Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีแพ่ง ปัญหาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย หากแต่เป็นเรื่องระหว่างโจทก์จำเลยโดยเฉพาะไม่กระทบกระเทือนถึงประชาชนหรือบุคคลภายนอกแต่ประการใด ถ้าจำเลยเห็นว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม จำเลยก็ชอบที่จะระวังผลประโยชน์ของตนเอง โดยต่อสู้ไว้เสียตั้งแต่ศาลชั้นต้น คดีแพ่งหาเหมือนกับคดีอาญาไม่ เมื่อจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้เป็นความบกพร่องของตนเอง ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้อนี้ จำเลยทำสัญญาขายส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดของคนให้โจทก์ โดยจำเลยยอมตกลงทำถนนในที่ดินของจำเลยแปลงที่ติดต่อกัน เพื่อโจทก์จะได้ใช้เป็นทางออกสู่ถนนหลวงได้ เมื่อโจทก์ผู้ซื้อได้ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้ว หากจำเลยไม่ยอมทำถนนดังกล่าว โจทก์ในฐานะคู่สัญญาย่อมฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ กรณีเช่นนี้ จำเลยจะเถียงว่า นิติกรรมรายนี้ยังไม่มีการจดทะเบียน ยังไม่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 หาได้ไม่ เพราะชั้นนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องและอ้างว่ามีสิทธิทางเดินอยู่แล้ว (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2503 เฉพาะปัญหาข้อแรก)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ได้ความว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๓๐๓๓, ๑๓๑๙ และ ๓๑๔๓ และได้ตกลงขายส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ ๓๑๔๓ ให้โจทก์ โดยจำเลยตกลงจะรวมโฉนดทั้งสาม ซึ่งติดต่อกัน ทำถนนผ่านกลางออกไปสู่ถนนอินทรพิทักษ์ด้านเหนือ โดยให้โจทก์ออกค่าที่ดินที่ตัดทำเป็นถนนตอนหน้าที่ดินของโจทก์ครึ่งหนึ่งและจำเลยได้เรียกเก็บเงินค่าที่ดินที่ตัดเป็นถนนดังกล่าว จากโจทก์ไปแล้ว แต่จำเลยกลับขัดขวางไม่ยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินนั้น เป็นทางเข้าออกและกั้นรั้วรุกเข้ามาในที่ดินที่โจทก์ซื้อด้วย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสอง ให้จำเลยเปิดที่ดินโฉนด ที่ ๑๓๑๙ ของจำเลยเป็นทางเดินสำหรับที่ดินโฉนดที่ ๔๑๙ ของโจทก์สำหรับใช้ออกไปสู่ถนนอินทรพิทักษ์และห้ามไม่ให้จำเลยและบริวารขัดขวางในการที่โจทก์จะทำและใช้ที่ดินโฉนดที่ ๑๓๑๙ ของจำเลยเป็นถนน เป็นทางเดินใช้รถยนต์เข้าออกได้ต่อไป และให้จำเลยนำโฉนดที่ ๑๓๑๙ ของจำเลยไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ให้ที่ดินโฉนดที่ ๔๑๙๔ ของโจทก์ใช้เป็นทางออกไปสู่ถนนอินทรพิทักษ์ต่อไป ถ้าจำเลยไม่นำไปจดทะเบียน ก็ให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนไปโดยถือเอาคำพิพากษานี้เป็นการแสดงเจตนาของจำเลยแทน กับให้จำเลยรื้อรั้วไปจากเขตของโจทก์ ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกาเกี่ยวกับข้อกฎหมายมีว่า :-

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่คัดค้านฟ้องของโจทก์ว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดชอบแล้ว เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ บัญญัติไว้แล้วว่า ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในอุทธรณ์นั้น คู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งและต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว ในศาลชั้นต้น เว้นแต่จะเป็นเรื่องที่เข้าข้อยกเว้นดังกล่าวไว้ในวรรคสองแห่งมาตรานี้ จึงจะอยู่ในข่ายที่จะหยิบยกวินิจฉัยให้ แต่ข้อโต้แย้งของจำเลยมิได้อยู่ในหลักเกณฑ์นี้ คือ ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยเพราะปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เป็นเรื่องกระทบกระเทือนถึงประชาชนทั่วไป หรือบุคคลภายนอกแต่ข้อที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม หรือไม่นี้ เป็นเรื่องระหว่างโจทก์จำเลย จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้เป็นความบกพร่องของตนเอง ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยโต้แย้งว่า โจทก์อ้างได้ภารจำยอมทางนิติกรรม ก็ไม่ได้จดทะเบียนจึงไม่เป็นหลักฐานตามกฎหมาย ใช้บังคับจำเลยไม่ได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยได้โอนขายที่ดินให้โจทก์ตามเอกสาร จ.๑ โดยกำหนดเงื่อนไขให้มีการตัดถนนให้โจทก์ได้ใช้ออกสู่ถนนอินทรพิทักษ์ได้ ก็เมื่อทางฝ่ายโจทก์ผู้ซื้อได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยครบถ้วนแล้ว ไฉนจำเลยในฐานะเจ้าของที่ดิน และเป็นคู่สัญญากับโจทก์จะมีสิทธิบิดพลิ้วไม่จำต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญา ที่ตนผูกมัดอยู่ได้อย่างไร เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์ในฐานะคู่สัญญาก็ฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาได้ จะเถียงว่านิติกรรมรายนี้ยังไม่มีการจดทะเบียน ยังไม่บริบูรณ์ตาม มาตรา ๑๒๙๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะชั้นนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา เพื่อให้จำเลยยอมให้โจทก์ใช้ทางและให้จำเลยไปจดทะเบียนให้โจทก์ได้สิทธิตามที่ได้ตกลงไว้ ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องและอ้างว่ามีสิทธิทางเดินอยู่แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายหรุ่น แขวงโสภา
ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3498/2551

คำฟ้องอุทธรณ์ที่ระบุว่าจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่มีเพียงจำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์เพียงผู้เดียว ส่วนทนายความจำเลยทั้งสองลงชื่อมาในช่องเป็นผู้เรียง/พิมพ์ เท่านั้น จึงต้องถือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325/2539

การที่โจทก์แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 1831 ออกเป็นแปลงย่อยปลูกสร้างตึกแถวขายถึง 50 แปลง อีกทั้งยังจัดให้มีการทำถนนออกสู่ทางสาธารณะโดยจัดสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างตึกแถวขายเพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อตึกแถวเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2559

จำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ทั้งสาม โดยทำข้อตกลงว่ากรณีจำเลยสามารถหาทางออกสู่ถนนสาธารณะได้ จำเลยจะให้ทางออกแก่ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของโจทก์ทั้งสาม เฉพาะแก่โจทก์ทั้งสาม 3 ครอบครัว เป็นทางกว้าง 3 เมตร ข้อตกลงดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9136/2557

ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้คัดค้านจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างไว้ในคำคัดค้าน แต่เมื่อปัญหานี้ปรากฏตามคำร้องขอในสำนวน ผู้คัดค้านชอบจะหยิบยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1023/2546

ล. ก่อสร้างตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ ลงบนที่ดินแปลงย่อยซึ่งแบ่งจากที่ดินแปลงใหญ่รวม 121 คูหา เรียงติดต่อกัน การที่ อ. จัดจำหน่ายที่ดินพร้อมตึกแถวตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป โดยมีทางเท้าและถนนผ่านหน้าตึก โครงกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้