Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9156/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องแย้งของจำเลยส่วนหนึ่งมีคำขอบังคับบุคคลภายนอกมิใช่ฟ้องแย้งโจทก์ซึ่งเป็นคู่ความในคดี ส่วนฟ้องแย้งอีกส่วนหนึ่งก็จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยฟ้องแย้งบุคคลภายนอกนั้น ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมพอที่จะรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7639 เนื้อที่ 17 ไร่ 2 งาน 85 ตารางวา จำเลยได้บุกรุกเข้าไปปลูกต้นส้มโอบนเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ทางด้านทิศใต้และได้ครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวตลอดมา จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนต้นส้มโอพร้อมทั้งขนย้ายออกไปจากที่ดิน โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยเองหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนากับให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 144,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 12,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 7639เดิมมีเนื้อที่เพียง 15 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา

จำเลยและนายทุเรียน ฤทธิ์ศรีสันต์ มีกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง เมื่อนายทุเรียนฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นขอแบ่งแยกศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้แบ่งแยกที่ดินคนละกึ่งหนึ่งหรือตามจำนวนที่มีอยู่ในขณะรังวัดแบ่งแยกโดยจำเลยได้ทางทิศตะวันตก ต่อมานายทุเรียนกับโจทก์และผู้มีชื่อได้ร่วมกันปลอมเอกสารเกี่ยวกับการขอแบ่งแยกที่ดิน และแก้ไขเนื้อที่ในโฉนดที่ดินดังกล่าวจากเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา เพิ่มเป็น 25 ไร่ 2 งาน94 ตารางวา การรังวัดเพิ่มเนื้อที่นี้ได้รุกล้ำทับที่ดินมือเปล่าที่จำเลยครอบครองอยู่ก่อนรวมเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน66 ตารางวา แล้วแบ่งแยกที่ดินให้จำเลยเพียง 8 ไร่ 9 ตารางวาซึ่งไม่ถูกต้อง การที่นายทุเรียนกับผู้มีชื่อสมคบกันนำที่ดินมือเปล่าที่จำเลยครอบครองโดยชอบไปออกโฉนดแล้วนำที่ดินส่วนนี้ไปขายให้โจทก์ทั้ง

ๆ ที่โจทก์ก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ดินของจำเลย การซื้อขายระหว่างโจทก์กับนายทุเรียนและผู้มีชื่อจึงไม่ชอบเพราะโจทก์ซื้อที่ดินจากผู้ไม่มีอำนาจขายแม้เป็นการซื้อโดยทุจริต โจทก์ก็หาได้กรรมสิทธิ์ไม่ ขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์แก้เนื้อที่ดินพิพาทในโฉนดเลขที่ 7639 ให้มีเนื้อที่เท่าเดิมแล้วแบ่งแยกที่ดินใหม่ให้จำเลยได้ทางทิศตะวันตกกึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาตามยอมคดีหมายเลขแดงที่ 592/2535 ของศาลชั้นต้น ให้โจทก์โอนสิทธิครอบครองที่ดินที่ไม่มีหลักฐานเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 66 ตารางวาคืนให้จำเลยพร้อมทั้งส่งมอบให้จำเลยในสภาพดีดังเดิม หากโจทก์ไม่ไปหรือมิได้ส่งมอบให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนแก้ไขโฉนดตามคำฟ้องแย้งและค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 66 ตารางวา

คืนให้จำเลยและเสียภาษีเงินได้แทนจำเลย แล้วให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์กับนายทุเรียนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับคำให้การจำเลย จึงไม่รับฟ้องแย้งจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์พร้อมกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย และฟ้องแย้งว่านายทุเรียนกับโจทก์และผู้มีชื่อได้ร่วมกันปลอมเอกสารเกี่ยวกับการขอแบ่งแยกที่ดินและแก้ไขเนื้อที่ดินในโฉนดเลขที่ 7639 จากเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา เป็น25 ไร่ 2 งาน 94 ตารางวา ซึ่งเนื้อที่ส่วนที่เพิ่มนี้ได้รุกล้ำทับที่ดินมือเปล่าที่จำเลยครอบครองรวมเนื้อที่ 9 ไร่3 งาน 66 ตารางวา แล้วนายทุเรียนแบ่งแยกที่ดินให้จำเลยเพียง 8 ไร่ 9 ตารางวา โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทโดยทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ดินของจำเลย การซื้อขายระหว่างโจทก์กับนายทุเรียนและผู้มีชื่อจึงไม่ชอบ โจทก์จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ ขอให้บังคับโจทก์แก้ไขโฉนดที่ดินพิพาทจากเนื้อที่ 25 ไร่ 2 งาน 94 ตารางวา เป็นเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา แล้วทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินใหม่ให้โจทก์มีส่วนได้ 7 ไร่ 3 งาน64 ตารางวา

ทางด้านทิศตะวันออกและอีกกึ่งหนึ่งให้จำเลยมีส่วนได้ทางด้านทิศตะวันตก ตามที่จำเลยและนายทุเรียนได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอม ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 592/2535 ระหว่างนายทุเรียน ฤทธิ์ศรีสันต์ โจทก์นายบุญธรรม ฤทธิ์ศรีสันต์ จำเลย และให้โอนสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 66 ตารางวา คืนให้จำเลยพร้อมทั้งส่งมอบที่ดินคืนให้จำเลยในสภาพดีดังเดิม หากโจทก์ไม่ไปหรือมิได้ส่งมอบ ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์และให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนแก้ไขโฉนดตามคำฟ้องแย้งและค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 66 ตารางวา คืนให้จำเลยและเสียภาษีเงินได้แทนจำเลยด้วย แล้วให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับนายทุเรียน

ฤทธิ์ศรีสันต์ ฟ้องแย้งของจำเลยดังกล่าวเป็นคำฟ้องและมีคำขอบังคับบุคคลภายนอกมิใช่ฟ้องแย้งโจทก์ซึ่งเป็นคู่ความในคดี ส่วนฟ้องแย้งที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาฟ้องโจทก์ก็จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยฟ้องแย้งบุคคลภายนอกนั้นฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องของโจทก์พอที่จะรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ถือได้ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสาม ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าฟ้องแย้งของจำเลยไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม และไม่รับฟ้องแย้งนั้นชอบแล้วที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกาอีกว่า เมื่อฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมแล้วที่จำเลยขอให้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาเป็นโจทก์ร่วมจึงชอบด้วยกฎหมายนั้น จึงเป็นฎีกาที่ไม่เป็นสาระแก่คดีไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2567

แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเช่นการยื่นคำให้การในคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ก็ตาม แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ พ.ร.บ.วิธีพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5660/2567

คำให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 177 มิได้บังคับว่าต้องระบุอ้างมาตราในกฎหมายด้วย แม้จำเลยทั้งสองระบุเลขมาตรา 193/33 (3) แต่เป็นกรณีตามมาตรา 193/33 (5) ก็เป็นเพียงการอ้างอนุมาตราผิดซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาท อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาท แต่จำเลยเพิกเฉย จำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้