Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสองฟ้องฐาน ละเมิดขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนรวมกันเป็นเงิน 58,095.50 บาท แต่ จำนวนเงินที่โจทก์ที่ 1 ในฐานะ ผู้รับประกันภัยมีสิทธิเรียกร้องคือ 23,659.50บาท ซึ่ง เป็นเงินที่โจทก์ที่ 1 รับช่วงสิทธิมาจากโจทก์ที่ 2 ส่วนโจทก์ที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนส่วนอื่นที่โจทก์ที่เรียกร้องไม่ได้เป็นจำนวน 34,400 บาท ดังนี้ หนี้ที่โจทก์ทั้งสองเรียกร้องไม่ใช่หนี้ร่วมที่ไม่อาจจะแบ่งแยกได้ ที่โจทก์ทั้งสองแต่ ละคนฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดจึงเป็นคดีที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีโจทก์จึงต้องห้าม ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 2 โดยประมาทเลินเล่อ ชนรถยนต์เก๋งของโจทก์ที่ 2 ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ที่ 1 ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 23,695.50 บาทและโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 34,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสอง ให้การว่าจำเลยที่ 1 มิได้ประมาทเลินเล่อความเสียหายเกิดขึ้นเนื่องจากความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างโจทก์ที่ 2 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่รถทั้งสองคันชนกันกรณีเป็นการประมาทเลินเล่อทั้งสองฝ่าย ไม่อาจเรียกค่าเสียหายแก่กันได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นอีกโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"แม้ว่าคดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องฐานละเมิดขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมกันเป็นจำนวนเงิน58,095.50 บาท แต่จำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 แต่ละคนมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ให้นั้น สำหรับโจทก์ที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 23,695.50 บาท และโจทก์ที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 34,400 บาท โจทก์ที่ 1 ในฐานะผู้รับประกันภัยรับช่วงสิทธิมาจากโจทก์ที่ 2 แล้ว และโจทก์ที่ 2 เรียกค่าสินไหมทดแทนส่วนอื่นที่โจทก์ที่ 1 เรียกร้องไม่ได้จึงไม่ใช่เป็นหนี้ร่วมที่ไม่อาจจะแบ่งแยกได้ ที่โจทก์ทั้งสองแต่ละคนฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น เป็นคดีที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่าเหตุคดีนี้รถของฝ่ายโจทก์และจำเลยต่างเป็นรถที่แล่นมาและได้รับสัญญาณจราจรไฟเขียวให้ผ่านพ้นสี่แยกที่เกิดเหตุ รถโจทก์เป็นเส้นทางเดินรถในทางตรง ส่วนรถจำเลยจะเลี้ยวขวาในทางที่สวนกันต้องรอให้รถทางตรงแล่นผ่านพ้นไปเสียก่อน เมื่อปลอดภัยดีแล้วจึงชอบที่จะแล่นเลี้ยวขวาไปได้ แต่ผู้ขับขี่รถฝ่ายจำเลยหาได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 ไม่ ดังนั้นรถชนกันคดีนี้จึงเป็นความผิดของจำเลยที่ 1 เพียงฝ่ายเดียวที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์ประมาทด้วยนั้นจึงเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาโจทก์ทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5689/2552

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 บิดาโจทก์กับจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าที่ดินเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับ อ. มารดาโจทก์ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว จึงเป็นการเรียกให้ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5929/2548

แม้โจทก์ทั้งสี่ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคู่ความในคดีเดียวกันเพราะโจทก์ทั้งสี่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 59 ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงข้ออ้างที่โจทก์ทั้งสี่ยกขึ้นเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2541

โจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่เป็นมรดกเนื้อที่ 119.45 ตารางวา ราคา 1,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งห้าแม้จะฟ้องรวมกันมาโดยมิได้ระบุส่วนที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับในคำฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2538

การที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยทั้งสองชำระค่าสินค้าตามฟ้องครบถ้วนแล้วเป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระค่าสินค้าตามฟ้องแก่โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3014/2537

จำเลยแต่ละคนแยกการครอบครองที่พิพาทเป็นสัดส่วนต่างหากจากกัน การที่จะพิจารณาว่าราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่ จะต้องถือตามราคาทรัพย์ที่พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้