คำฟ้องและคำให้การ
คดีเรื่องนี้ได้ความตามโจทก์ฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่าจำเลยมีปืนแก๊ปยาว 1 กระบอกซึ่งยิงได้ไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนพ.ศ. 2490มาตรา 7-72 ให้ปรับ 240 บาท ลดตามมาตรา 59 กึ่งหนึ่งคงเหลือ 120 บาท ส่วนปืนของกลางนั้นเห็นว่าตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 ไม่มีบัญญัติให้ริบผิดกับพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2477 มาตรา 60 ซึ่งยกเลิกไปแล้วและปืนไม่ใช่ของที่ผิดกฎหมายในตัวเองจะริบตามกฎหมายอาญามาตรา 27, 28 ไม่ได้จึงไม่ริบโจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบปืนตามกฎหมายอาญา มาตรา 28
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าริบปืนของกลางได้ตามกฎหมายอาญา มาตรา 28พิพากษาแก้ให้ริบปืนของกลางจำเลยฎีกาศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าปืนเป็นศาตราวุธที่ร้ายแรงสามารถทำให้ตายหรือบาดเจ็บสาหัสได้ง่ายกฎหมายจึงบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง เว้นไว้แต่บุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่แล้วเท่านั้นและปืนทุกกระบอกจะต้องมีเครื่องหมายประจำปืนตามมาตรา 10 ปืนของกลางเป็นปืนเถื่อนไม่มีเครื่องหมายประจำอาวุธปืนกฎหมายจึงห้ามมิให้มี จำเลยมีไว้เป็นความผิด ศาลจึงมีอำนาจริบได้ตามกฎหมายอาญา มาตรา 28 อันเป็นแม่บทสำหรับการริบทรัพย์ซึ่งใช้ทั่วไปในสรรพคดีตาม มาตรา 11 และพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 ก็มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นด้วย การที่พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 มิได้บัญญัติเรื่องริบไว้ ผิดกับพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2477 นั้นไม่ได้กระทบกระเทือนถึงหลักใหญ่ในข้อกฎหมายอันเกี่ยวแก่การริบทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญาแต่ประการใดเลย