทก์ที่ 2 อยู่ในที่ดินตามฟ้องโดยอาศัยจำเลยที่ 1 อยู่ คดีโจทก์ขาดอายุความมรดกและอายุความฟ้องร้องแล้ว และฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์ที่ 2 ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า นางสาวจิ๋วไม่ได้ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 หากยกให้ก็มิได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำพินัยกรรมยกให้ จำเลยที่ 1 ไม่ได้ครอบครองเป็นปรปักษ์เกินกว่า 10 ปี ที่ดินมรดกของนางสาวจิ๋วตกได้แก่มารดาโจทก์กับจำเลยที่ 1 มารดาโจทก์ตายโจทก์ได้ครอบครองต่อมา

ไม่ได้อาศัยจำเลยอยู่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ที่ดินมรดกนางสาวจิ๋วตกได้แก่จำเลยที่ 1 กับมารดาโจทก์คนละครึ่ง มารดาโจทก์ตาย ส่วนของมารดาโจทก์จึงตกได้แก่โจทก์ ส่วนที่งอกจำเลยที่ 1 ได้แยกครอบครองเป็นส่วนสัดโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปีแล้ว จึงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 พิพากษาว่าการจดทะเบียนรับมรดกที่ดินและจดทะเบียนโอนระหว่างจำเลยทั้งสองไม่ผูกพันส่วนของมารดาโจทก์ ให้แบ่งที่ดินเว้นส่วนที่งอกออกเป็นสองส่วน ให้โจทก์กึ่งหนึ่ง หรือให้ประมูลราคาระหว่างกันเองหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นางสาวจิ๋วได้ยกที่ดินทั้งหมดให้จำเลยที่ 1 จริง และที่งอกริมตลิ่งเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้นพิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด ให้ขับไล่จำเลยที่ 2 และบริวารให้รื้อเรือนออกไป และห้ามเกี่ยวข้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยอ้างว่านางสาวจิ๋วยกที่ดินให้นั้นเพียงพูดด้วยวาจา

ไม่ได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายข้อที่จำเลยว่าครอบครองปรปักษ์มาก็รับฟังไม่ได้ ที่ดินมรดกนางสาวจิ๋วจึงตกได้แก่มารดาโจทก์กับจำเลยที่ 1 และได้ครอบครองร่วมกันมา เมื่อมารดาโจทก์ตาย โจทก์ทั้งสามก็ยังอยู่ในที่นั้นต่อมา จึงมีสิทธิฟ้องขอแบ่งมรดกของมารดาได้แม้จะล่วงพ้นกำหนด 1 ปีแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1748 และโจทก์ฟ้องคดียังไม่พ้น 10 ปี จึงไม่ขาดอายุความส่วนที่งอกหน้าที่ดินเชื่อว่านางสาวจิ๋วยกให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปี จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · มณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้