Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9061/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องอ้างว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1 จำนวน 213,500 หุ้น ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าว จึงเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ต่อมาโจทก์ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 แต่ศาลไม่มีการแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทั้ง ๆ ที่นับแต่โจทก์ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) จึงไม่อาจถือได้ว่าในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบตามกฎหมายแล้ว หลังจากนั้นโจทก์ยังคงให้ทนายความยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาและยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งต่าง ๆ ของศาลชั้นต้นอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าว แม้ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์จะยื่นคำแถลงขอเข้าว่าคดีแทนก็หาทำให้กลับเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลังไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 จำนวน 213,500 หุ้น หมายเลขหุ้น 1 ถึง 213500 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร แก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล ให้จำเลยที่ 1 จดแจ้งชื่อและจำนวนหุ้นของโจทก์ลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น ห้ามจำเลยที่ 2 ใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 และห้ามยุ่งเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ถือหุ้น

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 50,000 บาท แทนจำเลยทั้งสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา ปรากฏข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.5746/2555 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งที่ผิดระเบียบ โดยอ้างว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2555 หลังจากนั้นการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและฎีกาของโจทก์เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 22 และมาตรา 25 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2556 ล่วงพ้นกำหนดเวลายื่นฎีกาแล้ว

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลายื่นฎีกา คำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีในชั้นฎีกาอย่างคนอนาถาและคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า เป็นอุทธรณ์คำสั่งที่สืบเนื่องจากคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นฎีกาและคำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้น คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งว่า ให้รวมไว้วินิจฉัยพร้อมคำพิพากษาศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอ้างว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1 จำนวน 213,500 หุ้น ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าว จึงเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ต่อมาโจทก์ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.5746/2555 ระหว่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ นายธนดลหรือสมชาย ลูกหนี้ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 แต่การอ่านคำพิพากษาดังกล่าวศาลไม่มีการแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ทั้ง ๆ ที่นับแต่โจทก์ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 22 (3) โจทก์จึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ได้อีก จึงไม่อาจถือได้ว่าในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบตามกฎหมายแล้ว นอกจากนี้หลังจากนั้นโจทก์ยังคงดำเนินกระบวนพิจารณาด้วยตนเองต่อมาโดยให้ทนายความยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา และยื่นฎีกาฉบับลงวันที่ 25 ธันวาคม 2555 พร้อมคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งต่าง ๆ ของศาลชั้นต้นอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าว แม้ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์จะยื่นคำแถลงขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์ ก็หาทำให้กลับเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลังได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา และยกฎีกาของโจทก์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ฟังแล้วจึงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี ประจวบลาภ · เกษม เกษมปัญญา · ชาติชาย กริชชาญชัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายวิศณุ เลื่อมสำราญ
ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.297/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2172/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ5947/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้