Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9141/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ ป. ไปดำเนินการออกโฉนดที่ดินแทนผู้เสียหายการที่จำเลยยึดหน่วงโฉนดที่ดินของผู้เสียหายไว้ สืบเนื่องมาจาก ป. กู้ยืมเงินจากจำเลยเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดให้แก่ผู้เสียหาย โดย ป. จะได้รับค่าจ้างเป็นการตอบแทนหลังจากได้รับโฉนดที่ดินแล้ว และ ป. นำโฉนดที่ดินให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกัน อีกทั้ง ป. มิได้เป็นญาติหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอันใดกับผู้เสียหายในการที่จะดำเนินการรังวัดออกโฉนดให้ผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าตอบแทน และผู้เสียหายก็ยอมรับว่า ป. แจ้งว่านำโฉนดที่ดินไปให้ไว้กับจำเลย หากผู้เสียหายชำระเงินจำนวน 700,000 บาท จะนำโฉนดที่ดินมาคืนให้ และจำเลยยังได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายให้ผู้เสียหายชำระเงินคืนให้ พฤติการณ์มีเหตุอันสมควรทำให้จำเลยเข้าใจว่า ป. มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหาย เมื่อ ป. ตกลงให้จำเลยรับเงินจากผู้เสียหายแทนโดยมอบโฉนดที่ดินแก่ผู้เสียหายจนกว่าผู้เสียหายจะชำระค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินให้ก่อนนั้น จำเลยจึงขาดเจตนากระทำความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 188

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 83 จำคุก 2 ปี และปรับ 9,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี กับให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือน ต่อครั้ง ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้ผู้เสียหายจะไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยผู้เสียหายคงมีนิติสัมพันธ์กับนางปัณฑารีย์ เนื่องจากผู้เสียหายมอบอำนาจให้นางปัณฑารีย์ไปดำเนินการออกโฉนดที่ดินแทนผู้เสียหายตามที่โจทก์ฎีกา แต่การที่จำเลยยึดหน่วงโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ของผู้เสียหายไว้ สืบเนื่องมาจากนางปัณฑารีย์กู้ยืมเงินจากจำเลย โดยจำเลยเบิกความว่านางปัณฑารีย์กู้ยืมจากจำเลยเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหาย โดยจะได้รับเงินค่าจ้างเป็นการตอบแทนหลังจากได้รับโฉนดที่ดินแล้ว มีการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างนางปัณฑารีย์และจำเลยลงวันที่ 19 มีนาคม 2541 โดยนางปัณฑารีย์นำโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันตามสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่

ทั้งข้อเท็จจริงยังได้ความว่านางปัณฑารีย์มิได้เป็นญาติหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอันใดกับผู้เสียหายในการที่จะดำเนินการรังวัดออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าตอบแทน ดังนั้น แม้ผู้เสียหายจะเบิกความว่าไม่เคยตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินกับนางปัณฑารีย์ แต่ผู้เสียหายก็เบิกความด้วยว่านางปัณฑารีย์แจ้งว่านำโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ไปให้ไว้กับจำเลย หากผู้เสียหายชำระเงินจำนวน 700,000 บาท จะนำโฉนดที่ดินมาคืนให้ และจำเลยยังได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายให้ผู้เสียหายชำระเงิน ตามพฤติการณ์ดังกล่าวมีเหตุอันสมควรที่ทำให้จำเลยเข้าใจว่านางปัณฑารีย์มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหายในการไปขอออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหาย

เมื่อนางปัณฑารีย์ตกลงให้จำเลยเป็นผู้รับเงินจากผู้เสียหายแทนโดยมอบโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้จำเลยยึดถือไว้ การที่จำเลยไม่คืนโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้แก่ผู้เสียหายจนกว่าผู้เสียหายจะชำระค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับให้ก่อนนั้น จึงเป็นเรื่องที่จำเลยขาดเจตนาในการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุริยง ลิ้มสถิรานันท์ · สนอง เล่าศรีวรกต · ประทีป ดุลพินิจธรรมา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสมยศ ไขประพาย
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายประมวญ รักศิลธรรม
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.681/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1830/2542
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2260/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2568

การที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 188 ต้องเป็นการเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น เมื่อโฉนดที่ดินทรัพย์มรดกอันเป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกส่วนหนึ่งของ ฉ. ที่ต้องนำไปจำหน่ายแล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2148/2567

คำว่า "เอาไปเสีย" ตามมาตรา 188 มิได้มีความหมายเป็นอย่างเดียว กับคำว่า "เอาไป" ที่ใช้ในความผิดข้อหาลักทรัพย์ตามมาตรา 334 แต่หมายถึงการเอาไปจากที่เอกสารนั้นเคยอยู่ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3438/2566

โจทก์แยกฟ้องการกระทำผิดของจำเลยทั้งสามข้อโดยคำฟ้อง 1.1 และข้อ 1.2 โจทก์ระบุวันเวลากระทำผิดอย่างเดียวกันคือระหว่างวันนี้ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2559 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน วันเวลาใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2563

จำเลยปลอมใบสมัครบัตรเครดิตและบัตรวงเงินสดหมุนเวียนของโจทก์ร่วม ใช้แสดงเป็นพยานหลักฐานในการขอออกบัตร โดยจำเลยใช้เอกสารของผู้เสียหายที่ 2 ที่จำเลยปลอมขึ้นไปแสดงต่อพนักงานของโจทก์ร่วมพร้อมกับแสดงตนว่าเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7624/2562

พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ใดทำลายบัตรที่มีไว้สำหรับการออกเสียงโดยไม่มีอำนาจกระทำได้ หรือจงใจกระทำการด้วยประการใด ๆ ให้บัตรออกเสียงชำรุดห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้